จ๋อ-แจ๊ะ ทำถึงปลอมตัวเป็นคนเก็บขยะ ทลายรังระดับหัวจ่าย (มีคลิป)Jao 和 Jae 伪装成垃圾收集员,捣毁了一个高级非法赌博组织(附视频)。
รองจ๋อ - สารวัตรแจ๊ะ นำทีมถล่มรังยาเสพติด บังดำ กวาดล้างขยะสังคมพบเป็นหัวจ่ายชื่อดังย่านประเวศ กบดาบยากต่อการจับกุม

Home » โซเชียล » จ๋อ-แจ๊ะ ทำถึงปลอมตัวเป็นคนเก็บขยะ ทลายรังระดับหัวจ่าย (มีคลิป)
รองจ๋อ – สารวัตรแจ๊ะ นำทีมถล่มรังยาเสพติด บังดำ กวาดล้างขยะสังคมพบเป็นหัวจ่ายชื่อดังย่านประเวศ กบดาบยากต่อการจับกุม
7 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กทม. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. ประสานนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติดที่ในพื้นที่ประเวศ นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้น 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.สมุทรปราการ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้ 6 ราย และ X-Ray ชุมชนท้ายซอยอ่อนนุชพบผู้เสพจำนวน 9 ราย
โดยรายที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหัวหน้าเครือข่าย
นายสมภพ (สงวนนามสกุล)หรือ “บังดำ” อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ประเวศ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.1001/2569 ลงวันที่ 2 ต.ค. 69
ข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า , ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าหรือก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองสารที่มีผมต่อประสาท (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน” (จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการจับกุมยาบ้าจำนวน 120,000 เม็ด ในพื้นที่ย่านประเวศ )
โดยบังดำมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 7 คดี ดังนี้ 1.พ.ศ. 2550 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย” พื้นที่ สน.ประเวศ 2.วันที่ 10 ก.ย. 51 ถูกดำเนินคดีข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” จากการใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย พื้นที่ สน.ประเวศ 3.พ.ศ. 2552 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราฯ” พื้นที่ สน.พระโขนง 4.วันที่ 28 ก.ค. 52 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นที่มิใช่ภรรยา, หน่วงเหนี่ยวกักขัง และทำร้ายร่างกาย” จากการถูกนักศึกษานักศึกษาสาวราชภัฏ ปี 4 เข้าแจ้งความว่าขณะยืนรอรถเมล์ บังดำ ได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นแล้วอาสาขับขี่ไปส่งเรียนหนังสือ แต่พาเลี้ยวพาลากเข้าห้อง กักขัง ทำร้าย และล่วงละเมิดทางเพศ พื้นที่ สน.ประเวศ 5.วันที่ 28 มิ.ย. 55 ถูกดำเนินคดีข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” พื้นที่ สน.ประเวศ 6.วันที่ 7 ม.ค. 57 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” จากการใช้อาวุธปืนไล่ยิงผู้เสียหาย พื้นที่ สน.ประเวศ 7.พ.ศ.2559 ถูกดำเนินคดีข้อหา “พ.ร.บ.การพนัน” พื้นที่ สน.ประเวศ โดยจับกุมตัวได้ที่ บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ตรวจยึดของกลาง และ ทรัพย์สิน ดังนี้ 1.ยาบ้า 1,644 เม็ด 2.ยาไอซ์ 63 กรัม 3.เคตามีน 2.5 กรัม 4.โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง (พบข้อมูลการแชทสนทนากับทนายความเพื่อปิดปากพยาน) 5.รถยนต์โตโยต้า 1 คัน 6.รถจักรยานยนต์ 5 คัน
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ที่มีการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพ กระทั่งได้พบข้อมูลในหลายคดีต่างเชื่อมโยงไปถึงบุคคลเดียวกันซึ่งมีนามว่า “บังดำ” แต่ทว่าเจ้าหน้าที่กลับไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของฉายานามนี้แท้จริงคือใคร
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยต่อว่า ทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่พยายามที่จะยืนยันตัวบุคคลบังดำให้ได้ว่าเป็นใคร ทว่าในทุกคดีที่มีการจับกุมหัวจ่ายรายสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ซักถามขยายผลถึงบังดำ เหล่าหัวจ่ายมักแสดงถึงท่าทีหวาดกลัวไม่กล้าให้การ จนทำให้การขยายผลการจับกุมมักไปได้ไม่สุด จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. บังดำ คือ นายสมภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตรวจสอบแล้วพบประวัติเคยถูกดำเนินคดีอาญาไม่ต่ำกว่า 7 คดี ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติด , อาวุธปืน , พยายามฆ่า , ร่วมกันฆ่า และ ข่มขืนกักขังทำร้ายนักศึกษาสาว โดยในปัจจุบันเจ้าหน้าที่พบข้อมูลจากการขยายผลยืนยันได้ว่าบังดำเป็น “ระดับหัวหน้าเครือข่ายยาเสพติด” ในพื้นที่ย่านประเวศ คอยควบคุมสั่งการลูกน้องในเครือข่ายอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดศูนย์กลางแพร่ระบาดอยู่ที่ชุมชนหลังโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในซอยอ่อนนุช หากแต่เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ที่เจ้าหน้าที่อำพรางพยายามสอดแนมอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด ยังไม่มีใครพบเห็นบังดำได้ เชื่อได้ว่ามีการระมัดระวัง มีความรู้ในการต่อต้านการสืบสวนเป็นอย่างดี
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการว่า เนื่องจากสภาพพื้นที่แหล่งแพร่ระบาด และการค้นหาตัวบังดำในพื้นที่ มีความยากยิ่งเพราะสภาพแวดล้อมเป็นชุมชนแออัด ซึ่งล้วนแต่มีแต่เครือญาติหรือคนรู้จักกันทั้งสิ้น ประกอบกับสมรภูมิที่ได้เปรียบเจ้าหน้าที่อย่างสุดขีด เส้นทางคับแคบและซับซ้อน แม้เจ้าหน้าที่จะอำพรางเข้าไปในพื้นที่เพื่อสืบหาข่าว ก็จะถูกนกรู้ส่งข่าวแจ้งเตือนกันอยู่ตลอดเวลา และบางครั้งจะมีการนัดซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่กองขยะรกร้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่สืบสวนได้เลย จึงส่ง พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. หรือ “สารวัตรแจ๊ะ” ใช้กลยุทธ “อำพราง” ในแฝงตัวเข้าพื้นที่เป็นประจำจนกว่าจะพบตัวบังดำให้ได้ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างประชุมวางแผนกันเป็นเวลาหลายวันกว่าจะเลือกได้ว่าจะต้องอำพรางอย่างไรให้ภารกิจนี้สำเร็จได้
กระทั่งพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และ นายปฤณ เมฆานันท์ผอ.ปปส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. กว่า 50 นายเปิดปฏิบัติการ “รถขยะอำพราง” นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจสอบ 5 จุด โดยเริ่มจากการเข้าตรวจค้นภายในชุมชนย่านซอยอ่อนนุช พบผู้ติดยาเสพติดจำนวน 9 ราย และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาในเครือข่ายบังดำได้ 5 ราย คือ 1.นายร๊อต (สงวนนามสกุล) , 2.น.ส.ทิพวรรณ(สงวนนามสกุล) , 3.น.ส.บุษรา (สงวนนามสกุล) , 4.นายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) และ 5.นายปฏิวัติ(สงวนนามสกุล) จากการขยายผลพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบังดำ หากแต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงบังดำกลับไม่มีผู้ใดทราบถึงถิ่นที่อยู่ของบังดำได้แม้แต่คนเดียว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พบข้อมูลเบาะแสจากสายลับจนนำไปสู่การอำพรางเข้าไปจับกุมตัว นายสมภพฯ หรือบังดำ ได้ขณะหลบหนีไปกบดาลอยู่ภายในบ้านเช่าย่าน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการภายหลังการจับกุมตัวและขยายผล เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้นำตัวบังดำและผู้ต้องหาในเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 6 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของผู้ติดยาเสพติด 9 ราย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูต่อไป
ในชั้นจับกุม บังดำ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่มาจับกุมตนเองด้วยเรื่องอะไร ตนเองไม่เกี่ยวข้องใดกับยาเสพติด และขอใช้สิทธิปรึกษาทนายความ”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า “การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บชน. , ป.ป.ส.กทม. และ กทม. นำไปสู่การปราบปราม ตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อย ไปจนถึงระดับหัวหน้าเครือข่ายได้ในที่สุด โดยทางคดีจากการขยายผลยังพบพยานหลักฐานในอีกหลายคดีเชื่อมโยงไปถึงบังดำ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการขยายผลเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมในอีกหลายส่วนจนถึงที่สุด เพื่อมิให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ขอสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างเข้มข้น และเด็ดขาด ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี หากประชาชนท่านใดมีเบาะแส สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1386 ได้ตลอด 24 ชม.”
首页 » 社交媒体 » Jao 和 Jae 伪装成垃圾工,捣毁了一个高级非法赌博组织(附视频)
副警司赵和警督宰带领一支队伍突袭了绰号“邦丹”的毒窝,严厉打击这个社会败类。他们发现邦丹是巴威地区臭名昭著的毒品分销商,一个行踪诡秘的惯犯。
2026年10月7日,泰国皇家警察总监萨姆兰·努安玛(Samran Nuanma)上将、副总监伊提蓬·阿查里亚普拉迪特(Itthipol Achariyapradit)上将、助理总监克里萨达·坎詹隆功(Krisada Kanjanlongkorn)中将以及曼谷警察局局长暹·汶颂(Siam Boonsom)中将命令曼谷警察局负责缉毒工作的副局长提拉德·塔姆苏提(Teeradet Thamsuthee)少将率领曼谷警察局缉毒中心的警员,联合曼谷禁毒委员会(ONCB)局长普林·梅卡南(Prin Mekhanan)先生领导的曼谷禁毒委员会办公室,并与曼谷市长查查特·西提蓬(Chatchart Sittipunt)先生协调,在巴威地区开展打击贩毒网络的行动。他们持刑事法院签发的搜查令,突击搜查了曼谷和北榄府的五个地点。他们逮捕了该团伙中的六名嫌疑人,并通过在 On Nut 地区进行社区搜查,确定了九名吸毒者。
最值得注意的是,当局成功逮捕了该网络的头目。
索姆波先生(姓氏隐去),又名“邦丹”,38岁,居住在曼谷帕威区,是帕卡侬刑事法院签发的逮捕令(逮捕令编号J.1001/2569,日期为2026年10月2日)通缉的嫌疑人。
指控包括“共同出售第一类毒品(安非他明药丸、冰毒或甲基苯丙胺),意图出售、交易或非法向公众分发;共同持有未经许可的精神活性物质(氯胺酮);以及与两人或两人以上共谋实施严重的毒品犯罪,并因该共谋而实施了严重的毒品犯罪”(源自警方在巴威地区查获12万粒安非他明药丸的调查)。
邦丹有七项犯罪记录,具体如下:1. 2007年,他在帕威警察局辖区因“持有甲基苯丙胺意图贩卖”被起诉。2. 2008年9月10日,他在帕威警察局辖区因持枪射击受害者而被控“谋杀未遂”。3. 2009年,他在帕卡农警察局辖区因“强奸”被起诉。4. 2009年7月28日,他在帕威警察局辖区因“强奸非其妻子的女子、非法拘禁和殴打”被起诉。此前,一名皇家大学四年级女学生报案称,她在等公交车时,邦丹看到她并提出送她去学校,却将她带进一个房间,拘禁她,殴打并性侵了她。 5. 2012年6月28日,他因“持有第一类毒品意图贩卖”和“非法持有枪支弹药”被起诉(巴威警察局辖区)。6. 2014年1月7日,他因“共同谋杀”被起诉,罪名是使用枪支射杀受害者(巴威警察局辖区)。7. 2016年,他因“赌博法”被起诉(巴威警察局辖区),并在北榄府直辖县帕雷克萨街道的一处出租屋内被捕。
查获的物品和资产如下:1. 1644片甲基苯丙胺片剂;2. 63克冰毒;3. 2.5克氯胺酮;4. 5部手机(内含据称意图使证人噤声的与律师的聊天记录);5. 1辆丰田汽车;6. 5辆摩托车。
情况如下:曼谷大都会警察局缉毒科警员在调查曼谷一个贩毒网络时,发现多起案件的信息都指向同一名绰号为“邦丹”的嫌疑人。然而,警方始终未能确定此人的真实身份。
曼谷大都会警察局副局长提拉德·塔姆苏提少将透露,调查人员正在努力确认“邦丹”的身份。然而,在以往所有逮捕重要毒品分销商的案件中,当被问及“邦丹”时,这些分销商往往表现出恐惧,不愿合作,这阻碍了调查的进一步进展。曼谷大都会警察局禁毒部门的调查已确认“邦丹”为38岁的颂蓬先生(姓氏隐去),居住在曼谷帕威区。他的犯罪记录包括至少七项罪名,涉及毒品犯罪、枪支犯罪、谋杀未遂、谋杀共谋、强奸、非法拘禁以及殴打女学生。目前,进一步调查证实,“邦丹”是帕威区一个贩毒网络的头目,系统性地控制着其下属。该网络的毒品分销中心位于翁努巷一所知名学校后面的社区内。然而,尽管警方已在该地区进行了两周多的秘密监视,但仍未发现邦丹的踪迹,这表明他非常谨慎。他们很懂得如何逃避调查。
曼谷警察局副局长提拉德·塔姆苏提少将透露了此次行动的细节,他表示,该地区毒品交易猖獗,搜寻“邦丹”极其困难。人口稠密的社区充斥着亲戚朋友,给警方造成了极大的不便。狭窄复杂的地形意味着,即使是试图收集情报的便衣警察也时刻处于警觉之中,而毒品交易往往在废弃的垃圾场进行,使得警方根本无法进入。因此,曼谷警察局第三侦查科科长塔尼亚皮拉西特·朱尔皮波普中校(绰号“杰警官”)采取了“秘密”策略,定期渗透到该地区,最终找到了邦丹。警方花费数天时间精心策划了这次最有效的秘密行动,以确保任务的成功。
最终,曼谷大都会警察局副局长提拉德·塔姆苏提少将和曼谷禁毒局局长普林·梅卡南先生率领曼谷大都会警察局禁毒局和曼谷禁毒局的50多名警员开展了一项名为“垃圾车伪装”的行动。他们持有刑事法院签发的搜查令,对五个地点进行了检查,首先搜查了翁努区的一个社区。行动中发现了九名吸毒者,并逮捕了邦丹贩毒团伙的五名嫌疑人:1. 罗特先生(姓氏不详),2. 蒂帕万女士(姓氏不详),3. 布萨拉女士(姓氏不详),4. 纳塔武特先生(姓氏不详),以及5. 帕蒂瓦特先生(姓氏不详)。进一步调查发现了与邦丹有关的线索,但警方询问其下落时,无人知晓。调查人员收到线人提供的线索,最终在北榄府直辖县帕萨街道一处出租屋内逮捕了藏匿的颂蓬(又名邦丹)。逮捕后,邦丹及其团伙中的其他六名嫌疑人被带往巴威警察局接受法律程序。九名吸毒者被送往戒毒所接受治疗。
在被捕期间,邦丹否认了所有指控,并表示:“我不知道警察为什么要逮捕我。我与毒品没有任何关系,我要求有权咨询律师。”
曼谷大都会警察局副局长提拉德·塔姆苏提少将表示:“此次行动由曼谷大都会警察局、泰国禁毒委员会曼谷办事处和曼谷市政府联合开展,成功打击了从小型毒贩到网络头目的毒品贩运活动。进一步调查还发现了与邦丹有关的多起案件的证据。我们将继续扩大调查范围,尽一切努力追究更多指控,以儆效尤,防止他人效仿。我们向公众保证,泰国皇家警察将继续严格、果断地打击毒品贩运,贯彻落实阿努廷·查恩维拉库尔总理的政策。如有任何线索,公众可拨打24小时热线191或1386进行举报。”