นายกฯเดือดซัดนอภ.บ้านสร้าง ก่อนโดน ”บูมเบอแรง” ย้อนกลับ市长愤怒地抨击了班桑区区长,结果遭到了对方的“回击”。
การสั่งย้ายฟ้าผ่านายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ก่อนผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีพ้นจากเก้าอี้เพียงวันเดียว สำทับด้วยนายกรัฐมนตรีประนามกลางวงประชุมปภ.ว่าไม่ทุ่มเททำงาน เรื่องนี้มีที่มาไปที่ไปอย่างไร จะกลายเป็น "บูมเมอแรง" ย้อนกลับมาเล่นงานรัฐบาลหรือไม่?

ไม่ใช่เรื่องผิดคาด ที่นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จะโดนคำสั่งเด้งฟ้าผ่า ให้ย้ายไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ถึง 5 พฤศจิกายน 69 รวม 30 วัน
หนังสือเสนอสั่งย้าย ลงนามโดยนายวีระพันธุ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี(ขณะนั้น) ลงนามวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันทำงานวันสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการ อ้างสาเหตุจากนายอำเภอบ้านสร้าง ไม่ให้ความร่วมมือกับระดับจังหวัดในการบริหารจัดการอุทกภัยน้ำท่วม ทำให้แก้ปัญหาไม่มีประสิทธิภาพ และ อธิบดีกรมการปกครอง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ขานรับเด้งให้ไปช่วยราชการที่ส่วนกลางตามเสนอ
นายกฯเดือดซัดนอภ.บ้านสร้าง ก่อนโดน”บูมเบอแรง”ย้อนกลับ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดือดกลางวงประชุม ปภ.แห่งชาติ หลังทราบว่า ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ทำหนังสือเสนอให้ย้าย เหตุไม่ทุ่มเททำงาน ไม่ประสานอพยพชาวบ้าน ทั้งที่วิกฤตหนัก เป็นเรื่องน่าอับอาย แถมสั่งสอบวินัยและให้ดูไปถึงเรื่องทัศนคติสำหรับผู้มาเป็นข้าราชการ
เรียกว่าโดนกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียว โดยเจ้าตัวไม่มีโอกาสได้ชี้แจงหรือตอบโต้ นอกจากน้อมรับคำสั่ง และยืนยันว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้ว
ที่จริง ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับแวดวงข้าราชการไทย ที่มักถูกผู้บังคับบัญชาจะตำหนิ หรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กรณีของนายอำเภอบ้านสร้างก็เช่นกัน ผลจากเป็นพื้นที่ประสบภับพิบัติรุนแรงลำดับต้นๆของจ.ปราจีนบุรี แต่การดูแลรักษาปกป้องกลับทำได้เพียงสร้างคอนเทนต์ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาจากผู้บังคับบัญชา
ทั้งที่หากพิจารณาจากกายภาพ จะพบว่า อ.บ้านสร้าง เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงเล็กน้อย มีสภาพเป็นแอ่งกระทะพื้นที่ราบต่ำ มักประสบปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ราวเดือนสิงหาคม–ตุลาคมของทุกปี และเป็นด่านสุดท้ายรองรับน้ำที่หลากทะลักมาจากตัวเมืองปราจีนบุรี
บ้านสร้างยังเป็นพื้นที่รับมวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ น้ำบางส่วนจากจังหวัดนครนายก และ เป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำบางปะกง รวมทั้งบางช่วงยังเจอกับน้ำทะเลหนุนสูง ที่ดันย้อนกลับขึ้นมาจากปากอ่าวไทยผ่านแม่น้ำบางปะกง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก
อุทกภัยที่อำเภอบ้านสร้างปีนี้ รุนแรงตั้งแต่วันที่ 20-21 กันยายน ก่อนระดับน้ำจะท่วมสูง 2–3 เมตร ไม่ว่าจะเป็นตำบลบางยาง หรือ ชุมชนริมน้ำ ระดับน้ำสูงท่วมหลังคาบ้าน และเอ่อล้นชั้นสองของบ้าน ขณะที่ศูนย์ราชการในเขตตัวอำเภอและบริเวณโดยรอบ เช่น โรงพยาบาลบ้านสร้าง มีระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 เมตร
แต่ที่เป็นประเด็นย้อนแย้งกับคำสั่งถูกย้าย และ ข้อกล่าวหาของผู้บังคับบัญชา เพราะปรากฎมีชาวบ้านเปิดคลิปภาพเหตุการณ์ ระหว่างนายอำเภอเสฏฐวุฒิ ลงพื้นที่ลุยช่วยชาวบ้านรับมือน้ำท่วม ไม่ได้หยุดหย่อน และชาวบ้านต่างยืนยัน ว่าทำงานเร็ว เกาะติดอยู่กับชาวบ้านตั้งแต่ต้น หลังเจอคำสั่งย้าย มีคนจำนวนมากเข้าไปสอบถามในเฟซบุ๊คส่วนตัว และให้กำลังใจล้นหลาม
ไม่เพียงแค่ชาวบ้าน ยังมีอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความประหลาดใจ และไม่เชื่อว่านายอำเภอระดับแถวหน้าของประเทศจะทอดทิ้งประชาชน พร้อมชี้ว่าต้องมีอะไรคลาดเคลื่อนและเรียกร้องอธิบดีกรมการปกครอง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อคืนศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมให้กับข้าราชการไทยที่ตั้งใจทำงาน เพระนายเสฏฐวุฒิ เคยได้รับรางวัล ”อำเภอสะอาด” เมื่อครั้งเป็นนายอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา และได้รับการยกย่องเป็นนายอำเภอดีเด่นระดับแถวหน้าคนหนึ่งของประเทศ
ประเด็นที่นายกฯ ตำหนินายอำเภอเสฏฐวุฒิต่อหน้าข้าราชการมท.ชั้นผู้ใหญ่ พร้อมกล่าวหาไม่ทุ่มเทเรื่องทำงาน เป็นเรื่องละอายอย่างมาก แม้จะทำได้ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด แต่เรื่องวิธีการที่ใช้มีความเหมาะสมแค่ไหน ถึงขั้นระดับนายกฯ ต้องลงไปเล่นเอง กลายเป็นเรื่องที่มีสุ้มเสียงวิพากษ์วิจารณ์ย้อนกลับไม่น้อย
ทั้งนายทวิสัณฑ์ โลณานุรักษ์ นักวิชาการอิสระ ที่เห็นว่า จะส่งผลโดยตรงถึงขวัญและกำลังใจของข้าราชการในพื้นที่กับการถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมาย อดีตนักการเมือง ที่สะกิดนายกฯ ย้ายนายอำเภอไม่ถูกระเบียบ เสี่ยงโดน ม.157 แนะควรถามรองนายกฯ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ก่อน
หรือนายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ นักวิชาการ จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ไม่เชื่อว่าคำสั่งย้ายมาจากความไร้ประสิทธิภาพ ไม่กระตือรือร้น ไม่ทุ่มเท แต่น่าจะมาจากนายอำเภอเอาจริงเอาจังกับเรื่องนำขยะพิษอุตสาหกรรมมาทิ้งในพื้นที่ ซึ่งมีทุนจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรือแม้แต่นายเอกชัย ศรีวิชัย ศิลปินชื่อดัง ที่ซัดนายกฯ ใจร้อน-ปากเร็ว แนะรอบข้างช่วยเตือนสติบ้าง และ ตั้งคำถาม นายอำเภอไม่สนองงาน หรือ นายอำเภอขัดขวาง เรื่องโครงการของทุนจีนเทา
จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ แทนที่จะได้ผลในเชิงบวก กลับกลายเป็นโดน”บูมเบอแรง”ย้อนกลับเล่นงาน
"นอภ.บ้านสร้าง" เหรียญสองด้านคนทำงาน ชาวบ้านถูกใจ-เจ้านายไม่ชอบ
"นฤชา" แจงย้าย "นายอำเภอบ้านสร้าง" ชี้เลือกคนพร้อมทำงาน ช่วย ปชช.ช่วงวิกฤต
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เปิดใจ ปมย้าย "นอภ.บ้านสร้าง" ออกนอกพื้นที่
班桑区区长塞塔武特·翁格鲁武特先生被突然调往地方行政学院协助处理公务,直至 2026 年 11 月 5 日,共计 30 天,这并不令人意外。
这份由时任巴真府府尹维拉潘·迪翁先生于2026年9月30日(他退休前的最后一个工作日)签署的调任令指出,班桑县县长在防洪工作中缺乏与省级政府的合作,导致问题解决效率低下。省行政厅厅长纳鲁查·科萨西莱先生批准了这项调任,并安排该官员按计划协助中央政府履行职责。
市长愤怒地抨击了班桑区区长,结果却遭到了“回旋镖”式的反击。
不仅如此,还有消息称,在一次国家防灾减灾会议上,总理阿努廷·查恩维拉库尔得知巴真府府尹提交了一份调职申请后勃然大怒。该府尹提出的调职理由包括工作缺乏敬业精神、在危机严重的情况下未能协调村民疏散工作以及行为失当。此外,总理还下令对此事展开纪律调查,并审查新入职政府人员的态度。
这可以被描述为在没有机会解释或回应的情况下被诬告,除了接受命令并确认他已尽其所能履行职责之外。
事实上,在泰国公务员系统中,被上级当众严厉训斥或批评的情况相当普遍,尤其是在高级官员面前。班桑县长就是一个典型的例子。尽管班桑县是巴真府受自然灾害影响最严重的地区之一,但该县唯一的“好处”似乎就是制造了话题(或者说,制造了舆论)——这是他的上级对他的指责。
班桑县地势低洼,略高于海平面,形似盆地。每年雨季(约8月至10月)期间,这里经常遭受洪水或内涝,是抵御巴真府洪水的最后一道屏障。
班桑周边地区不仅会受到考艾国家公园洪水的影响,还会受到那空那育府部分河水的影响,这里也是邦巴功河的源头。在某些地区,泰国湾的高潮水流会倒灌入邦巴功河,导致排水困难。
今年班桑县的洪水十分严重,从9月20日至21日开始,水位高达2至3米。在邦阳街道和沿河社区,洪水淹没了屋顶,甚至漫过房屋的二楼。与此同时,县内及周边地区的政府机构,例如班桑医院,平均水位也至少达到1米。
然而,此事与调任令及其上级的指控相矛盾,因为一段视频显示,地区负责人塞塔武特在洪灾地区不知疲倦地工作,帮助村民渡过难关。村民们证实,他行动迅速,从一开始就与村民们保持密切联系。调任令下达后,许多人在他的个人脸书页面上询问此事,并表达了强烈的支持。
不仅是当地居民,前内政部常务秘书苏提蓬·朱拉查伦先生也在其个人脸书页面上发帖,表达了对一位国家高级行政长官竟然会抛弃民众的震惊和难以置信。他指出,此事必定存在问题,并敦促省级行政厅厅长紧急调查事实,以维护那些兢兢业业的泰国公务员的尊严和公正。他提到,塞塔武先生曾任北柳府空奎县县长时,荣获“清洁县”奖,并被誉为泰国杰出的县长之一。
总理当着内政部高级官员的面训斥区长塞塔武特,指责他工作不尽职,此事极其令人不齿。虽然总理作为最高级别官员有权这样做,但其训斥方式——甚至需要总理亲自介入——的恰当性已招致广泛批评。
独立学者塔维桑·洛纳努拉克认为,当众训斥会直接影响该地区公务员的士气。律师兼前政治家尼皮特·因塔拉松巴特敦促总理考虑不当调任区长一事,此举可能触犯《刑法》第157条,并建议总理先咨询副总理帕空·尼尔普拉潘的意见。
再来看看玛哈沙拉堪大学的学者柴亚纳隆·塞塔切瓦的看法。他认为,这次调任并非源于效率低下、缺乏热情或缺乏奉献精神。相反,他怀疑这是因为这位区长认真对待该地区倾倒有毒工业废料的问题,而这其中涉及中国的投资。
甚至连著名艺术家埃卡猜·斯里维猜也批评市长脾气暴躁、口无遮拦,建议他身边的人应该尝试与他讲道理。他还质疑区长是否不配合或阻挠中国投资的项目。
无论真假,这件事非但没有产生积极影响,反而适得其反,最终反噬了他们。
“班桑区长”:一把双刃剑——深受村民爱戴,但却不被上级喜欢。
纳鲁查解释了班桑区长的调任,称选择此人是为了在危机期间能够工作并帮助人民。
前巴真府府尹就“班桑县长”调离该地区一事发表讲话。