ใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งกว่า 2 หมื่น/เดือน สนค.ชี้น้ำมัน–เดินทางดันค่าครองชีพ家庭支出飙升至每月超过 20,000 泰铢,贸易政策和战略办公室 (TPSO) 指出,燃料和运输成本是推高生活成本的主要原因。
สนค.เผยค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยเฉลี่ย 9 เดือน อยู่ที่ 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่ม 326 บาทจากปีก่อน เหตุน้ำมันและค่าเดินทางปรับตัวขึ้น ขณะที่อาหารยังเพิ่มต่อเนื่อง คาดปลายปีภาระครัวเรือนยังสูง รับแรงกดดันจากราคาพลังงาน ท่องเที่ยว ผลกระทบน้ำท่วม

วันนี้ ( 8 ต.ค.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.สำรวจค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือนช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.–ก.ย.) พบว่าอยู่ที่ 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 20,891 บาท หรือเพิ่มขึ้น 326 บาทต่อเดือน โดยแรงกดดันหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงต้นทุนที่ส่งผ่านมายังการเดินทางและอาหารสำเร็จรูป
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
หมวด พาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,895 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 228 บาทจากปีก่อน และเป็นหมวดที่เพิ่มขึ้นสูงสุด คิดเป็น 23.07% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาขายปลีกน้ำมันและค่าโดยสารสาธารณะที่ปรับสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานโลก ขณะที่หมวดบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา เพิ่มเล็กน้อยมาอยู่ที่ 842 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 7 บาท
ด้าน อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8,342 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 118 บาท โดยค่าอาหารสำเร็จรูปอยู่ที่ 3,528 บาท เพิ่มขึ้น 93 บาท ขณะที่ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้งอยู่ที่ 736 บาท เพิ่ม 14 บาท ส่วนเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 705 บาท ไข่และผลิตภัณฑ์นม 374 บาท น้ำตาล 186 บาท และผักและผลไม้ 1,026 บาท ต่างปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งกว่า 2 หมื่น/เดือน สนค.ชี้น้ำมัน–เดินทางดันค่าครองชีพ
สวนทางกับวัตถุดิบประกอบอาหารสดบางรายการที่ลดลง โดยเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำอยู่ที่ 1,536 บาทต่อเดือน ลดลง 15 บาท และเครื่องประกอบอาหารอยู่ที่ 252 บาท ลดลง 6 บาท สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปพึ่งพาอาหารสำเร็จรูปและอาหารนอกบ้านมากขึ้น เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา
ขณะที่ หมวดเคหสถาน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,117 บาทต่อเดือน ลดลง 17 บาท โดยมีปัจจัยจากการปรับลดค่าไฟฟ้าที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในหมวดสินค้าที่ไม่จำเป็นหรือสามารถชะลอการซื้อได้ก็ลดลง ทั้งค่าตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคลอยู่ที่ 1,327 บาท ลดลง 5 บาท เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า 444 บาท ลดลง 4 บาท และยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 250 บาท ลดลง 1 บาท สะท้อนการปรับพฤติกรรมของครัวเรือนเพื่อรักษาสภาพคล่องและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น สนค.ระบุว่า ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งกระทบอุปทานพลังงานในตลาดโลกและทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ก่อนส่งผ่านไปยังต้นทุนการเดินทาง การขนส่ง และวัตถุดิบอาหาร ขณะที่พฤติกรรมการบริโภคอาหารสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้รายจ่ายในหมวดอาหารปรับตัวสูงขึ้น
สนค.ประเมินว่า ระยะต่อไปค่าใช้จ่ายครัวเรือนยังมีแนวโน้ม ทรงตัวในระดับสูง โดยต้องติดตามความผันผวนของราคาน้ำมัน รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการใช้พลังงานและส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่อาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผักสด มีความผันผวนในระยะสั้น รวมถึงเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนจากการซ่อมแซมบ้านและเปลี่ยนอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย
นายนันทพงษ์กล่าวว่า น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทาง และอาหารยังเป็นหมวดสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่สามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่งและราคาสินค้าอื่น ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมผ่านศูนย์ Single Command และ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อติดตามปริมาณสินค้า ความต้องการ ราคา และเส้นทางขนส่ง หากพื้นที่ใดเริ่มมีปัญหาจะได้เร่งประสานแก้ไข
ทั้งนี้ สนค.จะติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยและเสนอแนวทางดูแลประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากราคาพลังงานและผลกระทบของอุทกภัยต่อสินค้าเกษตรและระบบกระจายสินค้า
ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน จับ 4 เทรนด์ผู้บริโภค เบอร์1 ส่งออกเอเชีย
อานิสงส์ AI ดันอิเล็กทรอนิกส์โต สนค.ส่งออกส.ค.พุ่ง 24.6% ลุ้นทั้งปีขยายตัว 15%
ราคาพลังงานโลก–ต้นทุนผลิตสูง ดันดัชนีราคาผู้ผลิต ส.ค.69 พุ่ง 9.1%
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
2026年10月8日,泰国商务部贸易政策与战略办公室(TPSO)主任南塔蓬·奇拉勒蓬先生透露,TPSO对2026年前九个月(1月至9月)泰国家庭月均支出进行的调查显示,泰国家庭月均支出为21,217泰铢。这比2025年同期的20,891泰铢有所增加,增幅为每月326泰铢。支出增加的主要压力来自交通和通讯成本,尤其是燃油价格上涨,以及旅行和加工食品成本的转嫁。
贸易政策与战略办公室(OTPS)主任南塔蓬·奇拉勒蓬先生。
交通和通讯类支出平均每月为 4,895 泰铢,较上年增加 228 泰铢。该类别增幅最大,占总支出的 23.07%,主要受全球能源价格上涨趋势的影响,推动了零售燃油价格和公共交通票价的上涨。与此同时,娱乐、阅读、教育和宗教类支出略有增长,达到每月 842 泰铢,增加 7 泰铢。
在食品和非酒精饮料方面,平均每月支出为8,342泰铢,增加了118泰铢。其中,预制食品支出为3,528泰铢,增加了93泰铢;大米、面粉及面粉制品支出为736泰铢,增加了14泰铢。非酒精饮料支出为705泰铢,鸡蛋和乳制品支出为374泰铢,糖支出为186泰铢,蔬菜和水果支出为1,026泰铢,均略有增长。
家庭支出飙升至每月超过 20,000 泰铢,贸易政策和战略办公室 (TPSO) 指出,燃料和运输成本是推高生活成本的主要原因。
相比之下,部分新鲜食材的价格有所下降,其中肉类、家禽和海鲜每月平均花费1536泰铢,下降15泰铢;烹饪食材每月平均花费252泰铢,下降6泰铢。这反映出消费者行为的转变,他们为了方便和节省时间,更多地依赖预制食品和外出就餐。
与此同时,住房类支出平均每月为5117泰铢,减少了17泰铢,主要原因是电价下调缓解了生活成本。此外,非必需品或可延后购买的商品和服务支出也有所下降,例如医疗保健和个人服务支出为1327泰铢(减少5泰铢),服装和鞋类支出为444泰铢(减少4泰铢),烟酒支出为250泰铢(减少1泰铢)。这反映出家庭为了维持流动性和减少不必要的开支而调整了消费习惯。
关于导致整体支出增加的因素,贸易政策与战略办公室(TPSO)指出,部分原因是长期的地缘政治冲突影响了全球能源供应,导致国内燃料价格上涨。这些成本随后转嫁到运输成本、物流成本和食品原材料成本上。与此同时,加工食品消费量的增加也是推高食品价格的另一个因素。
贸易政策与战略办公室(TPSO)评估认为,未来一段时间内家庭支出可能仍将居高不下。需要密切关注年底油价波动以及经济活动和旅游业状况。这些因素可能增加能源需求,进而影响商品和服务价格。与此同时,部分地区洪灾的影响可能导致农业生产,特别是新鲜蔬菜产量出现短期波动,并增加家庭房屋维修和更换受损家电的支出。
南塔蓬先生指出,燃料、交通和食品仍然是直接影响生活成本的重要类别,尤其是燃料成本,因为它会转嫁到交通成本和其他商品价格上。同时,商务部正通过单一指挥中心和作战室24小时监控洪灾情况,整合相关机构和省级商务部门的信息,追踪商品数量、需求、价格和运输路线。一旦任何地区出现问题,他们将立即协调解决方案。
贸易政策与战略办公室(TPSO)将密切监测局势,评估其对生活成本的影响,以便发出预警信号,并提出与形势相符的措施来支持公众,特别是针对能源价格风险以及洪水对农产品和分销系统的影响。
泰国冰淇淋市场价值 126 亿泰铢,充分利用了四大消费趋势,成为亚洲最大的出口国。
人工智能的积极影响正在推动电子产品行业增长;贸易政策和战略办公室 (TPSO) 报告称,8 月份出口额激增 24.6%,预计全年将增长 15%。
2026 年 8 月,全球能源价格上涨和生产成本高企推动生产者价格指数 (PPI) 上涨 9.1%。
燃油价格