สทนช.เร่งระบายน้ำ รับฝนระลอกใหม่ 9–11 ต.ค. เตือน 14 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวัง国家水资源管理署(NWRA)正在加快排水工作,以应对10月9日至11日的新一波降雨,并已警告南部14个省份保持警惕。
สทนช.เตือนช่วง 9–11 ต.ค. หลายพื้นที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ประสานหน่วยงานเร่งระบายน้ำคลี่คลายอุทกภัยภาคกลาง–ตะวันออก และเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนต่อเนื่องตามฤดูกาล

วันนี้ (8 ต.ค.2569) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 7/2569 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ เพื่อติดตามและเร่งรัดมาตรการระบายน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคกลางและภาคตะวันออก ควบคู่กับการเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ และวางมาตรการป้องกันผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ล่วงหน้า
เตือนฝนหนัก 9–11 ต.ค.
เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 9–11 ต.ค. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ครอบคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนวันที่ 12–15 ต.ค. ฝนในพื้นที่ตอนบนจะลดลง ขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องตามฤดูกาล
ทุกหน่วยงานได้รับทราบข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี จากการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ให้เฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ตลอดจนเตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที โดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ สทนช. ส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงโดยตรงเป็นรายจังหวัด เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างแม่นยำและทันสถานการณ์
เร่งระบายน้ำ 5 ลุ่มน้ำ
ส่วนการเร่งคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัย สทนช. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปรับการบริหารน้ำตามสถานการณ์ของแต่ละลุ่มน้ำ โดยมุ่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม ลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง และเตรียมพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่ โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ ลุ่มน้ำบางปะกง ขณะนี้มวลน้ำหลากจาก จ.ปราจีนบุรี และนครนายก กำลังเคลื่อนตัวผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา กรมชลประทานและกองทัพเรือจึงระดมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในคืนนี้ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน พร้อมทั้งเร่งพร่องระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับมวลน้ำสะสม ควบคู่กับการผันน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ทุ่งทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงได้กำชับให้เร่งระบายน้ำออกจากทุ่งทันทีเมื่อระดับน้ำในลำน้ำสายหลักลดลง นอกจากนี้ ได้ทยอยปรับลดการผันน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีนผ่านประตูระบายน้ำพลเทพให้อยู่ในอัตรา 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาผลกระทบน้ำหลากในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และนครปฐม
ลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งมีปริมาณน้ำ 106% ของความจุเก็บกัก ได้ควบคุมการระบายน้ำในห้วงนี้ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายผ่านเขื่อนพระราม 6 ไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมปรับลดการรับน้ำผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์เข้าคลองชัยนาท–ป่าสัก เหลือ 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำในคลองให้สามารถรองรับการระบายน้ำออกจากทุ่งฝั่งซ้ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำ 99% ของความจุเก็บกัก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังคงระบายน้ำวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งท้ายเขื่อนในแม่น้ำแม่กลองบริเวณ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง
ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์มีแผนระบายน้ำไม่เกินวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะที่เขื่อนแม่กลองระบายน้ำในอัตราประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ลุ่มน้ำเพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 102% ของความจุเก็บกัก ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 10–12 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเร่งสร้างพื้นที่ว่างในอ่างเก็บน้ำรองรับมวลน้ำหลากระลอกใหม่ โดยกำหนดจุดควบคุมอัตราการไหลของน้ำผ่านตัวเมืองเพชรบุรีไม่ให้เกิน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจ
เตือน 14 จังหวัดภาคใต้รับมือฝน
สทนช. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึง จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้เตรียมมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนล่วงหน้า พร้อมกำชับศูนย์ ปภ. ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำล่วงหน้าในเขตชุมชนลุ่มต่ำ รวมทั้งเฝ้าระวังจุดเสี่ยงดินโคลนถล่มด้วยระบบ Early Warning
ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีน้ำเกินความจุ กรมชลประทานได้เปิดระบายน้ำเต็มศักยภาพ พร้อมแจ้งเตือนพื้นที่ท้ายน้ำแล้ว ขณะที่ ปภ. ต้องปรับแผนเผชิญเหตุเป็นรายพื้นที่และระบุจุดซักซ้อมอพยพให้ชัดเจน และมอบหมายกรมชลประทานเร่งรัดซ่อมแซมเครื่องจักรกลที่ชำรุดให้พร้อมใช้งานก่อนเข้าสู่ช่วงน้ำหลากในพื้นที่ภาคใต้
สทนช.จะติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเร่งคลี่คลายพื้นที่น้ำท่วมในปัจจุบัน ควบคู่กับการเตรียมรับฝนระลอกใหม่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างสอดคล้องกัน และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.4 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 9-13 ต.ค.
กบน.ปรับขึ้นราคาน้ำมัน ทุกชนิด 0.75 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ 9 ต.ค.
ไทยพีบีเอสแจง สตง.ยังไม่แจ้งผลตรวจ ย้ำไม่ใช่คำชี้มูลความผิด
今天(2026年10月8日),国家水资源办公室秘书长查扬·芒松先生主持召开了2026年水资源管理小组委员会第七次会议,与相关机构和可能受影响的省份共同监测和加快中部和东部地区洪灾地区的排水措施,同时为下一波降雨做好准备,并提前为南部地区制定预防措施。
10月9日至11日发布强降雨预警。
国家水资源办公室秘书长透露,气象局和水资源信息研究所(公共机构)预测,10月9日至11日,泰国北部低地、东北部低地、包括曼谷及其周边地区的中部地区、东部地区和南部地区将出现大到暴雨。10月12日至15日,北部地区降雨量将有所减少,而南部地区仍将持续出现季节性降雨。
在国家防灾减灾指挥部(NDPMC)会议后,总理指示所有机构积极监测和管理水资源,并做好及时向公众提供援助的准备。副总理颂萨·通西指示国家水资源管理委员会(NWRC)逐省向高风险省份的省长直接发送预警信息,以便他们能够准确、迅速地做好应对任何情况的准备。
加快5个流域的排水速度。
为加快防洪减灾工作,国家水资源管理委员会(NWRC)已与相关机构协调,根据各流域的具体情况调整水资源管理。重点在于加快洪水区的排水,减少流入易受灾地区的水量,并使各地区做好应对新的降雨模式的准备。主要行动包括:在邦巴功河流域,来自巴真府和那空那育府的洪水目前正流经北柳府。因此,泰国皇家灌溉厅和皇家海军已调动水泵和船只,加快将洪水排入泰国湾。
在湄南河流域,皇家灌溉厅正逐步减少湄南大坝下游的泄洪量,从今晚起由每秒2350立方米减少至每秒2300立方米。此举旨在减少流入大坝下游地区的水量,同时加快大坝周边的泄洪速度,以增加蓄水能力。此外,还将部分水流引入湄南河下游平原的低洼地带。
然而,洪泛区的降雨导致水位上涨,因此已下令一旦主要河流水位下降,立即将田间积水排出。此外,为减轻素攀武里府和佛统府的洪灾影响,通过蓬帖水闸引入塔钦河的水量已逐步减少至每秒50立方米。
在帕萨克河流域,目前蓄水量达到106%的帕萨克·乔拉西特大坝正以每秒500立方米的速率控制泄洪。拉玛六世大坝的泄洪量也被限制在每秒800立方米以内,以最大程度地减少对下游地区的影响。此外,通过马诺罗姆水闸流入猜纳-帕萨克运河的水流量也已减少至每秒80立方米,以降低运河水位,加快左岸洪泛区的排水速度。
在湄公河流域,哇集拉隆功大坝的蓄水量已达到其总容量的99%。泰国发电局(EGAT)继续以每日4000万立方米的速度泄洪。大坝下游湄公河,特别是北碧府赛育县的洪水情况正在趋于稳定并呈现下降趋势。
至于诗纳卡林大坝,计划每日泄水量不超过2000万立方米,以避免对下游地区造成影响。与此同时,湄公河大坝的泄水速率约为每秒1000立方米。
在碧差汶里-巴蜀府河流域,岗卡章水库蓄水量已达其库容的102%。为应对下一波洪水,水库泄洪量已增至每日1000万至1200万立方米。同时,已设立流量控制点,将流经碧差汶里市区的水流量限制在每秒150立方米以内,以降低经济区的洪涝风险。
南方14个省份发布降雨预警,提醒做好防雨准备。
国家水资源管理委员会(NWRC)和防灾减灾厅(DDPM)已向包括碧差汶里府和巴蜀府在内的南部14个府的府尹发出警告,要求他们提前做好预防措施并为民众提供援助。他们还指示受灾地区的防灾减灾厅中心24小时监测情况,提前在低洼地区安装水泵,并利用预警系统监测易发生山体滑坡的地区。
皇家灌溉局已将小型水库的溢流水位调至满负荷,并向下游地区发布了预警。与此同时,防灾减灾部必须根据各地区的具体情况调整应急预案,明确疏散演习地点,并指示皇家灌溉局加快修复受损机械设备,确保其在南部地区汛期到来前投入使用。
国家水资源办公室将持续监测灾情,并与相关部门协调,重点加快解决当前洪涝灾区问题,同时做好应对下一波降雨的准备。这将确保各区域水资源管理协调一致,最大限度地减少对人民生命财产的影响。
气象部门发布第4号公告:10月9日至13日,泰国将出现不稳定天气,并伴有大到暴雨。
燃油价格控制委员会(FPO)宣布,自明日(10月9日)起,所有类型燃油的价格每升上涨0.75泰铢。
泰国公共电视台澄清说,国家审计署尚未告知他们审计结果,并强调这并不代表有罪。