เวทีเสวนาห่วงแก้กฎหมาย 4 องค์กร กระทบอิสระ Thai PBS–งบสร้างเสริมสุขภาพ一个论坛对修改四个组织的法律表示担忧,认为这会影响泰国公共服务委员会的独立性和健康促进预算。
นักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาสังคมจาก 2 เวที สะท้อนความเห็นข้อกังวลต่อแนวคิดแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนแหล่งรายได้ของ 4 องค์กร พร้อมยืนยันว่า สังคมยังจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ และมีกลไกงบประมาณ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ต่อเนื่อง

เวทีเสวนา “จุดตัดทีวีสาธารณะไทย จะไปต่อหรือพอแค่นี้” ผู้ร่วมเสวนาที่มีทั้งนักวิชาการ อดีตประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. และผู้บริหารไทยพีบีเอส เห็นตรงกันว่า ประเทศไทย ยังจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะ แต่ต้องปฏิรูปการบริหารให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
รวมทั้งต้องแยกเรื่องความเป็นอิสระ ออกจากการบริหารงาน หากมีข้อบกพร่อง ต้องปรับปรุงแก้ไข พร้อมเสนอให้ประเมินคุณค่าของสื่อสาธารณะ จากประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ รวมถึงการปรับตัวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และสร้างเครือข่ายกับสื่อท้องถิ่นมากขึ้น
รศ.ปริญญา เทวนฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตถึงช่วงเวลาที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีหนังสือเกี่ยวกับการตรวจสอบไทยพีบีเอส เป็นช่วงเดียวกับการเสนอแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนแหล่งรายได้จากภาษีสุราและยาสูบ เป็นงบประมาณจากรัฐ
ส่วนอีกเวที “แก้กฎหมาย 4 องค์กร เพื่อยกเลิกภาษีบาป สังคมมีแต่เสีย” เครือข่ายสุขภาพแสดงความกังวลว่า การยกเลิกเงินจัดสรรเพิ่มเติมจากภาษีสุราและยาสูบให้ สสส. อาจกระทบความต่อเนื่องของงานรณรงค์ ป้องกันโรค และลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณแผ่นดิน มักถูกกำหนดไว้ตามแผนงานของแต่ละกระทรวง ทำให้ภาคประชาสังคมและนักวิชาการ เข้าถึงงบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนโครงการสาธารณประโยชน์ได้ยาก ขณะที่การมีแหล่งเงินเฉพาะจะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง
ด้าน รศ.แพทย์หญิงเริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า กลไกภาษีเฉพาะเพื่อสนับสนุนสุขภาพ เป็นแนวทางที่องค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำ และมีมากกว่า 80 ประเทศนำไปใช้พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การยกเลิกเงินส่วนนี้อาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจยาสูบทางอ้อม และทำให้งบประมาณสร้างเสริมสุขภาพ ขาดความแน่นอน
ทั้งสองเวทีจึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนข้อเสนอแก้กฎหมายอย่างรอบคอบ เปิดเผยข้อมูลและเหตุผลประกอบการตัดสินใจ โดยคำนึงถึงทั้งความโปร่งใสในการบริหาร ความเป็นอิสระขององค์กร และผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในระยะยาว
ปชช.เกิน 90% ไม่เห็นด้วย ภท.ชงแก้เปลี่ยนแหล่งงบฯ อุดหนุน 4 องค์กร
"สารี" ชี้วินัยการเงินการคลังต้องมองทั้งระบบ จี้รัฐใช้มาตรฐานเดียวกันตรวจสอบ
อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ซัดยกเลิก Earmarked Tax คิดง่ายเกินไป
ศึกรื้อ "ภาษีบาป" ปฏิรูปคลังโปร่งใส หรือ แผนสยบองค์กรอิสระ-สื่อสาธารณะ ?
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
题为“泰国公共电视的十字路口:继续还是止步?”的小组讨论汇聚了学者、国家广播电视和电信委员会(NBTC)政策委员会前主席以及泰国公共电视台(Thai PBS)的高管。与会者一致认为,泰国仍然需要公共媒体,但其管理必须进行改革,以提高透明度、问责制和对公众的回应能力。
这包括将独立性问题与行政管理问题分开。如果存在不足,必须加以改进和纠正。此外,还建议根据公众获得的利益来评估公共媒体的价值,同时还要适应网络平台,并与地方媒体建立更紧密的联系。
泰国国立法政大学法学院副教授普林亚·特瓦纳鲁米库尔指出,审计长办公室就泰国公共广播公司审计事宜发出的信函,恰逢修改法律将收入来源从酒精和烟草税改为政府资助的提案出台。
在另一个论坛上,“修改有关四个组织的法律以废除罪恶税:社会只会蒙受损失”,卫生网络表达了担忧,认为取消泰国健康促进基金会 (ThaiHPF) 的酒精和烟草税额外资金可能会影响其疾病预防和减少健康风险因素活动的持续性。
参议院经济、财政和财政事务委员会顾问皮西特·李阿瑟姆先生指出,国家预算往往由各部委自行决定,这使得民间团体和学术界难以获得资金来推动公益项目。他补充说,设立专项资金来源将有助于持续支持医疗保健行业。
拉玛提波迪医院医学院副教授雷恩鲁迪·帕塔纳瓦尼奇博士指出,支持健康事业的特定税收机制是世界卫生组织推荐的指导方针,已被80多个国家采纳。然而,她也指出,取消这项税收可能会间接使烟草业受益,并导致用于健康促进的预算出现不确定性。
因此,这两个论坛都呼吁政府认真审查拟议的法律修正案,披露决策背后的信息和理由,同时考虑到行政透明度、组织的独立性以及公众将获得的长期利益。
超过90%的公众不同意泰自豪党提出的改变四个组织资金来源的提议。
萨里指出,财政纪律需要系统性的方法,并敦促政府采用相同的审计标准。
朱拉隆功大学一位经济学教授批评废除专项税的做法,称这一想法过于简单化。
废除“罪恶税”之争:是透明的财政改革,还是压制独立组织和公共媒体的计划?
审计长办公室