ระดมแก้แม่น้ำสายปนเปื้อนสารหนู 28 เท่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย动员各方力量清理清莱府湄赛河,该河砷含量超标,是正常水平的 28 倍。
หลายหน่วยงานและภาคประชาชน จ.เชียงราย ประชุมระดมการแก้ปัญหาแม่น้ำสายปนเปื้อนสารพิษ 28 เท่า เรียกร้องรัฐบาลยกระดับ ปกป้องสุขภาพ-อาหาร แก้ต้นเหตุเหมืองแร่ ระงับการนำเข้า

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค.69) ที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย สืบเนื่องจากการตรวจพบสารหนูในน้ำสูงกว่าค่ามาตรฐาน 28 เท่า จนเป็นที่มาของประกาศจังหวัดเชียงราย เตือนภัยเกี่ยวกับการใช้น้ำ ผลผลิตทางการเกษตร ประมง และประปา
เวทีเสวนาเรื่องแม่น้ำสายปนเปื้อนสารพิษข้ามพรมแดน ได้แบ่งการแลกเปลี่ยนเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และภาควิชาการ เพื่อสะท้อนปัญหาและแนวทางแก้ไข
นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) สะท้อนผลการตรวจแม่น้ำสายว่า พบสารพิษในน้ำและตะกอนดินเกินค่ามาตรฐานทุกครั้งที่เก็บตัวอย่าง
ล่าสุดพบสารหนูสูงกว่าค่ามาตรฐาน 28 เท่า อยู่ที่ 0.284 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยผลการตรวจแต่ละครั้งสะท้อนแนวโน้มการปนเปื้อนที่เพิ่มสูงขึ้น
สอดคล้องกับข้อมูลของ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ซึ่งสะท้อนปัญหาเหมืองแร่ต้นน้ำสายจากการลงพื้นที่บริเวณชายแดน พบว่าเหมืองบางแห่งดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง และยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บางแห่งทำเหมืองกลางแม่น้ำ สะท้อนให้เห็นถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการทำเหมืองที่ขาดการควบคุมอย่างเหมาะสม
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า บริเวณต้นแม่น้ำสายมีเหมืองแร่อย่างน้อย 13 แห่ง
ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ปัญหาน้ำและตะกอนดินปนเปื้อนส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 68,000 ไร่ โดยเฉพาะนาข้าวและพืชสวนครัวหลายชนิดที่ใช้น้ำจากแม่น้ำสายในการเพาะปลูก
ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำและสภาเกษตรกร อ.แม่สาย สะท้อนปัญหาและตั้งคำถามว่า เมื่อน้ำและตะกอนดินปนเปื้อนสารพิษ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าวที่ปลูกจะไม่ปนเปื้อนสารพิษ หรือหากผลผลิตปนเปื้อนจนไม่สามารถจำหน่ายได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ด้านตัวแทนสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ได้เก็บตัวอย่างดินจากแม่น้ำสาย 52 ตัวอย่าง และแม่น้ำรวก 92 ตัวอย่าง ขณะนี้ทำได้เพียงเฝ้าระวังใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.เกาะช้าง และ ต.แม่สาย โดยพิจารณาพื้นที่ตามระยะห่างจากแม่น้ำ
แผนดำเนินงานในขณะนี้คือ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเกษตรของจังหวัดเชียงรายจะตรวจสอบดิน พืช และข้าวในจุดที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมเร่งจัดทำแผนที่ความเสี่ยงเพื่อใช้ในการเฝ้าระวัง
น่าเสียดายที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายไม่ได้เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ จึงทำให้ไม่ได้รับทราบข้อมูลด้านการเกษตรอย่างครบถ้วนว่า มีพืชชนิดใดบ้างที่ตรวจพบการปนเปื้อน เช่นเดียวกับกรณีใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หรือไม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำนักงานพัฒนาที่ดินจะดำเนินการต่อไป คือการปรับปรุงดินและปรับค่า pH โดยมี 2 หน่วยงานเข้ามาช่วยสนับสนุน ได้แก่ ภาคเอกชนที่วิจัยเรื่องข้าวที่ไม่สะสมสารหนู และหน่วยงานด้านเคมีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ศึกษาวิธีลดการดูดซับสารพิษของพืช
ด้าน นายวิทยา มะสะ นักวิชาการประมงชำนาญการ จังหวัดเชียงราย สะท้อนปัญหาว่า ปัจจุบันปลาในแม่น้ำสายหายากขึ้น เนื่องจากตะกอนทำให้น้ำขุ่น นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบสารหนูในตัวอย่างปลา 19 ตัวอย่าง ปรอท 14 ตัวอย่าง และตะกั่ว 14 ตัวอย่าง สะท้อนให้เห็นถึงข้อกังวลเรื่องการสะสมสารพิษในตัวปลาในลุ่มน้ำสาย
รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สะท้อนว่า ปัญหาสารพิษและตะกอนในแม่น้ำสายไม่ได้ส่งผลเพียงการสะสมสารพิษในตัวปลาเท่านั้น แต่ตะกอนดินและความขุ่นของน้ำยังทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของปลา รวมถึงส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ ในอนาคตปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำอาจมีจำนวนลดลงหรือสูญหายไปจากพื้นที่
การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย กล่าวถึงแผนระยะสั้นในการใช้กระบวนการทางเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สะอาด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าหลังผ่านกระบวนการผลิตน้ำประปา ยังตรวจพบสารหนู 0.0068 มิลลิกรัมต่อลิตร และแบเรียม 0.017 มิลลิกรัมต่อลิตร
สำหรับอนาคต การประปาส่วนภูมิภาคยอมรับว่าได้วางแผนระยะกลางเพื่อเชื่อมโยงระบบประปาห้วยไคร้–แม่จัน–เชียงราย โดยจัดหาแหล่งน้ำใหม่ด้วยงบประมาณ 900 ล้านบาท
ส่วนแผนระยะยาว คือโครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำ อ.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาแม่น้ำสายที่มีแนวโน้มการปนเปื้อนสารพิษเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายณรงค์ ลือชา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยแผนเฝ้าระวังสุขภาพระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะ 7 อำเภอที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสารพิษในน้ำ รวมถึงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน พืชและผลไม้ ตลอดจนสัตว์น้ำ
ผลตรวจปัสสาวะในปี 2569 จากพื้นที่ 7 อำเภอ พบประชาชน 31 คนมีระดับสารหนูเกินค่ามาตรฐาน โดยต้องเข้ารับการตรวจร่างกายซ้ำและติดตามผลอีก 6 เดือน ตามแผนเฝ้าระวังระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ ยังพบตัวอย่างผักที่มีแคดเมียมเกินมาตรฐาน 3 ตัวอย่าง เป็นพริกจาก อ.เวียงชัย และ อ.เมืองเชียงราย
ส่วนการตรวจน้ำประปาหมู่บ้าน พบว่ามี 1 แห่งใน ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ที่มีค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
อ. อริสรา เหล็กคำ จากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เสนอให้ยกระดับปัญหาเป็นภัยฉุกเฉิน พร้อมแก้ไขปัญหาการนำเข้าแร่ โดยตรวจสอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การนำเข้าไปจนถึงการส่งออกแร่ รวมถึงตรวจสอบเหมืองที่ก่อมลพิษ
สอดคล้องกับข้อเสนอของ ดร.สืบสกุล กิจนุกร ที่เห็นว่าการแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกแร่ภายในประเทศสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนการแก้ปัญหาระหว่างไทยกับเมียนมา เริ่มเห็นความพยายามในการเก็บตัวอย่างน้ำในเมียนมาเพื่อนำมาตรวจสอบ เนื่องจากประชาชนฝั่งเมียนมาได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงราย เขต 6 ระบุว่า ได้นำเสนอปัญหาผ่านรัฐสภา เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ และให้คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีคือการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลมาใช้ทดแทนแหล่งน้ำในปัจจุบัน
ด้าน น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ปัญหา แต่ยังไม่เห็นความชัดเจนในการดำเนินงานของรัฐบาล
สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการปกป้องสุขภาพประชาชน จากนั้นต้องพัฒนาระบบเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ พร้อมแก้ไขกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าแร่ ส่วนแนวทางระยะยาวคือการผลักดันให้ยุติกิจกรรมเหมืองแร่ที่ก่อมลพิษ โดยการทำเหมืองต้องยึดหลักธรรมาภิบาล และยกระดับปัญหาให้เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศ
เวทีเสวนาเรื่องแม่น้ำสายปนเปื้อนสารพิษข้ามพรมแดน จัดขึ้นโดยเครือข่ายปกป้องแม่น้ำ กก สาย รวก โขง โดยมี นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมจัดงาน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา
สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการมีหน่วยงานกลางของรัฐบาลที่สามารถประสานงานและผลักดันให้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำสายได้รับการยกระดับไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
หากเหมืองต้นน้ำสายทั้ง 13 แห่งยังคงดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาการปนเปื้อนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สารพิษในแม่น้ำสายก็อาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไป
昨天(2026 年 10 月 12 日),在清莱府湄赛县威昂庞坎街道市,由于水中砷含量超标 28 倍,清莱府发布公告,警告民众注意用水、农业生产、渔业和自来水安全。
关于河流跨界有毒物质污染的论坛分为三个部分:政府机构、公众和学术界,以反思问题和解决方案。
第一区(清迈)环境与污染控制办公室主任阿维拉·帕克马特先生报告说,对赛河的检查发现,在采集的每个样本中,水和沉积物中的有毒物质含量均超过标准水平。
最新检测结果显示,砷含量超标28倍,达到每升0.284毫克。每次检测结果都反映出污染程度呈上升趋势。
这与皮恩蓬·迪特斯女士提供的信息相符。她根据在边境地区的实地调查发现,一些矿场24小时不间断运营,并且还在不断扩张。有些矿场甚至在河中央开采,这引发了人们对采矿作业缺乏有效监管的担忧。
湄发銮大学社会创新学院讲师 Suebsakul Kitnukon 博士表示,湄发銮河上游至少有 13 个采矿作业点。
Suebsakul Kitnuakorn 博士,湄发銮大学社会创新学院讲师。
受污染的水和沉积物问题影响了大约 68,000 莱的农田,特别是依赖湄赛河水进行耕作的稻田和各种果园。
来自用水户团体和湄赛县农民委员会的代表们提出了担忧和疑问,他们想知道,当水和沉积物受到污染时,如何确保种植的大米不会受到毒素污染。他们还询问,如果农产品污染严重到无法销售,谁将承担责任。
清莱府土地开发办公室的一位代表表示,他们从湄赛河采集了52个土壤样本,从湄鲁阿河采集了92个土壤样本。考虑到该地区距离河流较远,目前他们只能监测象岛和湄赛两个分区。
目前的计划是,由清莱府负责农业的农业机构对高风险地区的土壤、作物和水稻进行检查,并加快绘制风险地图以进行监测。
遗憾的是,清莱府农业局没有参加此次论坛,因此没有收到有关哪些作物被发现受到污染的完整农业信息,这与清迈府湄艾县的情况类似。
然而,土地开发部的下一步工作将是土壤改良和 pH 值调整,并得到两个组织的支持:一家研究无砷水稻品种的私营企业和朱拉隆功大学化学系研究减少植物毒性吸收的方法。
来自清莱府的渔业专家维塔亚·马萨先生就此问题发表了看法,他指出,由于泥沙淤积导致水体浑浊,湄赛河的鱼类数量正在减少。此外,在19个鱼样中检测出砷,14个鱼样中检测出汞,14个鱼样中检测出铅,这引发了人们对湄赛河流域鱼类体内毒素积累的担忧。
湄州大学水产技术与水产资源学院院长、副教授阿皮南·苏瓦纳拉克博士指出,湄赛河的毒素和沉积物问题不仅会导致鱼类体内毒素积累,沉积物和水体浑浊还会破坏鱼类的栖息地和食物来源,并影响其繁殖。未来,该地区的鱼类和水生生物数量可能会减少甚至消失。
湄赛省自来水局讨论了其短期计划,即采用化学方法改善水质。然而,报告显示,水处理后仍检测到砷(0.0068 mg/L)和钡(0.017 mg/L)。
展望未来,省自来水公司承认已制定一项中期计划,通过寻找新的水源,以9亿泰铢的预算连接怀克莱-湄占-清莱供水系统。
长期规划包括位于湄发銮县的湄坎水库项目,该项目目前正在进行勘测和设计。该项目旨在减少对日益受到有毒物质污染的河流的依赖。
清莱府公共卫生副主任纳隆·卢查先生公布了一项为期五年的健康监测计划,该计划覆盖清莱府全部18个县,特别是其中7个面临水体毒素污染风险的县。该计划还包括监测村庄自来水、植物、水果和水生动物的水质。
2026年在7个地区进行的尿检发现,31人砷含量超标。作为一项为期5年的监测计划的一部分,这些人需要在6个月后接受复查和随访监测。
此外,还发现三个蔬菜样品中镉含量超过标准水平;这些样品分别是来自威猜县和清莱府的辣椒。
在对村庄自来水进行检查时发现,清莱府林谷街道一处地点的污染程度超过了标准。
来自湄发銮大学法学院的助理教授阿里萨拉·莱卡姆建议将矿产进口问题提升到紧急级别,并通过调查从进口到出口的整个供应链(包括检查污染矿山)来解决矿产进口问题。
这与苏布萨库尔·吉努阿空博士的建议相符,即可以立即解决国内矿产进出口问题。关于泰缅冲突的解决,由于缅甸民众也受到影响,目前正在努力从缅甸采集水样进行检测。
清莱府第六选区国会议员蒙蒂查·柴巴兰女士表示,她已向国会提交了该问题,敦促将其列入国家议程,并已指示各委员会进行实地调查。当务之急是寻找替代地下水源,以取代目前的供水。
代表清莱府的参议员玛妮拉·克马冯表示,她之前曾利用议会机制解决这些问题,但没有看到政府方面取得任何明显的进展。
最紧迫的任务是保护公众健康。其次应建立自动化水质监测系统,并修订矿产进口相关法律法规。长远来看,应推动停止污染性采矿活动,确保采矿作业遵循良好治理原则,并将此问题提升至国际合作层面。
由科克河、赛河、鲁阿克河和湄公河保护网络组织了一场关于河流跨界有毒物质污染的论坛。前参议员德恩杰·迪特斯和清莱府湄赛县威昂庞坎镇共同组织了此次活动,旨在寻找解决该问题的方案。
目前最重要的是要有一个中央政府机构,能够协调和推动在国内和国际上采取具体措施解决河流有毒污染问题。
如果上游的 13 个矿场继续运营,而污染问题仍未得到解决,那么河流中的有毒物质可能会继续增加。