← 返回新闻首页
泰国权威

ศุลกากรอายัดตู้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม 14 ตู้ พื้นที่ ระยอง-ปราจีนฯ

ศุลกากรลุยขยายผลอายัดตู้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม 14 ตู้ จากกรณีระยอง-ปราจีนบุรี ย้ำชัดตู้ BAN ทั้ง 720 ตู้ ไร้เล็ดลอด พร้อมชงมาตรการเด็ดขาดคุมเข้มนำเข้าเศษโลหะ

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
海关官员在罗勇府和巴真府查获了14个装有电子垃圾的集装箱。

วันนี้ (14 ต.ค.2569) นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงและผลการดำเนินงานเชิงรุกของกรมศุลกากรการเข้าตรวจสอบโรงงานลักลอบกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ปราจีนบุรี โดยยืนยันว่ากรมศุลกากรได้มีการบูรณาการร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงใช้หลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้คัดกรองอย่างเข้มงวด พร้อมเดินหน้าสกัดกั้นและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

นายภาณุ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่พบในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ปราจีนบุรี ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง โดยสำแดงสินค้าเป็นเศษเหล็ก (MIXED METAL) พิกัดศุลกากร 7204.49.00

ทางกรมศุลกากรได้เร่งขยายผลจากข้อมูลบริษัทผู้นำเข้า และสั่งการให้อายัดตู้สินค้าต้องสงสัยเพิ่มเติมทันที รวม 14 ตู้ น้ำหนักรวม 323.307 ตัน แบ่งเป็นการขยายผลจากกรณี จ.ระยอง 9 ตู้ น้ำหนัก 223.600 ตัน และ จากกรณี จ.ปราจีนบุรี 5 ตู้ น้ำหนัก 99.707 ตัน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับประเด็นข้อกังวลกรณีตู้สินค้าตามการข่าวจากเครือข่าย Basel Action Network (BAN) จำนวน 720 ตู้ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันว่า ไม่มีการลักลอบนำตู้สินค้าที่อายัดไว้ออกจากท่าเรือแหลมฉบังแต่อย่างใด ทุกตู้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมศุลกากรอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งเป็นตู้ที่ไม่ได้เข้าประเทศไทย 440 ตู้, ตู้ที่ตรวจสอบแล้วไม่พบของเสียอันตราย 187 ตู้ และตู้ที่ตรวจพบความผิดเข้าข่ายของเสียอันตราย 89 ตู้ ผลักดันส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรแล้ว 75 ตู้, อยู่ระหว่างดำเนินคดี 14 ตู้ และอยู่ระหว่างอายัด 4 ตู้ ปัจจุบันจึงคงเหลือตู้สินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการรวมทั้งสิ้น 18 ตู้ ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้ภายในท่าเรือแหลมฉบัง

ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ตรวจสอบจับกุมสินค้าประเภทของเสียอันตรายรวม 209 ตู้ น้ำหนัก 4.6 ล้านกิโลกรัม และผลักดันกลับแล้ว 134 ตู้ น้ำหนัก 2.9 ล้านกิโลกรัม

ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ยอมรับว่า สถิติการนำเข้าเศษโลหะ (เศษเหล็ก เศษทองแดง และเศษอะลูมิเนียม) ในช่วงปีงบประมาณ 2567-2569 มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรวม 3 ปี สูงถึง 391,393 TEU (น้ำหนักกว่า 7.83 ล้านตัน มูลค่ากว่า 213,094 ล้านบาท) ด้วยข้อจำกัดของสินค้าที่มีความหนาแน่นสูงทำให้เครื่องเอกซเรย์มีข้อจำกัดในการจำแนกสิ่งปะปน ประกอบกับการเปิดตรวจทางกายภาพทุกตู้ต้องใช้ทรัพยากรและเครื่องจักรหนักจำนวนมาก กรมศุลกากรจึงนำหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้คัดกรองอย่างเข้มงวด มุ่งเน้นตรวจสอบตู้สินค้าเสี่ยงสูงควบคู่กับการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรมีผลการจับกุมสินค้าประเภทของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งสิ้น 10.29 ล้านกิโลกรัม และได้ผลักดันส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรแล้ว 5.29 ล้านกิโลกรัม พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้ร่วมหารือกับกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยกรมศุลกากรได้เสนอแนวทางป้องกันระยะยาว ได้แก่ การเสนอให้ห้ามนำเข้าเศษโลหะ เหมือนกับการห้ามนำเข้าเศษพลาสติก หรือกำหนดให้การนำเข้าต้องมีใบรับรองจากประเทศต้นทางว่าไม่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปน และในอนาคตอาจพิจารณาบูรณาการตรวจสอบที่โรงงานแทนการตรวจที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ศาลนัดสืบ "คดีหนุ่มออสซี่" จำนนหลักฐาน ซ่อนเร้นร่างสาว 17 ทิ้งข้างรางรถไฟ

ปปง. เผย 7 คดีสำคัญ ยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท

กรมป่าไม้ เร่งตรวจสอบอุบัติเหตุกิจกรรมโรยตัว ป่านันทนาการดงรอยเท้าอาร์โคซอร์

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻