ธนาคารโลกหนุนไทย 81.6 ล้าน เสริมความพร้อมขับเคลื่อน กม.ลดโลกร้อน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050世界银行向泰国提供 8160 万泰铢,以提高其为实现 2050 年净零排放目标而实施气候变化减缓法律的准备程度。
ธนาคารโลกมอบเงินให้เปล่า 81.6 ล้านบาท พัฒนากลไกราคาคาร์บอน สร้างความพร้อมรัฐ-เอกชน รองรับขับเคลื่อน พ.ร.บ. ลดโลกร้อน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

วันนี้ (15 ต.ค.2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” เร่งระดมเงินทุนต่างประเทศในลักษณะเงินให้เปล่า (Grant) มาใช้สนับสนุนการพัฒนากลไกราคาคาร์บอน เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง รองรับการขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่วางแผนบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ของไทยในระยะยาว
นายสุชาติ กล่าวว่า ธนาคารโลก (World Bank) เป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการระดมเงินทุนจากทั่วโลก ทั้งทรัพยากรการเงิน บุคลากร และองค์ความรู้ การปิดดีลเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจะทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ในการขับเคลื่อนบังคับใช้กฎหมายลดโลกร้อนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ธนาคารโลกหนุนไทย 81.6 ล้าน เสริมความพร้อมขับเคลื่อน กม.ลดโลกร้อน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050
นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) ถือเป็นความสำคัญอันดับแรกที่ไทยต้องเร่งดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย NDC3.0 รวมทั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมตามแนวทาง Just Transition ที่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแรงงาน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ชุมชน และกลุ่มประชากรเปราะบาง การได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกยืนยันได้ว่าการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของโลก
นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้มีการเจรจาทวิภาคีกับ Mr. Jamie Fergusson ผู้อำนวยการด้านภูมิอากาศของธนาคารโลก (Director for Climate, World Bank) และ Ms. Julia M. Fraser ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (Regional Practice Director for Planet, East Asia and Pacific) เพื่อสรุปและปิดดีลเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าประมาณ 81.6 ล้านบาท (2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับ 2 โครงการ ได้แก่
1. โครงการ Partnership for Market Implementation (PMI) วงเงินสนับสนุนประมาณ 68 ล้านบาท (2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มุ่งศึกษาการพัฒนาเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments) ออกแบบเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำกลไกดังกล่าวมาใช้ภายใต้กรอบกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต
2. โครงการ Thailand’s Long-Term Climate Strategies (LTS) วงเงินสนับสนุนประมาณ 13.6 ล้านบาท (0.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มุ่งสนับสนุนการพัฒนาและประยุกต์ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจ เพื่อประกอบการวิเคราะห์แนวทางการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย ควบคู่กับการวางแผนการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว และช่วยให้ประเทศไทยมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการและการลงทุนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่าน
นายพิรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสำเร็จจากการทำงานและเจรจาอย่างต่อเนื่องทำให้ไทยได้รับงบประมาณกว่า 80 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารโลกเห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของไทยที่จะสร้างกลไกด้านกฎหมายให้เกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ได้รับเงินทุนมาดำเนินการ ตลอดจนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการพัฒนาระบบ Climate Finance ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายสุชาติ ย้ำว่า การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องอาศัยกลไกทางการเงินที่สามารถสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ การพัฒนาทักษะและอาชีพใหม่ของแรงงาน ตลอดจนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่เพียงช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ แต่ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กันไป
โฆษกรัฐบาลโต้ข่าว IMF ตำหนิไทย ซัดเพจปล่อยข้อมูลจงใจดิสเครดิต
เครือข่ายต้านประชุม IMF-World Bank ปักหลักแยกพระราม 4
คลังยัน "เฟคนิวส์" ปมผู้จัดการ IMF ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบางขณะอาเซียนโต
แนะเส้นทางเลี่ยงถนนรัชดาฯ ขสมก.ปรับทางเดินรถช่วงพระราม 4-แยกอโศกฯ
รัฐบาลย้ำ "ห้ามบินโดรน" ในพื้นที่หวงห้าม 16 ต.ค. ฝ่าฝืนมีโทษ
นายกฯ ชู soft power ไทย งานดินเนอร์ ต้อนรับผู้นำการเงินโลก IMF-World Bank
พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เงินสนับสนุนธนาคารโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
今天(2026年10月15日),自然资源与环境部长苏查特·乔姆克林指示气候变化与环境厅(又称“气候变化减缓厅”)紧急筹集外国资金,以赠款形式支持碳定价机制的建立。此举旨在帮助政府、私营部门和利益相关方做好准备,支持计划于2027年生效的《气候变化法》草案的实施。该法案将是泰国实现2050年净零排放长期目标的关键工具。
苏查特先生指出,世界银行是一家国际发展金融机构,在调动全球资金(包括财政资源、人员和知识)方面发挥着至关重要的作用。达成这项赠款协议将使泰国能够更快、更有效地受益,从而推动气候变化减缓法律的执行。
世界银行向泰国提供 8160 万泰铢,以提高其为实现 2050 年净零排放目标而实施气候变化减缓法律的准备程度。
自然资源与环境部常务秘书拉维万·普里德女士表示,气候融资是泰国实现国家自主贡献3.0目标(包括2050年净零排放目标)的首要任务。向低碳经济转型必须具有包容性和公平性,遵循公正转型原则,充分考虑对工人、中小企业、社区和弱势群体可能产生的影响。获得世界银行的资金支持,表明泰国应对气候变化的努力与全球趋势相符。
气候变化与环境部总干事皮伦·赛亚西帕尼奇先生表示,在2026年10月14日举行的国际货币基金组织-世界银行集团2026年年会上,他与世界银行气候事务主任杰米·弗格森先生和地球、东亚及太平洋地区实践主任朱莉娅·M·弗雷泽女士举行了双边会谈,最终确定了一项总额约为8160万泰铢(240万美元)的赠款,用于两个项目。
1. 市场实施伙伴关系(PMI)项目,资金约6800万泰铢(200万美元),旨在研究碳定价机制的开发,设计符合各国国情的政策工具和经济机制,支持温室气体减排,并促进企业向低碳经济转型。此举旨在为未来立法框架下此类机制的实施做好准备。
2. 泰国长期气候战略(LTS)项目,资金约1360万泰铢(约合40万美元),旨在支持经济模型的开发和应用,以分析实现泰国净零排放气候目标的各种途径。该项目与长期经济发展的投资规划相结合,将帮助泰国就转型所需的各项措施和投资的优先顺序做出明智的决策。
皮伦先生进一步指出,通过持续的努力和谈判,泰国已成功获得超过8000万泰铢的资金。这体现了世界银行对泰国潜力和建立法律机制承诺的认可,从而为泰国提供资金和知识转移的机会,以建立一个能够切实应对气候挑战的有效气候融资体系。
苏查特先生强调,要公正地向低碳经济转型,需要建立相应的金融机制,以支持企业适应变化、培养劳动者的新技能和职业发展,并为社区创造经济机会。这需要政府机构、私营部门和金融机构在国内和国际层面开展合作,从而使转型不仅有助于国家实现气候目标,还能保持经济竞争力,并保障公民的生活质量。
政府发言人驳斥了国际货币基金组织对泰国的批评报道,并指责一个Facebook页面故意散布虚假信息以抹黑泰国。
反对国际货币基金组织-世界银行会议的抗议者在拉玛四路交叉口举行了抗议活动。
财政部否认了国际货币基金组织经理表示泰国经济脆弱而东盟经济正在增长的说法,称其为“假新闻”。
建议绕开拉差达路的替代路线:BMTA 调整了拉玛四路和阿索克路口之间的公交路线。
政府重申,10月16日禁止在限制区域内飞行无人机。违者将受到处罚。
泰国总理在欢迎国际货币基金组织和世界银行等世界金融领导人的晚宴上,重点强调了泰国的软实力。
气候变化法案
资金来自世界银行。
气候变化