ทหารอากาศญี่ปุ่นแลนดิ้ง F-2 จอดไทยครั้งแรก หมู่บิน JASDF แวะเติมน้ำมันอู่ตะเภา日本航空队F-2战斗机首次在泰国着陆;日本航空自卫队(JASDF)特战队在乌塔帕奥机场进行空中加油。
ทหารอเมริกาถอนสมอ ทหารอากาศญี่ปุ่นแลนดิ้ง F-2 จอดไทยครั้งแรก หมู่บิน JASDF แวะอู่ตะเภา เติมน้ำมัน ก่อนมุ่งอินเดีย ร่วมฝึก “Veer Guardian 26”

ทหารอเมริกาถอนสมอ ทหารอากาศญี่ปุ่นแลนดิ้ง F-2 จอดไทยครั้งแรก หมู่บิน JASDF แวะอู่ตะเภา เติมน้ำมัน ก่อนมุ่งอินเดีย ร่วมฝึก “Veer Guardian 26”
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 15.10 น. ที่สนามบินอู่ตะเภา มีเครื่องบินรบ F-2A/B ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น (JASDF) เตรียมแวะจอดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยวันนี้ หมู่บินผสมของ JASDF มีกำหนดแวะจอดเพื่อเติมน้ำมันที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการฝึกทางอากาศ “Veer Guardian 26” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-21 ก.ย. 69
JASDF ออกแถลงการณ์ระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนำกำลังทางอากาศเข้าร่วมการฝึก “Veer Guardian 26” ร่วมกับอินเดีย โดยกำลังทางอากาศของญี่ปุ่นที่จะลงจอดในประเทศไทย ประกอบด้วย เครื่องบินรบ F-2A/B “ไวเปอร์ซีโร่” จำนวน 5 ลำ เครื่องบินลำเลียง C-2 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ KC-135 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อีก 2 ลำ
การเดินทางมาถึงประเทศไทยของ F-2A/B ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ เนื่องจากเป็นการนำเครื่องบินรบของญี่ปุ่นเข้ามายังประเทศไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง แม้ญี่ปุ่นจะเป็นชาติพันธมิตรทางการทหารกับประเทศไทย แต่ที่ผ่านมาอากาศยานทางทหารของญี่ปุ่นที่เดินทางมาแวะพักในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นอากาศยานสนับสนุนภารกิจ เช่น เครื่องบินลำเลียงและเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
สำหรับ F-2A ของ JASDF ที่จะเดินทางมาประเทศไทย เป็นเครื่องบินรบจากฝูงบินที่ 8 ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศสึอากิ โดย F-2 เป็นเครื่องบินรบที่ผลิตโดยบริษัทมิตซูบิชิ และใช้แบบพื้นฐานจากเครื่องบินรบ F-16 ของสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก F-16 ของสหรัฐอเมริกา โดยปรับแต่งให้เหมาะกับภารกิจป้องกันและโจมตีทางทะเลโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม F-2 มีความแตกต่างจาก F-16 หลายประการ โดยเฉพาะพื้นที่ปีกที่มีขนาดใหญ่กว่าและสามารถรองรับการบรรทุกอาวุธได้มากกว่า F-16 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ระบบอวิโอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องก็ได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัยกว่า F-16C/D รุ่นพื้นฐาน
F-2 ถูกผลิตขึ้นเพื่อการใช้งานของทางญี่ปุ่น เข้าประจำการเฉพาะใน JASDF เท่านั้น โดยมีการผลิตรวม 98 ลำ ด้วยจำนวนการผลิตที่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยของ F-2 สูงถึงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราเงินในช่วงเวลาที่มีการผลิต เมื่อเปรียบเทียบกับ F-16C ซึ่งมีราคาประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลำ
การแวะจอดของ F-2A/B ที่อู่ตะเภาครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจับตาในความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางทหารระหว่างไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ก่อนที่หมู่บินญี่ปุ่นจะเดินทางต่อไปยังอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการฝึก “Veer Guardian 26” ตามกำหนดการ
美军撤离;日本空军F-2战斗机首次在泰国降落;日本航空自卫队飞机在乌塔堡机场停留加油,然后前往印度参加“勇士卫士26”演习。
2026年9月6日,记者报道称,下午3点10分,日本航空自卫队的F-2A/B战斗机在泰国乌塔帕机场准备进行首次泰国之行。当天,一支由日本航空自卫队不同机型组成的混合编队计划在春武里府乌塔帕国际机场加油,之后继续飞往印度,参加定于2026年9月9日至21日举行的“维尔卫士26”联合空中演习。
日本航空自卫队发表声明称,此次任务是日本空军参与与印度举行的“维尔卫士26”联合军演计划的一部分。抵达泰国的日本空军机队包括五架F-2A/B“蝰蛇零式”战斗机、两架C-2运输机和两架美国空军KC-135空中加油机。
F-2A/B战斗机抵达泰国是一件意义重大的事件,因为这是二战结束后日本战斗机首次进入泰国。尽管日本是泰国的军事盟友,但以往日本军用飞机访问泰国大多是运输机和空中加油机等支援飞机。
即将前往泰国的日本航空自卫队F-2A战斗机隶属于驻扎在须木空军基地的第8飞行中队。F-2是由三菱公司制造的战斗机,以美国F-16战斗机为基础研发而成。它是一款多用途战斗机,由美国F-16发展而来,并专门针对海上防御和攻击任务进行了改进。
然而,F-2 与 F-16 在几个方面有所不同,特别是其更大的翼面积和比 F-16 更多的武器携带能力。同时,其航空电子设备和内部电子装置也比基本的 F-16C/D 型号更加先进。
F-2战斗机仅供日本国内使用,全部装备日本航空自卫队。该型飞机共生产了98架。由于产量有限,F-2的单价约为1亿美元(按当时的汇率计算),而F-16C的单价约为2000万美元。
因此,F-2A/B 战机在乌塔帕奥机场的停留,是泰国、日本和美国之间安全关系和军事合作中又一个值得关注的事件,之后日本航空中队将前往印度参加预定的“维尔卫士 26”演习。