← 返回新闻首页
泰国权威

เครือข่ายภาคประชาชน​ยื่นหนังสือถึงนายกฯ​ วอน "ชะลอ-ถอน" ร่างแก้ไข กม.​ 4 ฉบับ

ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน​ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ​ วอน​ ชะลอหรือถอนร่างแก้ไข​กฎหมาย​ 4 ฉบับ​ รับเงินอุดหนุนภาษีบาป​ออก​ ชี้ ไม่ควรอ้างวินัยการคลังรัฐเปลี่ยนใช้งบประมาณ​ปกติ​ เหตุ​ไม่ใช่ทางออก​ บอก​ ต้องเน้นการตรวจสอบโปร่งใส

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
一个民间社会团体网络向总理递交了一封信,敦促他“推迟或撤回”对四项法律的修正案草案。

วันนี้ (16 ต.ค.2569) เมื่อเวลา 13.00 น.​ ที่ทำการพรรคภูมิใจ​ไทย​ เเกนนําขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.)​ เครือข่ายประชาชนปฏิรูประบบสุขภาพและสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิพลเมือง และภาคีเครือข่ายสุขภาพ กว่า 60 คน​ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทินชาญ วีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ขอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย​ (ไทยพีบีเอส​)​ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)​, ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ ร่าง พ.ร.บ.​การกีฬาแห่งประเทศไทย ภายหลังผลการรับฟังความเห็นพบว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยโดยมี​นาย​สิรภพ ดวงสอดศรี ผอ.พรรคภูมิใจไทย​ เป็นตัวแทนรับหนังสือ

นายสมบูรณ์​ คำแหง​ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูประบบสุขภาพและสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิพลเมือง ระบุว่า​ เรื่องนี้เป็นประเด็นพูดคุยกันในภาคประชาสังคม ซึ่งมีความเห็นร่วมกันถือเป็นมติ โดยผลสรุปที่จะมายื่นหนังสือในวันนี้ และเรื่องดังกล่าวเป็นที่รับทราบในหมู่องค์กรภาคประชาชนทั่วประเทศ​ ซึ่งถือเป็นความกังวลตรงกันว่า การที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเสนอร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ แม้จะกระทบกับองค์กรเหล่านั้นแต่ไม่ควรเป็นประเด็นที่นำไปสู่การทำลายเชิงหลักการ และหากมีการเดินหน้าแก้ไขกฎหมายให้วิธีการจัดสรรงบประมาณเปลี่ยนไป ซึ่งแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยอาจมีวิธีอธิบายเรื่องนี้แต่ยังเป็นข้อสงสัยในมุมของพวกตน​ว่า หนีไม่พ้นทำให้องค์กรอย่าง สสส. หรือ สื่อสาธารณะ อาจต้องปรับท่าทีของตัวเองใหม่ จึงอยากให้พรรคภูมิใจไทยโดยเฉพาะนายกฯ ต้องพินิจพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบไม่อย่างนั้นจะเป็นการเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองได้ หากนายกฯ ยังเดินหน้าเรื่องนี้​ ผู้มีวิวาทะไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในห้องนี้ แต่เป็นผู้ที่อยู่ในภาคเครือข่ายประชาชนที่ทำงาน จึงอยากให้นายกฯรับฟังความเห็นและข้อมูลอีกมุม

นายชูวิทย์​ จันทรรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าว​สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานบนเส้นทางที่ไม่แสวงหาผลกำไร​เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์ แต่สิ่งที่รัฐไม่เคยมีให้ แล้ววันหนึ่งมีขึ้นมาคือกองทุนจาก สสส. ซึ่งนายชูวิทย์ระบุว่า ไม่ได้ทำให้รวยขึ้นและเจ็บปวดทุกครั้งที่ถูกตราหน้าว่าหากินกับภาษีบาป พร้อมกับฝากให้ ผอ.พรรคไปยังโฆษกรัฐบาล​

ขอให้ช่วย อย่าย่ำอยู่บนหัวของพวกเรา​ ขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่ว่า เป็นคนทำงานร่วมกับภาครัฐ​ ทุกเหตุการณ์น้ำท่วมหรือ​โควิดก็ไปช่วยชาวบ้าน นี่คือความสำคัญ​ อย่าผลักเราให้เป็นคนอื่น สิ่งที่ควรส่งไปยังรัฐบาลอาจต้องปรับเปลี่ยนหรือทบทวนให้จริงจังและเห็นหัวพวกเรา ประกอบกับขณะนี้เจอวิกฤต​รัฐบาลรับมือไม่ไหว​ หากไม่มีภาคประชาชนตื่นตัวขึ้นมาจับมือกับรัฐในการทำงานไปด้วยกัน ที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการ ผ่านวิกฤตไปได้ จึงอยากให้รัฐบาลคิดให้มาก อย่าทำร้ายกองทุนที่มีอยู่น้อยนิด ให้เราต้องสิ้นไร้ไม้ตอกและไม่มีทางเลือกอื่น

นายธีระ​ วัชรปราณี​ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวถึงที่ กองทุน สสส.แม้ว่าจะดำเนินการมาด้วยภาษีสรรพสามิต​ และแม้ว่ารัฐบาลจะย้ำว่าไม่ได้ยกเลิกแต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการใช้งบประมาณ ซึ่งตนมองว่า หากมีการยกเลิก​ ระบบสุขภาพและสังคมน่าจะมีปัญหาในอนาคตมากขึ้น และถ้ามีกองทุนอย่างนี้อยู่ก็สามารถที่จะช่วยปิดจุดอ่อนและเติมเต็มศักยภาพของภาครัฐขึ้น​

จึงขอวิงวอนขอให้ศึกษาและทบทวนเรื่องนี้​ ​และยังมองว่า​ คำกล่าวของรัฐที่อ้างอิงถึง​วินัยการเงินการคลังตามมาตรา 26 พ.ร.บ.ที่พูดถึงเกิดขึ้นมาก่อนเพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเอาสิ่งเหล่านั้นมาอ้างว่าด้วย ม.26 นี้จะต้องมายกเลิก พ.ร.บ 4 ฉบับนี้ และให้ไปใช้ระบบงบประมาณแทนเพราะถ้าเป็นเช่นนั้น การใช้ระบบงบประมาณคือสิ่งที่เรากังวลกันมากที่สุด และข้อกังวลว่าอาจเอื้อให้กับนายทุนเพราะถ้าภาษีลดลงผู้ได้เปรียบคือภาคธุรกิจในทันที

นายเกรียงไกร​ ชีช่วง​ ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ย้ำถึงหลายปรากฏการณ์​ทางสังคม​ อยากสะท้อนให้ถึงนายกฯ ​และเลขาธิการนายกฯ​ อยากให้ความสัมพันธ์​ของพรรค​หรือฝ่ายบริหารของรัฐบาลกับประชาชนราบรื่น​ และเป็นบรรยากาศทางเดียวกัน​ และขณะนี้เองก็มีอีกหลายเรื่อง​ ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วิกฤตอุทกภัย ซึ่งเรื่องนี้ควรวางไว้ก่อน​ หรือถอนก่อนก็ได้แล้วค่อยคุยกัน ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนให้เปิดพื้นที่ พูดคุยกัน​ หรือหากชะลอหรือหยุดไว้ก่อนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

นายวีรพงษ์​ เกรียงสินยศ​ ประธานมูลนิธิสุขภาพไทย มองว่า​ ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย​แต่ต้องทำให้เห็นว่าเงินที่มาจากทางสาธารณะจะต้องเปิดเผย​ และตรวจสอบ​ได้ แต่ยอมรับว่า น่าคิดว่าความโปร่งใสนั้นเพียงพอหรือไม่ แต่อาจเป็นคนละส่วนกับการแก้ พ.ร.บ.ทั้งฉบับ​ เพราะบางเรื่องเป็นการบริหารงาน และประธาน สสส.นั้น​ นายกฯ​ เป็นประธานบอร์ด​ โดยตำแหน่ง​ ซึ่งกลไกมีการเปิดเผยรายจ่ายประจำเดือนถือว่าโปร่งใสในระดับหนึ่ง แต่กลับมีการตั้งคำถามว่าเหตุใดคนจึงยังสงสัยเรื่องของความโปร่งใสอยู่ จึงจำเป็นต้องกลับไปขบคิด​ ว่าหรือ สสส. จำเป็นต้องแถลงผลงานประจำปี หรืองบประจำปีอย่างเปิดเผย

เหตุผลเรื่องความโปร่งใสไม่ควรนำมาเป็นเหตุผลหลักในการที่จะยกเลิกภาษีเฉพาะ แต่เป็นอีกประเด็นที่จะต้องมาทำงานร่วมกันให้เห็นว่าการทำงานของทุกคนนั้น ต้องสามารถตรวจสอบทางบัญชีหรือแสดงทุกอย่างได้

นายวีรพงษ์​ ยืนยันว่า งบฯนี้มีความสำคัญ โดยการมีงบฯเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหาตามหลักคิด และสิ่งที่เสนอ คือ กลไกให้เห็นว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศและแก้ปัญหาอย่างแท้จริง มีบทพิสูจน์อยู่อย่างมากมาย​ และยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยอยู่ในเป้าหมายและกำลังเข้าไปในสมาชิก​ OECD ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ ความเป็นหุ้นส่วนของภาคประชาสังคม และอยากเห็นว่า กำลังช่วยทำให้ประเทศไทยยกระดับฐานะในสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเป็นการทำงานร่วมกัน

คาดหวังว่าจะมาพูดคุยกันเพื่ออาจจะเปลี่ยนใจนายกฯ และสมาชิกในพรรคภูมิใจไทยเพราะเป็นผู้ยื่นเสนอกฎหมายนี้ และจากสิ่งที่ลงความเห็นกันนั้น​อาจจะเป็นเหตุผลรองรับให้ทางพรรค​ให้ได้ทบทวน ขอยุติ​ หรือถอนร่าง พ.ร.บ. แก้ไข และอยากทำความเข้าใจกับพรรคการเมืองว่า​ งานภาคประชาสังคมเหล่านี้มีบทบาทสำคัญ จึงอย่ามาทำลาย​ ลดทอน​ หรือทำให้พวกเราเสียกำลังใจ​ เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเช่นกัน

ด้านผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนจะรวบรวมข้อเสนอและความรู้สึกที่พูดคุยกันวันนี้ ไปสื่อสารให้กับพรรค ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าทุกอย่างต้องมีทางออก อะไรที่เป็นประโยชน์เราก็จะช่วยกัน ดังนั้น เราจะรับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาซึ่งเราก็พอรับรู้เรื่องนี้จากหน้าสื่อแต่การทำงานบางอย่างก็อาจจะมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนกันบ้าง แต่เชื่อว่านายกฯ และผู้บริหารพรรคพร้อมจะรับฟัง​ และยังกล่าวย้ำอีกว่า พรรคการเมืองเมื่อเติบโตมา เรื่องที่สำคัญคือความทุกข์ยากของประชาชน ไม่ต้องไปห่วงว่าไปเอาใจนายทุน

สำหรับตนเรื่องพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสารระบบ คนทำงานหากไปดังวลในเรื่องพวกนี้ อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องโฟกัสที่ชาวบ้านเป็นหลัก เมื่อถึงเวลาชาวบ้านเลือกเรา นายทุนคนหนึ่งบางทีมีแค่เสียงเดียว แต่ชาวบ้านหลายมือ เวลาไปกาคะแนน ดังนั้นตนเชื่อว่า ทุกพรรคการเมืองกังวลเรื่องเสียงของประชาชน ดังนั้นการทำอะไรที่ได้ใจของประชาชน และดูแลพี่น้องประชาชนได้ เราก็จะแข็งแรงในทางการเมือง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเติบโตมาอย่างนี้จริง ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งเราเป็นสายต่างจังหวัดไม่ใช่สายเมือง แต่กรุงเทพฯก็ยังไม่ได้สักที ซึ่งการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่พี่น้องภาคประชาสังคมก็ยังอยู่เหมือนเดิม

สำหรับจุดยืนและข้อเรียกร้องถึงนายกฯ และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย มีดังนี้ 1.ยกเลิกการจัดเก็บภาษีบาปแล้วไปใช้เงินในระบบงบประมาณที่ต้องผ่านสภา

2.ในการทำงานของทุกกองทุน มีขั้นตอนการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ แทบไม่ต่างจากหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ โดยเฉพาะ สสส.ที่มีการกำกับและตรวจสอบอย่างเข้มข้น และยังถูกตรวจสอบได้จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอีกด้วย ส่วนกรณีไทยพีบีเอสการทำลายความอิสระขององค์กร สุ่มเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง ควบคุม จึงจำเป็นต้องรักษาไว้ซึ่งความเป็นอิสระในการทำงาน ตามเจตนารมณ์ที่ไม่ใช่สื่อของรัฐ

3.กังวลว่าจะเป็นการตัดโอกาสที่ประชาชน องค์กร คนเล็กคนน้อย ที่จะเข้าถึงแหล่งทุนหรือได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

4.การที่ประเทศไทยต้องการเข้าร่วมเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน ซึ่งเป็นแผนงานของ องค์การสหประชาชาติ และองค์การเพื่อความร่วมร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หลักสำคัญอย่างหนึ่งคือการสนับสนุนตให้ภาคประชาสังคม ร่วมทำงานเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ คือ การทำลายภาคประชาสังคมอย่างปฏิเสธไม่ได้

5.ขอให้พรรคภูมิใจไทย ถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ออกไปจากกระบวนการทางนิติบัญญัติโดยเร็วที่สุด และใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้ง กมธ.วิสามัญที่มาจากทุกพรรคการเมือง และมีตัวแทนภาคประชาสังคม ศึกษาการปฏิรูปงานของทั้ง 4 องค์กร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

6.ขอให้ทบทวนมุมมองต่อภาคประชาสังคม หยุดทำลายความเข้มแข็งของภาคประชาชน และขอให้พัฒนากลไกให้ภาคประชาสังคมเข้มแข็ง ไม่ใช่แค่ถามหาในเวลาเผชิญวิกฤตแต่ทุบทำลายเมื่อไม่ตอบโจทย์ทางการเมือง

กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคมเรียกร้องถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส หวั่นกระทบความเป็นอิสระสื่อสาธารณะ

เวทีเสวนาห่วงแก้กฎหมาย 4 องค์กร กระทบอิสระ Thai PBS–งบสร้างเสริมสุขภาพ

ไทยพีบีเอสแจง สตง.ยังไม่แจ้งผลตรวจ ย้ำไม่ใช่คำชี้มูลความผิด

“ภคมน” เปิดเหตุผล รัฐบาลพยายามแทรกแซง “ไทยพีบีเอส”

ศึกรื้อ "ภาษีบาป" ปฏิรูปคลังโปร่งใส หรือ แผนสยบองค์กรอิสระ-สื่อสาธารณะ ?

สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนฯ ออกแถลงการณ์ ขอให้คุ้มครองความเป็นอิสระของไทยพีบีเอส

6 องค์กรวิชาชีพสื่อฯ แถลงการณ์ 4 จุดยืน-ข้อเสนอ แก้กฎหมายไทยพีบีเอส

สภาผู้บริโภค เปิด 3 เหตุผลค้านแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ห่วงใช้งบรัฐ เปิดช่องแทรกแซงข่าว

ส.ส.ท.ย้ำจุดยืนความเป็นอิสระ "สื่อสาธารณะ" ปมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้

"ภคมน" ค้านแก้ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส หวั่นเปลี่ยนสื่อสาธารณะสู่สื่อรัฐ

"ไทยพีบีเอส" แจงผลปฏิบัติงานปี 68 ยืนหยัดเป็นเสาหลักระบบนิเวศสื่อสาธารณะ

ไทยพีบีเอสรายงานผลงานปี 2567-2568 ต่อสภาฯ ชูบทบาทสื่อสาธารณะรับมือยุคดิจิทัล

ความเป็นอิสระของสื่อ

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻