ธปท. ชูเวที IMF-เวิลด์แบงก์ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน–สกัดภัยการเงินดิจิทัล泰国银行在国际货币基金组织和世界银行论坛上重点介绍了其应对全球经济波动和打击数字金融威胁的方法。
สรุปประชุมIMF-World Bank 2026 IMF คาดเศรษฐกิจโลกปี69 โต 3.1% ไทยขยายตัว 2.1% ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หนี้สาธารณะสูง ตลาดการเงินเปราะบาง ธปท.ดัน Bangkok Blueprintวาง 12 แนวทางรับมือภัยทุจริตการเงินเร่งยกระดับเสถียรภาพระบบการเงินยุคดิจิทัล

วันนี้ ( 18 ต.ค.2569) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สรุปผลการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ชู “Bangkok Blueprint” ยกระดับความร่วมมือสกัดอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล ขณะที่ IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หนี้สาธารณะสูง และความผันผวนของตลาดการเงิน พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยโต 2.1% ทั้งปี 2569 และ 2570
ธปท. ชูเวที IMF-เวิลด์แบงก์ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน–สกัดภัยการเงินดิจิทัล
ธปท. ระบุว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเวทีให้ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินระหว่างประเทศแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงทางการเงิน และแนวทางรับมือกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล
IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.1% ในปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 3.4% ในปี 2570 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนด้าน AI ขณะที่เงินเฟ้อโลกคาดอยู่ที่ 4.7% ในปีนี้ ก่อนชะลอลงเหลือ 4.1% ในปีหน้า ส่วนเศรษฐกิจอาเซียนคาดเติบโต 4.9% และ 4.7% ตามลำดับ ขณะที่ไทยขยายตัว 2.1% เท่ากันทั้งสองปี
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังโน้มไปด้านต่ำ จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งสินค้าและราคาพลังงาน หนี้สาธารณะระดับสูงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความไม่แน่นอนจาก AI ที่อาจส่งผลต่อตลาดแรงงาน ระบบการเงิน และความเหลื่อมล้ำ
IMF ยังเตือนความเปราะบางในตลาดการเงิน แม้ภาพรวมยังมีเสถียรภาพ แต่การลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์เกี่ยวข้องกับ AI ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น และความเชื่อมโยงระหว่างธนาคารกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการเงิน รวมถึงภัยไซเบอร์ที่มีโอกาสสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง
นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เร่งจัดระเบียบพื้นฐานเศรษฐกิจ หรือ “Get your house in order” ทั้งลดภาระหนี้ เสริมความแข็งแกร่งทางการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา และปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมลงทุนพัฒนาทักษะแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ เพื่อเตรียมรับความเสี่ยงในอนาคต
ทั้งนี้ผลงานสำคัญของ ธปท. คือการเปิดตัว “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ซึ่งจัดทำโดย IMF และธนาคารโลก โดย ธปท. เป็นผู้ผลักดันแนวคิดและร่วมให้ข้อมูล เพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงสำหรับประเทศต่าง ๆ ในการรับมืออาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล ครอบคลุม 12 แนวทางภายใต้ 5 เสาหลัก ตั้งแต่ยุทธศาสตร์และกฎหมาย การป้องกันและตรวจจับการทุจริต การใช้กรอบกำกับดูแลที่มีอยู่ การประสานความร่วมมือ ไปจนถึงการคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความรู้เท่าทันภัยดิจิทัล
นอกจากนี้ ธปท. และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัดทำ “Bangkok Blueprint in Action” ถอดบทเรียนจากฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยเน้นการป้องกันภัยตั้งแต่ต้นทาง ใช้มาตรการหลายชั้น และเชื่อมความร่วมมือทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัย ความสะดวก และการเข้าถึงบริการทางการเงิน
ในการประชุม G30 International Banking Seminar ซึ่ง ธปท. ร่วมกับ Group of Thirty จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Balancing Financial Innovation and Stability in Modern Digital Finance” ผู้เข้าร่วมเห็นตรงกันว่า AI และนวัตกรรมทางการเงินช่วยเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพระบบการเงิน แต่ยังมีความไม่แน่นอนด้านผลประโยชน์ ผลกระทบต่อแรงงาน และความเหลื่อมล้ำ จึงต้องพัฒนากรอบกำกับดูแลให้เท่าทันความเสี่ยง พร้อมส่งเสริมนวัตกรรมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ขณะเดียวกัน ผู้บริหาร ธปท. ได้หารือทวิภาคีกับธนาคารกลาง องค์กรการเงินระหว่างประเทศ และสถาบันการเงินชั้นนำรวม 18 แห่ง อาทิ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางจีน ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) IMF, SWIFT และ FATF เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและการเงินโลก กระชับความสัมพันธ์ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศ
ธปท. มองว่า ผลการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานระบบการเงินไทย เสริมความร่วมมือรับมืออาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ และเตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
OECD ชมไทยมุ่งมั่นปฏิรูปกฎหมาย หนุนไทยเข้าเป็นสมาชิกปี 71
IMF ขอบคุณไทย เจ้าภาพจัดประชุมประจำปี IMF-World Bank
เควิน วอร์ช ประธานเฟด ชี้ AI สร้างประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจ
คริสตาลินา กอร์เกียวา
ขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
ประชุมIMFWorldBank2026
泰国银行(BOT)于今日(2026年10月18日)总结了2026年10月12日至18日举行的国际货币基金组织(IMF)-世界银行集团年会成果,重点介绍了旨在加强打击数字金融犯罪合作的“曼谷蓝图”。同时,IMF评估认为,全球经济将继续增长,但由于地缘政治冲突、高额公共债务和金融市场波动,风险有所增加。IMF预测泰国2026年和2027年的经济增长率均为2.1%。
泰国银行在国际货币基金组织和世界银行论坛上重点介绍了其应对全球经济波动和打击数字金融威胁的方法。
泰国银行表示,此次在诗丽吉王后国家会议中心举行的会议,为政策制定者和国际金融机构提供了一个平台,让他们可以就全球经济趋势、金融风险以及应对新挑战的方法交换意见,特别是人工智能(AI)和数字金融欺诈的影响。
国际货币基金组织预测,受人工智能投资的推动,2026年全球经济增长率为3.1%,2027年将升至3.4%。预计今年全球通胀率为4.7%,明年将放缓至4.1%。东盟经济体预计分别增长4.9%和4.7%,而泰国经济预计这两年均增长2.1%。
然而,全球经济风险仍然偏向下行,其根源在于地缘政治和贸易冲突可能会影响航运路线和能源价格、高企的公共债务和不断上涨的借贷成本,以及人工智能带来的不确定性,这可能会影响劳动力市场、金融体系和不平等现象。
国际货币基金组织也警告称,尽管整体形势依然稳定,但金融市场仍存在脆弱性。对人工智能相关资产的集中投资、政府债券收益率上升以及银行与非银行金融机构之间的联系,都可能增加金融体系的风险,包括可能造成广泛影响的网络威胁。
国际货币基金组织总裁克里斯塔利娜·格奥尔基耶娃敦促各国“整顿内部秩序”,强调需要减少债务、加强财政稳定、维持物价稳定并实施结构性改革。她还强调,必须投资于劳动力技能发展、数字基础设施和加强网络安全,以应对未来的风险。
泰国银行(BOT)的一项重要成就便是发布了由国际货币基金组织(IMF)和世界银行共同制定的《曼谷反欺诈金融服务蓝图》。泰国银行率先提出该蓝图的概念,并提供数据,为其他国家应对数字金融犯罪提供参考指南。该蓝图涵盖五大支柱下的十二项措施,涉及战略与立法、欺诈预防与检测、现有监管框架的运用、合作、消费者保护以及数字素养等多个方面。
此外,泰国银行和普伊·翁帕空经济研究所借鉴香港、马来西亚、新加坡和泰国的经验,制定了《曼谷行动蓝图》。该蓝图强调从源头上防范威胁,采取多层次措施,促进国内和跨境合作,同时在安全性、便利性和金融服务可及性之间保持平衡。
在由泰国银行和三十人集团联合举办的以“平衡现代数字金融中的金融创新与稳定”为主题的G30国际银行业研讨会上,与会者一致认为人工智能和金融创新能够提升金融体系的生产力和效率。然而,其带来的益处、对劳动力市场的影响以及不平等现象等问题仍存在不确定性。因此,有必要制定一套监管框架,既能应对这些风险,又能促进安全可靠的创新。
与此同时,泰国银行(BOT)高管与包括美国联邦储备委员会、中国人民银行、欧洲中央银行、国际清算银行(BIS)、国际货币基金组织(IMF)、SWIFT和金融行动特别工作组(FATF)在内的18家主要中央银行、国际金融机构和金融机构举行了双边会谈,就全球经济和金融交换意见,加强关系,扩大国际合作。
泰国银行认为,此次会议的成果是一个至关重要的机会,可以提升泰国金融体系的标准,加强在打击跨国金融犯罪方面的合作,并应对技术和全球经济波动带来的风险,从而长期维护金融稳定并建立对泰国经济的信心。
经合组织赞扬泰国致力于法律改革,并支持泰国在2028年加入经合组织。
国际货币基金组织感谢泰国主办国际货币基金组织-世界银行年会。
美联储主席凯文·沃什指出,人工智能将为经济带来巨大的好处。
克里斯塔利娜·格奥尔基耶娃
地缘政治冲突
人工智能(AI)技术
诗丽吉王后国家会议中心
2026年国际货币基金组织-世界银行集团年会
国际货币基金组织世界银行2026年会议