กทม.เล็งส่ง SMS นัดตรวจถึงบ้าน ป้องกันสวมสิทธิเงินเยียวยาน้ำท่วม曼谷市政府(BMA)计划向居民家中发送短信,安排防洪救灾检查,以防止有人骗取防洪救灾资金。
กทม. อนุมัติเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% ยันตรวจสอบสิทธิรอบคอบ เหตุรูปแบบที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ซับซ้อน เตือนจงใจยื่นข้อมูลเท็จดำเนินการตามกฎหมาย เตรียมส่ง SMS นัดลงตรวจถึงบ้าน ป้องกันเหตุสวมสิทธิ

วันนี้ (20 ต.ค.2569) น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้มีประชาชนยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้วประมาณ 1 ล้านราย โดย กทม. ดำเนินการพิจารณาและอนุมัติแล้วประมาณ 40% ของคำร้องทั้งหมด และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเร่งความคืบหน้าได้ถึง 70-80% เนื่องจากจำนวนคำร้องที่ยื่นเข้ามาเริ่มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตและหน่วยงานส่วนกลางของ กทม. ได้ระดมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สนับสนุนการตรวจสอบ เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัจจุบันคำร้องแบ่งตามสถานะการตรวจสอบเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มสีเขียว เป็นคำร้องที่มีข้อมูลตรงตามหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลของ กทม. สามารถพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม ขณะนี้ทุกเขตดำเนินการในกลุ่มนี้เรียบร้อยแล้ว
- กลุ่มสีเหลือง เป็นคำร้องที่ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ การอยู่อาศัยจริง จำนวนครัวเรือน และความเสียหายจากน้ำท่วม มีสัดส่วนประมาณ 60% ของคำร้องทั้งหมด และเป็นกลุ่มหลักที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ
- กลุ่มสีแดง เป็นกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไขการรับความช่วยเหลือ เช่น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักราชการ มีสัดส่วนประมาณ 10% ของคำร้องทั้งหมด
ทั้งนี้การตรวจสอบคำร้องในกรุงเทพมหานครมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากรูปแบบที่อยู่อาศัยมีความหลากหลาย ทั้งอาคารชุด แฟลต ห้องเช่า การเช่าช่วง บ้านในหมู่บ้านจัดสรร ตลอดจนบ้านเลขที่เดียวกันที่มีอาคารหรือครัวเรือนแยกจากกัน ทำให้การพิจารณาต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ทั้งสิทธิในการรับความช่วยเหลือ จำนวนครัวเรือน และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง บางกรณีจำเป็นต้องขอเอกสารเพิ่มเติมหรือส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ จึงไม่สามารถพิจารณาจากข้อมูลเพียงอย่างเดียวได้
กทม.เล็งส่ง SMS นัดตรวจถึงบ้าน ป้องกันสวมสิทธิรับเงินเยียวยาน้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ข้อมูลความเสียหายที่แจ้งไว้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือผู้ยื่นคำร้องหรือผู้รับรองการอยู่อาศัยเข้าใจหลักเกณฑ์คลาดเคลื่อน เช่น ผู้ดูแลอาคารลงนามรับรองแทนเจ้าของอาคาร หากเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนา ประชาชนสามารถชี้แจง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติม หรือขอให้พิจารณาทบทวนผ่านกระบวนการอุทธรณ์ของ กทม. ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน
สำหรับกรณีที่เพจ "สายไหมต้องรอด" ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเคสอาคารเช่าที่มีการแจ้งจำนวนห้องเกินจริง เช่น อาศัยจริง 20-30 ห้อง แต่ยื่นขอถึง 100 ห้องนั้น รองผู้ว่าฯ ทวิดา ระบุว่า ยินดีรับข้อมูลและเอกสารหลักฐานจากทางเพจ เพื่อส่งให้สำนักงานเขตตรวจสอบและส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงหน้างาน อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่ามีการจงใจปลอมแปลงเอกสาร สวมสิทธิ หรือแจ้งจำนวนห้องเช่าเกินจริง กทม. จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ได้รับเงินไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าไม่เข้าเงื่อนไข จะต้องดำเนินการคืนเงินตามขั้นตอนที่กำหนด
ในส่วนของคำร้องที่ต้องลงพื้นที่ประเมินความเสียหายจริง กทม. จะเร่งดำเนินการตามลำดับ โดยได้พัฒนาระบบนัดหมายเพื่อแจ้งประชาชนล่วงหน้าผ่าน SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในระบบ claim.bangkok.go.th เพื่อให้ประชาชนทราบกำหนดการตรวจประเมินและสามารถวางแผนอยู่รอรับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ได้ คาดว่าจะเริ่มทยอยนัดหมายและลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22–23 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความพร้อมของระบบและประชาชนในพื้นที่
รองผู้ว่าฯ ทวิดา อธิบายว่า กระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด 2 ขั้นตอน โดยเริ่มจากการคัดกรองข้อมูลในระบบหลังบ้าน ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจประเมินหน้างาน ทั้งกรณีที่ต้องประเมินความเสียหายจริงและกรณีที่ต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง ลดความเสี่ยงจากการจ่ายเงินผิดพลาด ทั้งนี้ คำร้องแต่ละประเภทมีขั้นตอนการตรวจสอบแตกต่างกัน จึงอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน
ทั้งนี้ กทม. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขยายเวลายื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยออกไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.2569 โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องผ่านสำนักงานเขต แอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th เพื่อให้มีเวลาเตรียมเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ หลายสำนักงานเขตได้เปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนส่งภาพถ่ายและเอกสารผ่านอีเมลหรือ LINE OA ของสำนักงานเขต ช่วยลดภาระการเดินทางและค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์เอกสาร รวมทั้งเพิ่มจุดบริการและคอมพิวเตอร์ในเขตที่มีผู้ยื่นคำร้องหนาแน่น เช่น สายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ ส่งผลให้สถานการณ์คิวที่เคยหนาแน่นในช่วงเช้ามืดเริ่มคลี่คลายลงอย่างมาก ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเดินทางมารอคิวตั้งแต่เช้า และสามารถทยอยมาติดต่อได้ตามความสะดวก
ครม.ไฟเขียวงบกลาง 10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
"ชัชชาติ" ย้ำบ้านพักราชการไม่มีสิทธิรับเงินเยียวยาน้ำท่วม - กทม.อนุมัติแล้ว 4 แสนราย
ถามใจผู้ประสบภัย ทำไมต้องมายื่นเอกสารขอเงินเยียวยาถึง สนง.เขต
เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย
เงินช่วยเหลือน้ำท่วม
ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม
今天(2026年10月20日),曼谷副市长塔维达·卡莫尔韦奇女士公布了曼谷洪灾救济金申请的审批进展。她表示,约有100万人通过政府应用程序提交了申请。曼谷市政府(BMA)已审核并批准了约40%的申请。由于申请数量增长速度放缓,预计下周审批率将提高至70%至80%。与此同时,各区办事处和市政府中央机构已调动人员和计算机设备,以支持审核工作,加快向公众提供援助。
目前,根据验证状态,请求分为三类:
绿色组包含符合曼谷市政府(BMA)标准和数据库的申请。这些申请无需额外文件即可获得批准。目前,所有区均已完成该组申请的处理。
黄色组包含需要进一步核实信息或证据的申请,例如援助资格、实际居住地、家庭户数和洪水灾害情况。该组申请约占所有申请的60%,也是官员们目前正在审核的主要类别。
红色组包括不符合援助资格标准的案例,例如居住在政府公屋中的案例。这些案例约占所有申请的10%。
由于曼谷的住房类型繁多,包括公寓、住宅、出租房间、转租房屋、住宅小区内的房屋,甚至地址相同但属于不同建筑或住户的房屋,因此曼谷的申请审核流程相当复杂。所以,每个案例都需要对事实进行彻底审查,包括申请人是否符合援助资格、住户数量以及实际损失情况。在某些情况下,还需要提供补充文件或进行现场调查,仅凭现有信息无法做出决定。
曼谷市政府(BMA)计划向居民家中发送短信,安排防洪救灾检查,以防止有人骗取防洪救灾资金。
此外,有时可能出现所报告的损失信息与实际情况不符,或者申请人或认证机构误解了相关标准的情况,例如楼宇管理人员代表业主签署了认证文件。如果错误并非故意,市民可以通过曼谷市政府的申诉程序提供澄清、提交补充证据或申请复核。官员将根据事实和证据对案件进行审理。
针对脸书页面“Sai Mai Must Survive”提出的关于出租房屋房间数量虚报(例如,实际入住20-30间,却登记100间)的问题,曼谷副市长塔维达表示,她欢迎该页面提供的信息和证据,并将转交区政府进行调查。随后,相关官员将前往现场核实情况。然而,如果发现存在故意伪造文件、虚假申报或虚报出租房间数量的情况,曼谷市政府将采取法律行动。对于已收取款项但事后发现不符合条件的情况,必须按照既定程序退还款项。
对于需要现场评估的索赔,曼谷市政府(BMA)将加快处理流程。市政府已建立一套系统,用于安排预约,并通过短信提前通知市民,短信将发送至在claim.bangkok.go.th网站上注册的手机号码。这样,市民可以了解评估时间安排,并做好准时到达的准备。预约和现场勘察预计将从2026年10月22日至23日开始逐步进行。但是,具体时间安排可能会根据系统准备情况和受灾地区民众的配合程度而有所调整。
副省长塔维达解释说,整个流程需要经过严格的两步核实程序。首先在后台系统中筛选数据,然后再派遣工作人员前往现场评估损失。这适用于需要评估实际损失的案件以及需要进一步数据核实的案件,以确保赔偿金按照既定标准支付,并降低出错风险。她补充说,核实流程会根据申请类型而有所不同,因此所需时间也会有所不同。
曼谷市政府(BMA)与防灾减灾厅(DDPM)合作,将申请洪灾救济金的截止日期延长至2026年11月30日。市民可通过区办事处、政府申请系统以及网站claim.bangkok.go.th提交申请,以便有充足的时间准备必要的文件和证据。
此外,许多区办事处已开通线上渠道,市民可通过电子邮件或区办事处的LINE OA提交照片和文件,从而减轻出行负担和打印成本。他们还在申请量较大的地区,例如赛迈、空三瓦、拉卡邦、民武里和邦卡比,增加了服务点和电脑数量。因此,以往清晨的拥挤排队现象已显著缓解,市民可以更方便地前往办理业务,无需匆忙。
内阁已批准105亿泰铢的中央预算用于洪灾救灾。
查查特重申,居住在政府公屋的人没有资格获得洪水救济金——曼谷已经批准了 40 万份申请。
问受害者:为什么他们必须到区办事处提交文件才能申请赔偿?
洪水救济资金
洪水救济资金
登记领取洪灾救济金。