นายกฯ ชื่นชมแนวคิด “Resilient Thailand” ของ วปอ. รุ่น 68 ชู เปลี่ยนเศรษฐกิจ–ปฏิรูปรัฐ–พัฒนาคน总理赞扬了国防学院第68届学员提出的“韧性泰国”理念,强调经济转型、政府改革和人力资源开发。
นายกฯ อนุทิน ชื่นชมแนวคิด “Resilient Thailand” ของ วปอ. รุ่น 68 ชู “Strong Within” เดินหน้า 3 ภารกิจ เปลี่ยนเศรษฐกิจ–ปฏิรูปรัฐ–พัฒนาคน ขอเครือข่าย วปอ. ร่วมกำหนดอนาคตประเทศ

นายกฯ อนุทิน ชื่นชมแนวคิด “Resilient Thailand” ของ วปอ. รุ่น 68 ชู “Strong Within” เดินหน้า 3 ภารกิจ เปลี่ยนเศรษฐกิจ–ปฏิรูปรัฐ–พัฒนาคน ขอเครือข่าย วปอ. ร่วมกำหนดอนาคตประเทศ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กันยายน 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68
ก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการเรียนรู้ใน วปอ. ไม่ได้มีเพียงความรู้ในห้องเรียน แต่คือโอกาสในการมองประเทศไทยจากหลากหลายมิติ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายของผู้ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบและขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แนวคิด “Resilient Thailand” สอดคล้องกับโจทย์สำคัญของประเทศไทยในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ กติกาการค้า เทคโนโลยี AI พลังงาน และโครงสร้างประชากร โดยความมั่นคงในโลกยุคใหม่ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามภายนอก แต่ต้องหมายถึงการสร้างประเทศให้ “แข็งแกร่งจากภายใน” มีความพร้อมในการมองเห็นความเปลี่ยนแปลง เตรียมการล่วงหน้า และสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากภายนอกให้เป็นโอกาสของประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การสร้างประเทศไทยให้แข็งแกร่งจากภายใน ต้องเดินหน้า 1. เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ประเทศไทยต้องรักษาจุดแข็งด้านการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว และบริการ ควบคู่กับการเร่งสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI และดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์แห่งอนาคต พลังงานสะอาด การแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างขีดความสามารถและความมั่นคงของประเทศ
“ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ตั้งโรงงาน แต่ต้องเป็นประเทศที่สามารถดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าที่มีมูลค่าสูงขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมย้ำถึงเป้าหมายในการยกระดับเศรษฐกิจไทยจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง
2. ปฏิรูประบบราชการ สู่ “Better Government” ภาครัฐต้องมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น โดยการปฏิรูประบบราชการไม่ใช่แค่การลดจำนวน แต่ต้องเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน และบทบาทของรัฐ ให้รัฐลดภาระและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในเรื่องที่ประชาชนและภาคเอกชนสามารถดำเนินการได้ ขณะเดียวกันต้องรักษาและเพิ่มความเข้มแข็งในภารกิจที่เป็นยุทธศาสตร์และมีความสำคัญต่อประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องมุ่งสู่ “Better Government” ที่ไม่เพียงทำงานได้มากขึ้น แต่ต้องทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้
3. พัฒนาคน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศคือ “คน” โดยการลงทุนที่ดีที่สุดของประเทศไม่ได้อยู่ที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคนที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ ๆ ไปสร้างคุณค่าและอนาคตให้กับประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “Strong Within” ไม่ได้หมายถึงการปิดประเทศ แต่หมายถึงการทำให้ประเทศไทยแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเปิดประเทศและเชื่อมโยงกับโลกได้อย่างมีศักยภาพ ทั้งการดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยี ความรู้ และบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามา พร้อมใช้ความแข็งแกร่งภายในเป็นฐานในการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้กับคนไทย โดยพร้อมรับผลการศึกษาของ วปอ. รุ่นที่ 68 ไปพิจารณา โดยเฉพาะข้อเสนอที่สามารถต่อยอดเป็นนโยบายหรือเริ่มดำเนินการได้ เพื่อให้ข้อเสนอจากการเรียนรู้และการระดมความคิดสามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอให้เครือข่าย วปอ. ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ทั้งการสื่อสาร การรับฟัง และการสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนเห็นเป้าหมายร่วมกัน เข้าใจทิศทางที่ประเทศไทยกำลังเดินไป และมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ
“ผมอยากให้เครือข่าย วปอ. เป็นมากกว่าเครือข่ายของผู้นำ แต่เป็นเครือข่ายของความเข้าใจ และเครือข่ายของการลงมือทำ เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าประชาชนไม่รู้ว่าเรากำลังจะไปไหน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
阿努廷总理赞扬了国防学院第68期学员提出的“韧性泰国”理念,并强调“内在强大”是推进三大使命的关键举措:经济转型、政府改革和人力资源开发。他敦促国防学院学员积极参与塑造国家未来。
2026年9月7日上午9点,在国防学院多功能楼,总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔先生主持了以“韧性泰国”为主题的国防学院第68届学员研讨会。
在开幕式之前,出席者默哀片刻,悼念诗丽吉王后、王太后和巴杰拉吉蒂亚巴·纳伦迪拉·德比亚瓦迪公主殿下,克罗姆·銮·拉贾萨里尼西里帕查拉·马哈瓦贾拉拉贾蒂达。
总理办公室副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士透露,总理表示,在国防学院学习所获得的重要收获不仅是课堂知识,还有从多个角度看待泰国的机会,以及建立一个必须共同承担责任并推动国家未来的网络。
总理指出,“韧性泰国”理念与泰国在瞬息万变的世界中面临的关键挑战相契合,这些挑战涵盖地缘政治、贸易规则、人工智能技术、能源和人口结构变化等领域。现代世界的安全不应仅限于抵御外部威胁,还必须包括增强国家内部实力、预见变化、提前规划以及将外部挑战转化为机遇。
总理指出,要从内部建设强大的泰国,需要着力推进两大要点:1. 转变经济引擎。泰国必须保持其在制造业、出口、旅游和服务业方面的优势,同时加快打造新的经济基础,并促进对人工智能和数字技术、先进半导体和电子产品、未来汽车、清洁能源、医疗保健和国防工业等未来产业的投资。这些对于提升国家能力和安全至关重要。
“泰国不应仅仅是一个工厂所在地,而应成为一个能够吸引高质量投资,同时为泰国企业家创造机会参与更高价值产业链的国家,”总理表示,并重申了将泰国经济从中等收入国家升级为高收入国家的目标。
2. 改革公务员制度,迈向“更高效的政府”:公共部门必须更加高效、灵活,并能更好地响应国家需求。公务员制度改革不仅仅是减少公务员人数,更重要的是转变其思维模式、工作方法以及国家的角色。政府应在公民和私营部门能够处理的事项上,减少不必要的负担和程序,同时维护并加强具有战略意义和关键性的国家使命。
总理表示,政府必须努力建设一个“更好的政府”,不仅要取得更多成就,而且要运作得更好、更快,并为公众带来切实可见的成果。
3. 人力发展:总理强调,一个国家竞争力的最重要因素是“人才”。对国家而言,最好的投资不仅在于基础设施建设,更在于培养具备知识、技能和能力的人才,使他们能够利用这些基础设施、技术和新机遇,为国家创造价值和更美好的未来。
总理指出,“内强”并非意味着闭关锁国,而是要使泰国足够强大,以便有效对外开放并与世界接轨。这包括吸引投资、技术、知识和技能人才,同时发挥自身优势,以此为基础提升竞争力,造福泰国人民。他还表示愿意认真考虑国防学院第68期学员的学习成果,特别是那些可以进一步发展为政策或付诸实施的建议,以便将学习和集思广益的成果切实付诸实践。
最后,总理敦促国防学院网络成为推动国家变革的重要力量,通过与人民沟通、倾听和增进理解,使各界人士能够看到共同的目标,了解泰国的发展方向,并参与塑造国家的未来。
“我希望国防学院网络不仅仅是一个领导人网络,更是一个理解网络和一个行动网络。因为如果人民不知道我们要去哪里,变革就无法发生,”总理说道。