ภาค 4 กัดไม่ปล่อยเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ตามมา 6 ปี เจ้าตัวติดคุก ยึดทรัพย์ 30 ล้าน第四部分:对跨国贩毒网络的不懈追捕。六年之后,嫌犯落网,价值3000万泰铢的资产被查获。
ตำรวจภูธรภาค 4 กัดไม่ปล่อยเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ตามมา 6 ปี เจ้าตัวติดคุก ขยายผลยึดทรัพย์ ร่วม 30 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค 4 กัดไม่ปล่อยเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ตามมา 6 ปี เจ้าตัวติดคุก ขยายผลยึดทรัพย์ ร่วม 30 ล้านบาท
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 7 กันยายน 2569 พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พ.ต.อ.สมคะเน ไตรยะสุทธิ์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 นางสาวนุชนีย์ จันทนุช ผู้อำนวยการ ส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมายสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 นำหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่น และ คำสั่ง เลขา ปปส.ปิดล้อมตรวจค้น เพื่อยึดทรัพย์คดีเครือข่ายนายปรีดา (หนึ่ง) อายุ 37 ปี บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่บ้านหนองแวง ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือ “หนึ่ง บ้านไผ่” ยึดทรัพย์ร่วม 30 ล้านบาท
พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ของนายปรีดาในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดตำรวจภูธรภาค 4 ได้สืบสวนเครือข่ายนายปรีดา หรือ หนึ่ง บ้านไผ่ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง เพราะทราบว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ในการค้ายาเสพติดของจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง
โดยทำการสืบสวนมา 6 ปี โดยในปี 2569 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้จับกุม นายวรวุธ อายุ 45 ปี กับพวก พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,118,100 เม็ด ในพื้นที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้ ชุดสืบสวนขยายผลดำเนินการทำการสืบสวนขยายผล ตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งยึดทรัพย์สิน
จากการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผล พบว่า ยาบ้าที่ยึดได้ ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด นั้น มีนายปรีดาเป็นผู้สั่งการในการขนลำเลียงยาเสพติดเพื่อให้เครือข่ายนำไปขายต่อในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเสนอพยานหลักฐานต่อ เลขาธิการ ป.ป.ส. ขออนุมัติดำเนินคดีกับ นายปรีดา ในข้อหา “สมคบ โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำผิดตามที่ตกลงนั้น”
ต่อมา วันที่ 11 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแฮด ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าพระ ร่วมกันจับกุม นายปรีดากับพวก พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 60,107 เม็ด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันชุดสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 4 ก็ได้ทำการสืบสวนตรวจสอบทรัพย์สินของนายปรีดา ที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มเติม และเสนอเลขาธิการ ป.ป.S. เพื่อมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ทั้งนายวรวุธและนายปรีดา ยังติดคุกอยู่
นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 กล่าวว่า การตรวจค้นและยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาในคดียาเสพติดนั้น ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาขายในพื้นที่ภาคอีสาน ติดต่อกันมานาน เมื่อตัวผู้ต้องหาถูกจับก็มีการขยายผล และตรวจสอบทรัพย์สินที่เป็นของผู้ต้องหาเอง และตรวจยึดทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาซื้อแล้วถ่ายโอนไปเป็นชื่อบุคคลอื่นด้วย
ซึ่งในการตรวจค้นและยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาและทรัพย์สินที่โอนไปเป็นชื่อคนอื่นในครั้งนี้ ตรวจค้นในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น รวม 3 จุด โดยเจ้าหน้าที่สนธิกำลังกันออกเป็น 3 จุด นำหมายค้นเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ โดยจุดแรกที่บ้านเลขที่ นายปรีดา (หนึ่ง) อายุ 37 ปี ในพื้นที่บ้านหนองแวง ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทำการยึดสิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน และรถยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร รถเก๋งสีแดง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนขอนแก่น รวมมูลค่า 2 ล้านบาท
จุดที่ 2. เข้าตรวจค้นและยึดบ้านพร้อมที่ดิน หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท
จุดที่ 3 ที่หมู่บ้านประชาสุขใจ ซึ่งเป็นบ้านพ่อตาของนายปรีดา ทำการยึดอาวุธปืนแบลงก์กัน จำนวน 1 กระบอก รถยนต์ BMW สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และโฉนดที่ดินที่ผู้ต้องหาเป็นคนซื้อ แต่โอนเป็นชื่อของคนอื่น จำนวน 5 แปลง รวมมูลค่า 5 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้ทำการยึดที่ดินของผู้ต้องหาที่อยู่ในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท และยึดที่ดินในพื้นที่เขตสายไหม กทม. มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ยึดที่ดินในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มูลค่า 6 แสนบาท และทรัพย์สินอื่นๆ รวมแล้วร่วม 30 ล้านบาท
และก่อนจะมีการยึดทรัพย์ของนายปรีดา ผู้ต้องหาสำคัญของภาค 4 นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังขยายผล จับกุมเครือข่ายที่ดูแลการเงินในธุรกิจของผู้ต้องหาทั้งการก่อสร้างรีสอร์ทที่บ้านหนองแวง ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น รวมทั้งการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ถมที่ ขุดสระ ซึ่งขณะนี้ได้หยุดดำเนินกิจการไปแล้ว
ส่วนการตรวจค้นที่บ้านพักของนายปรีดานั้น เนื่องจากนายปรีดาติดคุกอยู่ ในบ้านจึงมีเพียงภรรยาของนายปรีดาและภรรยาของนายวรวุธ อาศัยอยู่ด้วยกัน การตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ยึดบ้านและสิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาทเอาไว้ เพราะเชื่อว่าได้มาจากการค้าขายยาเสพติด.
第四警区历经六年不懈追捕,最终捣毁了一个跨国贩毒网络。嫌疑人已被逮捕入狱,进一步调查还缴获了价值约3000万泰铢的资产。
2026年9月7日上午6点,出席会议的有:第四省警察区域副司令吉迪萨·查姆拉斯普拉瑟特少将;第四省警察区域调查局局长普米帕·帕塔拉斯里翁猜少将;第四省警察区域调查局副局长查纳隆·马克皮苏特上校;孔敬府警察副司令塔诺姆西特·翁维贾恩上校;第四省禁毒局局长蓬西里·春班先生;第四省警察区域调查局调查组警司(调查)颂卡内·特里亚苏特上校;以及第四省警察区域调查局特勤组警司纳特·霍蓬上校。泰国禁毒局第四区行动与执法部门主任努查妮·詹塔努奇女士率领搜查令,根据孔敬府法院签发的搜查令和禁毒局秘书长的命令,包围并搜查了孔敬府直辖县塔帕街道农瓦恩村的一处房屋,以查获与37岁的普里达(一)先生(来自一个贩毒网络)案件相关的价值约3000万泰铢的资产。
第四警区副司令吉迪萨·查姆拉斯普拉瑟特少将就搜查和扣押普里达先生的资产一事表示,此次行动源于第四警区缉毒小组的调查。该小组一直在调查普里达先生(又名“农班派”),因为他长期参与贩毒活动,据悉他是孔敬府及其周边地区一个大型贩毒网络的成员。
经过六年调查,2016年2月24日,黎逸府警察调查科的警员在黎逸府农福县逮捕了45岁的沃拉武特先生及其同伙,并缴获了1118100粒冰毒药丸。随后,上级下令扩大调查范围,将其他涉案人员也纳入调查,并指示第四警区进行进一步调查,以起诉涉案人员并没收其财产。
根据收集的证据和进一步调查,发现黎逸省缴获的冰毒是普里达先生指使运送给其贩毒网络在该地区销售的。因此,官员们将证据提交给国家禁毒委员会秘书长,请求批准以“与两人或两人以上合谋实施严重毒品犯罪”的罪名起诉普里达先生。
随后,2026年3月11日,班海德警察局的警员与塔帕警察局的警员合作,逮捕了普雷达先生及其同伙,并缴获了60107粒冰毒药丸。他们随后被移交给塔帕警察局的调查人员进行法律诉讼。与此同时,第四警区缉毒调查组对普雷达先生的资产进行了进一步调查,怀疑这些资产是通过涉毒犯罪获得的,并向禁毒委员会秘书长提交了申请,要求根据《禁毒法》查封其资产。目前,沃拉武特先生和普雷达先生均被关押。
第四区禁毒预防办公室主任蓬西里·楚恩班先生表示,警方在逮捕涉嫌毒品案件的嫌疑人后,对其财产进行了搜查和查扣。这些嫌疑人隶属于一个长期向东北地区走私毒品的跨国贩毒网络。搜查和查扣行动促使警方展开进一步调查。调查内容包括检查嫌疑人的资产,并查扣他们购买并转移到他人名下的资产。
警方在孔敬府直辖县三处地点搜查并扣押了嫌疑人的资产以及转移到他人名下的资产。执法部门联合其他小组,持搜查令在三处地点展开搜查。第一处地点是37岁的普里达(一)先生位于孔敬府直辖县塔帕街道农瓦恩村的住所。警方在那里查封了房屋、土地、一辆挂曼谷牌照的黑色丰田Fortuner越野车和一辆挂孔敬牌照的红色本田轿车,总价值200万泰铢。
第 2 点。在孔敬府芒县芒考镇的一个村庄,对一处房屋和土地进行了搜查和扣押,价值约 400 万泰铢。
在第三个地点,即普里达先生岳父的家乡普拉查苏卡伊村,当局查获了一支空包弹枪、一辆挂曼谷牌照的白色宝马汽车,以及嫌疑人购买但过户到他人名下的五份土地契约,总价值 500 万泰铢。
此外,当局还查封了嫌疑人在孔敬府班派县奈芒街道的土地,价值约300万泰铢;在曼谷赛迈县的土地,价值约1000万泰铢;在佛丕府考约县的土地,价值60万泰铢;以及其他资产,总计约3000万泰铢。
在查封第四区主要嫌疑人普里达先生的资产之前,警方扩大了调查范围,逮捕了管理其企业财务的团伙,这些企业包括在孔敬府塔帕镇农瓦恩村建造度假村,以及一家涉及填海造地和池塘挖掘的建筑承包企业(现已停止运营)。
关于对普里达先生住所的搜查,由于普里达先生已被监禁,只有他的妻子和沃拉武特先生的妻子居住在那里。搜查过程中未发现任何非法物品。因此,警方查封了这处房屋、建筑物和土地,总价值约200万泰铢,因为警方认为这些财产是通过贩毒所得。