เขตการค้าเสรีไห่หนาน โอกาสสินค้าไทยบุกตลาดจีน ประตูการค้าเชื่อมโลก海南自由贸易区:为泰国产品打入中国市场提供机遇,中国是通往全球贸易的门户。
“ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน” เปิดทางสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีน แต่การคว้าโอกาสครั้งนี้ไม่ได้จบแค่การส่งออก ผู้ประกอบการต้องเข้าใจกฎการค้า รักษาทรัพย์สินทางปัญญา และ ต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลให้ธุรกิจไทยแข่งขันในต่างประเทศได้

การเปิดดำเนินงานศุลกากรพิเศษอย่างเป็นทางการของ “ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน” (Hainan Free Trade Port: FTP) บนเกาะไหหลำ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับภูมิทัศน์การค้าของจีน และเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม
มณฑลไห่หนานไม่เพียงแต่เป็นตลาดใหม่ แต่ยังเป็น “สปริงบอร์ด” ใ ห้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชน ในการขยายธุรกิจเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
เขตการค้าเสรีไห่หนาน โอกาสสินค้าไทยบุกตลาดจีน ประตูการค้าเชื่อมโลก
ภายใต้นโยบายใหม่นี้ ทำให้สัดส่วนรายการสินค้านำเข้าที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีศุลกากร เพิ่มจากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 74 หรือประมาณ 6,600 รายการ จากเดิมราว 1,900 รายการ แต่ยังมีสินค้าที่ยังคงต้องเสียภาษีนำเข้าประมาณ 2,000 กว่ารายการ
พร้อมเปิดทางให้สินค้าที่ผ่านการผลิตหรือแปรรูปในไห่หนาน และมีมูลค่าเพิ่มตามเกณฑ์อย่างน้อย 30% สามารถเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่โดยได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า นับเป็นกลไกที่อาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจต่างชาติที่ต้องการเข้าถึงตลาดจีน
สำหรับไทย โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งสินค้าไปที่เกาะไห่หนาน ซึ่งมีประชากรราว 10 ล้านคน แต่ถือเป็นประตูสำคัญในการนำสินค้าไทยกระจายไปสู่มณฑลต่าง ๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน นอกจากนี้ยังเป็นสปริงบอร์ดส่งออกต่อไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้อีกด้วย
โดยไห่หนาน ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางระหว่างจีนและอาเซียน ใช้เวลาบินสู่ประเทศอาเซียนเพียง 4 ชั่วโมง และบินสู่ 59 ประเทศทั่วโลกภายใน 8 ชั่วโมง ครอบคลุมประชากรกว่า 67% ของโลก
นายวิโรจน์ ไกรธีรวุฒิ นายกสมาคมการค้าไทย-ไหหลำ ระบุว่า ชาวจีนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย โดยสินค้าโดดเด่น เช่น ยาหม่อง ยานวด ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย สินค้า OTOP สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสินค้าในกลุ่มสุขภาพและเวลเนส (Wellness)
วิโรจน์ ไกรธีรวุฒิ นายกสมาคมการค้าไทย-ไหหลำ
วันนี้เราไม่ต้องนั่งรอนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาหาเราที่เมืองไทยอีกต่อไป แต่ภาคธุรกิจไทยต้องก้าวออกไปเสิร์ฟถึงที่ในประเทศจีน โดยใช้เกาะไหหลำเป็นจุดเริ่มต้นและเป็น Sandbox ในการทดลองตลาด เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเสรีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
แม้จะมีโอกาส แต่นักธุรกิจไทยยังต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ อาทิ กำแพงภาษาและกฎหมายที่มีความซับซ้อน ไปจนถึงการแข่งขันที่ดุเดือด นายวิโรจน์ ยอมรับว่า การทำธุรกิจในประเทศจีนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีคู่แข่งท้องถิ่นจำนวนมาก แนะนำ 2 ทางรอด ผู้ประกอบการไทย
หาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนจีนทำไม่ได้ เช่น การนวดแผนไทย อาหารไทย หรือสินค้าที่มีความเป็นไทยเฉพาะตัวที่ยากต่อการเลียนแบบ
ทำในสิ่งที่รัฐบาลจีนส่งเสริม ศึกษาทิศทางนโยบายของรัฐบาลจีน เพื่อเลือกอุตสาหกรรมและรูปแบบธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจีน เช่น wellness, พลังงานสะอาด, เทคโนโลยีขั้นสูง, หรือเศรษฐกิจดิจิทัล จะได้รับการส่งเสริมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เพราะในตลาดจีนมีทั้งสินค้าที่อ้างว่าเป็นสินค้าไทย และสินค้าลอกเลียนแบบ หรือแอบอ้างแหล่งกำเนิดไทยอยู่ด้วย
โอกาสในตลาดจีน ยังมาพร้อมความท้าทายจากการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศจีนเอง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ไทยเคยมีความได้เปรียบด้านการผลิตและการส่งออก
ปัจจุบันมณฑลไห่หนานได้ทุ่มงบประมาณวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ทุเรียนอย่างจริงจัง และเริ่มมีผลผลิตทุเรียนไห่หนานออกสู่ตลาดแล้ว แม้ปัจจุบันจะมีปริมาณเพียง 1% เมื่อเทียบกับผลผลิตทุเรียนไทยที่ 300,000 ตัน แต่ด้วยสปีดงานวิจัยที่รวดเร็ว ในอนาคต ไห่หนานอาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย ประกอบกับคู่แข่งในอาเซียนอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ก็ได้รับสิทธิส่งออกทุเรียนสดเข้าจีนเช่นกัน
นายวิโรจน์ เสนอว่า รัฐบาลไทยต้องเปลี่ยนจากการตั้งรับ สู่การสนับสนุนเชิงรุก เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลผลิต พัฒนาการผลิตทุเรียนนอกฤดูเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด ต่อยอดสินค้า GI สร้างแบรนด์ทุเรียนไทยระดับพรีเมียม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดขั้นตอนและอุปสรรคทางเอกสาร อำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและทรัพยากรในการแข่งขัน
เอกชนชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape จี้รัฐเร่งปฏิรูป ปราบโกง–สร้างเสถียรภาพ
"ส่งออก" ยังเป็นพระเอกดันเศรษฐกิจ มั่นใจ ปีนี้โต 17.8% แรงหนุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ข้าวไทย "ราคาสูง" ฉุดแข่งโลก จี้รัฐลดต้นทุน–เพิ่มผลผลิต
ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน
นายกสมาคมการค้าไทย-ไหหลำ
2025年12月18日,位于中国海南岛的海南自由贸易港(FTP)正式开放,这将改变中国的贸易格局,并为泰国企业带来不容错过的机遇。
海南省不仅是一个新兴市场,也是泰国企业家,特别是中小企业和社区企业,以较低成本将业务拓展到中国大陆的“跳板”。
海南自由贸易区:为泰国产品打入中国市场提供机遇,中国是通往全球贸易的门户。
根据这项新政策,免征关税的进口商品比例从21%增加到74%,约6600种商品,而此前仅为1900种。然而,仍有约2000种商品需要缴纳进口关税。
这将允许在海南生产或加工且附加值至少达到30%的商品免征进口关税进入中国大陆。这一机制有望降低外国企业进入中国市场的成本,并提升其竞争力。
对泰国而言,机遇不仅限于向拥有约1000万人口的海南岛出口货物。海南岛是泰国产品销往中国大陆各省的重要门户,而中国大陆人口超过14亿。此外,海南岛也是泰国向东盟国家出口的跳板。
海南地处中国和东盟的中心地带,战略位置优越,飞往东盟国家仅需 4 小时,飞往全球 59 个国家仅需 8 小时,覆盖全球 67% 以上的人口。
泰海贸易协会会长维罗·克莱提拉武特先生表示,中国消费者对泰国产品的质量充满信心。主要产品包括润唇膏、按摩油、泰国草药产品、OTOP产品、地理标志产品以及保健养生产品。
Viroj Kraithiravut,泰国海南贸易协会主席。
如今,我们无需再被动地等待中国游客前来泰国。泰国企业必须走出去,服务中国市场,并以海南岛为起点和市场试验场,因为海南岛是中国政府支持的自由经济区。
尽管机遇众多,泰国商人仍面临诸多重大挑战,包括语言障碍、复杂的法律法规和激烈的市场竞争。维罗先生承认,由于本地竞争对手众多,在中国开展业务并非易事,并为泰国企业家提出了两项生存策略。
找到中国人无法复制的独特之处,例如泰式按摩、泰国菜或难以模仿的特色泰国产品。
做中国政府提倡的事情。研究中国政府的政策方向,选择符合中国政府政策的产业和商业模式,例如健康产业、清洁能源、高科技或数字经济,以便获得各种扶持和优惠。
与此同时,企业不应忽视知识产权问题,因为中国市场既有声称是泰国制造的产品,也有假冒伪劣产品或谎称是泰国制造的产品。
中国市场的机遇也伴随着挑战,因为中国自身的国内产业正在发展,尤其是在农产品领域,泰国此前在农产品生产和出口方面具有竞争优势。
海南省目前正大力投资榴莲的研发,海南榴莲已开始进入市场。尽管其目前的产量仅占泰国30万吨榴莲总产量的1%,但海南榴莲研发的快速发展使其未来有望成为泰国榴莲的重要竞争对手。尤其考虑到越南、马来西亚和菲律宾等其他东盟国家也享有向中国出口鲜榴莲的特权,海南榴莲的这一潜力更加凸显。
Viroj 先生建议泰国政府必须从被动应对转变为主动出击,以提高农产品的质量和标准,发展反季节榴莲生产以增加市场机会,利用地理标志产品,并打造泰国优质榴莲品牌。
此外,泰国企业家希望政府在支持企业拓展海外市场方面发挥切实作用。这包括简化官僚程序和障碍,简化商业运营流程,并增加融资渠道。同时,还应促进公私部门合作,为泰国产品开拓国际市场销售渠道,尤其要帮助那些潜力巨大但资金和资源有限的中小企业和社区企业提升竞争力。
私营部门指出泰国经济增长呈K型,敦促政府加快改革、打击腐败、创造稳定。
出口仍然是经济增长的关键驱动力,预计今年出口将增长 17.8%,主要得益于电子产品的出口增长。
泰国大米价格高企,阻碍了其在全球的竞争力;政府被敦促降低成本并提高产量。
海南自由贸易港
泰海贸易协会主席