WHO ส่งจดหมายถึง "อนุทิน" หนุนคงภาษีเหล้า-บุหรี่ รักษาเงินทุน สสส.世界卫生组织致函阿努廷,支持维持酒精和烟草税,以保障泰国健康促进基金会(ThaiHPF)的资金。
WHO ส่งจดหมายถึง "อนุทิน" แนะรักษาเสถียรภาพเงินทุน สสส. คงภาระภาษีเหล้า-บุหรี่ ด้านอธิการบดีมหิดลเตือนเปลี่ยนเส้นทางเงินเข้าสู่งบประมาณประจำปี อาจกระทบความต่อเนื่องของงานและเปิดช่องให้กลุ่มผลประโยชน์เข้ามามีอิทธิพล

วันนี้ (25 ต.ค.2569) องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยต่อทิศทางนโยบายสร้างเสริมสุขภาพของไทย พร้อมแนะนำให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคงภาระภาษีโดยรวมของผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพประชาชนในระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ส่งจดหมายลงวันที่ 14 ต.ค.2569 ถึงนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมสำเนาถึง รมว.ต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ รมว.สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ณ นครเจนีวา เพื่อแสดงมุมมองต่อทิศทางนโยบายสาธารณสุขของไทย โดยเฉพาะความยั่งยืนของแหล่งเงินทุน สสส. และมาตรการภาษีเพื่อสุขภาพ
ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ระบุว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะการรับมืออันตรายจากการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไทยดำเนินมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยก สสส. เป็นองค์กรต้นแบบด้านนวัตกรรมการลงทุนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างยั่งยืน โดย สสส. เคยได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ประจำปี 2564
WHO ให้ข้อเสนอแนะว่า การลงทุนด้านการป้องกันโรคที่ออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพสามารถสร้างประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น ลดผลกระทบทางสังคม และสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงควรสร้างหลักประกันว่า งานด้านนี้จะมีเงินทุนเพียงพอ มีความต่อเนื่อง และสามารถคาดการณ์ได้ในระยะยาว
จดหมายยังเน้นว่า หากมีการปรับเปลี่ยนข้อตกลงด้านเงินทุน ควรคำนึงถึงผลด้านสาธารณสุขจากภาษียาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยรักษาภาระภาษีโดยรวมไว้ เนื่องจากมาตรการภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการบริโภคสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสามารถสร้างรายได้ให้รัฐควบคู่กันได้
ข้อเสนอแนะนี้สอดคล้องกับโครงการริเริ่ม "3 by 35 Initiative" ของ WHO ซึ่งสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มราคาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ภายในปี 2578 ตามบริบทของแต่ละประเทศ
WHO แสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะยังให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวเพื่อป้องกันโรคและรักษาประโยชน์จากระบบภาษีเพื่อสุขภาพ พร้อมยืนยันความพร้อมสนับสนุนข้อมูลเชิงประจักษ์ คำแนะนำทางเทคนิค และประสบการณ์จากนานาประเทศแก่รัฐบาลไทย
ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จดหมายของผู้อำนวยการใหญ่ WHO สะท้อนความห่วงใยต่อประเทศไทย โดยเห็นว่า WHO เข้าใจบทบาทของระบบสาธารณสุขไทยและการทำงานของ สสส. ซึ่งร่วมมือกับภาคีเครือข่ายดูแลสุขภาวะประชาชนในหลายมิติ
ศ.นพ.ปิยะมิตร เห็นว่า มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการบริโภคสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ได้จำกัดเฉพาะบุหรี่และสุรา แต่ยังเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม องค์กรท้องถิ่น และภาคประชาชน
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลไกทางการเงินการคลังที่ช่วยให้ สสส. มีแหล่งเงินทุนต่อเนื่องและมีความเป็นอิสระ โดยกังวลว่าหากเปลี่ยนไปใช้งบประมาณประจำปี การจัดสรรเงินอาจต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากขึ้น และเสี่ยงต่ออิทธิพลจากนักการเมืองหรือการล็อบบี้ของผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ ซึ่งอาจทำให้งานลดการบริโภคสินค้าดังกล่าวดำเนินไปได้ยากขึ้น
ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า หากแหล่งเงินทุนของ สสส. ถูกลดทอน ก็อาจกระทบความเข้มแข็งของงานสร้างเสริมสุขภาพในภาพรวม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังข้อห่วงใยจาก WHO และเสียงประชาชน โดยมองว่าการคงมาตรการภาษีและกลไกการเงินการคลังของ สสส. ไว้ตามเดิมจะช่วยรักษาความต่อเนื่องของงาน
ทั้งนี้ เขาระบุว่ามีประชาชนลงชื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเห็นว่ารัฐบาลควรนำเสียงเหล่านั้นมาประกอบการพิจารณา
เกาะติดประท้วงยุโรป พาณิชย์หวั่นกระทบส่งออก–ขนส่ง
พบอีก! เหมืองทอง "ดอยก่อวัน" ติดชายแดนไทย-เมียนมา จ.เชียงราย
มก. ยันเอกชนฟ้องไม่ได้ ปม "เกสรกะเพราแก้วจุรี" ปลิวผสมพันธุ์พื้นบ้าน
2026年10月25日,世界卫生组织(世卫组织)致函泰国总理阿努廷·查恩维拉库尔,对泰国的健康促进政策方向表示关切。信中建议政府维持泰国健康促进基金会(ThaiHPF)的财政稳定,并维持烟草和酒精饮料的总体税收负担,以支持疾病预防和长期公共卫生。
记者报道称,世界卫生组织总干事谭德塞于2026年10月14日致函泰国总理,抄送外交部长、公共卫生部长以及泰国常驻联合国和日内瓦其他国际组织代表团,表达了他对泰国公共卫生政策方向的看法,特别是对泰国健康促进基金会(ThaiHPF)资金可持续性和与健康相关的税收优惠的看法。
世界卫生组织总干事指出,泰国在区域和全球层面促进健康和预防疾病方面发挥着至关重要的作用,尤其是在应对烟草和酒精消费的危害方面。泰国持续采取措施应对这些问题。总干事还称赞泰国健康促进基金会(ThaiHPF)是可持续健康促进和疾病预防领域创新投资的典范机构,并指出ThaiHPF于2021年荣获纳尔逊·曼德拉健康促进奖。
世界卫生组织指出,精心设计的疾病预防投资可以带来多重效益,包括改善公众健康、减少社会影响和促进经济发展。因此,各国政府应确保这些工作获得充足的资金,并保证其可持续性和长期可预测性。
信中还强调,对资金协议的任何修改都应考虑到烟草和酒精税对公众健康的影响,同时保持总体税收负担,因为税收措施是减少有害健康产品消费的重要工具,同时也能为政府创造收入。
这一建议与世界卫生组织的“3乘35倡议”相一致,该倡议鼓励成员国到2035年实施关税,以提高包括烟草、酒精和含糖饮料在内的有害健康产品的实际价格,并根据各自的国情量身定制关税措施。
世界卫生组织表示相信,泰国政府将继续优先考虑对疾病预防的长期投资,并维护卫生税收制度的各项益处。世界卫生组织还重申,愿向泰国政府提供循证数据、技术建议和国际经验。
玛希隆大学校长皮亚米特·斯里塔拉教授表示,世卫组织总干事的信函反映了对泰国的关切,并指出世卫组织了解泰国公共卫生系统的作用以及泰国健康促进基金会(ThaiHPF)的工作,该基金会与合作伙伴网络合作,在多个方面维护公众健康。
皮亚普米特教授认为,税收措施是控制有害健康产品消费的有效工具。这不仅限于香烟和酒精,还与降低非传染性疾病(NCDs)和其他健康风险因素有关。此外,它还有助于支持健康促进网络的工作,该网络涵盖政府机构、学术界、民间社会、地方组织和公众。
玛希隆大学校长指出,目前没有必要改变确保泰国健康促进基金会(THPF)拥有持续独立资金来源的财务机制。他表示担忧,转为年度预算可能会使拨款流程更加复杂,并可能增加受到政治影响或烟酒生产商游说的风险,从而可能阻碍减少这些产品消费的努力。
皮亚米特教授进一步指出,如果泰国健康促进基金会(THPF)的资金来源减少,可能会影响其整体健康促进工作的成效。他敦促政府听取世界卫生组织和公众的意见,并强调维持THPF现有的税收措施和财政机制将有助于确保其工作的持续开展。
他表示,许多人签署了一份请愿书,表达了他们对这一变化的反对意见,政府应该考虑这些声音。
密切关注欧洲抗议活动:商务部担心会对出口和运输造成影响。
又发现一座金矿!“Doi Kaw Wan”金矿位于清莱府泰缅边境附近。
泰国农业大学证实,私人公司不能就“玻璃罗勒花粉”随风飘散并与当地植物杂交授粉的问题提起诉讼。