สภาผู้บริโภคถกร่วม 3 กสทช. สมาคมทีวีดิจิทัล กระทุ้งสำนักงานจัดประชุมไม่ให้ผู้บริโภคต้องรอ消费者委员会与国家广播电视和电信委员会(NBTC)的三名成员以及数字电视协会举行了联席会议,敦促该机构召开会议,以免让消费者等待。
สภาผู้บริโภคถกร่วม 3 กสทช. สมาคมทีวีดิจิทัล จับตา “ผลกระทบควบรวมมือถือ - อนาคตทีวี” หลังค้างพิจารณา 148 วาระ เสนอ กสทช. 6 คนเดินหน้าประชุม พร้อมให้สำนักงานสนับสนุนการจัดประชุม

สภาผู้บริโภคถกร่วม 3 กสทช. สมาคมทีวีดิจิทัล จับตา “ผลกระทบควบรวมมือถือ - อนาคตทีวี” หลังค้างพิจารณา 148 วาระ เสนอ กสทช. 6 คนเดินหน้าประชุม พร้อมให้สำนักงานสนับสนุนการจัดประชุม
วันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้บริโภค จัดประชุมหารือร่วมกับกรรมการ กสทช. และตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เพื่อติดตามปัญหาที่กระทบผู้บริโภคด้านกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม โดยสภาผู้บริโภคได้เชิญกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนเข้าร่วม มีกรรมการตอบรับและเข้าร่วมการหารือ 3 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกวัยพงศ์ แจ้งติดภารกิจ ส่วนนายต่อพงศ์ เสลานนท์ และพลตำรวจเอกณัฐธร เพราะสุนทร ตอบรับการเชิญ
ในการหารือดังกล่าว นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สถานการณ์ที่ กสทช. ยังไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อพิจารณาวาระต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้กระทบเฉพาะการทำงานภายในองค์กร แต่ส่งผลถึงเรื่องที่รอการตัดสินใจทั้งด้านกิจการโทรคมนาคม กิจการโทรทัศน์ การลงทุน และการคุ้มครองผู้บริโภค
นางสาวสารี ระบุว่า ในส่วนของมาตรการหลังควบรวมกิจการโทรคมนาคม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามว่ามาตรการที่กำหนดไว้สามารถสร้างผลในทางปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด ทั้งเรื่องราคา การแข่งขัน และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่ตลาด ขณะที่ผู้บริโภคยังเผชิญปัญหาในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ค่าบริการโทรคมนาคม ไปจนถึงภัยจากมิจฉาชีพ เช่น ข้อความสั้น (SMS) ที่แนบลิงก์ ซึ่งสภาผู้บริโภคเคยเสนอให้มีมาตรการจัดการเพื่อป้องกันความเสียหาย
“เราไม่มีเวลารอผลการพิจารณาคดี สิ่งที่อยากเห็นคือ กสทช. เดินหน้าทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค เพราะยังมีทั้งเรื่องร้องเรียนและปัญหาหลายเรื่องที่รอการตัดสินใจ” นางสาวสารีกล่าว พร้อมเรียกร้องให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือทั้ง 6 คนร่วมกันหาทางเปิดประชุม และให้สำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่สนับสนุนให้การประชุมเกิดขึ้น
ด้าน รศ.รุจน์ โกมลบุตร อนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค ระบุว่า ขณะนี้มีวาระรอการพิจารณาของ กสทช. จำนวน 148 วาระ ซึ่งมีทั้งเรื่องผลกระทบจากการควบรวมกิจการ เรื่องทีวีดิจิทัล และเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ หากการประชุมไม่เกิดขึ้น วาระเหล่านี้ก็ไม่สามารถขยับต่อได้
รศ.รุจน์เห็นว่า การหาทางให้การประชุมเกิดขึ้นเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยนอกจากสำนักงาน กสทช. ที่ต้องจัดให้มีกระบวนการประชุมแล้ว กรรมการทั้ง 6 คนที่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ควรร่วมกันหาทางออก เพื่อไม่ให้ข้อขัดแย้งเรื่องสถานะของประธานกลายเป็นเหตุให้การทำงานของทั้งองค์กรหยุดลง
ขณะที่ นายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความไม่ชัดเจนเรื่องอนาคตทีวีดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้ประกอบการ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของผู้ชมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพราะการรับชมผ่าน OTT ยังต้องอาศัยทั้งอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และมีค่าใช้จ่าย ซึ่งแตกต่างจากการเข้าถึงฟรีทีวี
นายเดียวระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังรอความชัดเจนว่า ทีวีดิจิทัลจะเดินต่ออย่างไรเมื่อเข้าใกล้เดือนเมษายน 2572 และเริ่มเห็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการบางส่วนลดการลงทุน ทั้งการผลิตละคร รายการวาไรตี้ รวมถึงการผลิตข่าว โดยมองว่าหากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวสถานีโทรทัศน์ แต่จะไปถึงคุณภาพและความหลากหลายของข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับ
“ทีวีไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ประกอบการ แต่เป็นเรื่องของผู้บริโภคและผู้ชมที่ควรเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง วันนี้เราต้องการความชัดเจนว่าอนาคตของทีวีดิจิทัลจะเดินไปทางไหน เพราะบ้านเมืองไม่สามารถเสียเวลาไปกับการรอได้อีก” นายเดียวกล่าว
ด้าน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีผู้เข้ามาช่วย “ปลดล็อก” เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับกิจการโทรทัศน์หรือโทรคมนาคม แต่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศด้วย
นางสาวสุภิญญาเห็นว่า สำนักงาน กสทช. ควรทำหน้าที่สนับสนุนให้กรรมการที่เหลือสามารถเดินหน้าประชุมและพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ ขณะเดียวกันหากกลไกภายใน กสทช. ยังไม่สามารถหาทางออกได้ ฝ่ายบริหารก็ควรมีบทบาทช่วยประสานหรือหาทางคลี่คลายสถานการณ์ โดยไม่ก้าวล่วงความเป็นอิสระในการตัดสินใจขององค์กรกำกับดูแล
“เราไม่สามารถปล่อยให้ทุกคนไปทำงานตามปกติ แต่สุดท้ายไม่มีการประชุมและไม่มีการตัดสินใจเกิดขึ้นได้ มันต้องมีจุดสิ้นสุด เพราะถ้า กสทช. เดินหน้าไม่ได้ ไม่ใช่แค่กิจการโทรทัศน์หรือโทรคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ แต่รวมถึงความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศด้วย” นางสาวสุภิญญา กล่าว
สำหรับภาพรวมการหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ คือ กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม โดยสภาผู้บริโภคเสนอให้ กสทช. เร่งจัดทำโรดแมปทีวีดิจิทัลก่อนใบอนุญาตสิ้นสุดในปี 2572 พร้อมวางกรอบกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ขณะที่ด้านโทรคมนาคมเสนอให้ติดตามผลกระทบหลังการควบรวม ทั้งด้าน ราคา คุณภาพบริการ ความโปร่งใสของแพ็กเกจ และระบบแจ้งเตือนการใช้งานเพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบและเลือกบริการได้อย่างเป็นธรรม
ขณะที่ กสทช. มีท่าทีสนับสนุนให้การทำงานเดินหน้าต่อเนื่อง ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักนิติธรรม โดยเห็นว่าการประชุมและการตัดสินใจในประเด็นสำคัญไม่ควรหยุดชะงัก พร้อมเน้นให้สำนักงาน กสทช. สนับสนุนการทำงานอย่างเป็นกลาง เพื่อให้วาระที่มีผลกระทบต่อ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และประชาชน สามารถเดินหน้าพิจารณาได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคยืนยันว่า หากการประชุมอย่างเป็นทางการของ กสทช. ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จะยังเดินหน้าประสานกรรมการทั้ง 6 คนเพื่อเปิดวงหารือในประเด็นที่กระทบผู้บริโภคต่อไป โดยเฉพาะการติดตามมาตรการหลังควบรวมกิจการโทรคมนาคมและการหาทางออกเรื่องอนาคตทีวีดิจิทัล เพื่อไม่ให้ปัญหาที่รอการตัดสินใจถูกทิ้งไว้อย่างไม่มีกำหนด
消费者委员会与国家广播电视和电信委员会(NBTC)三名委员及数字电视协会举行联席会议,讨论“移动电话合并的影响及电视的未来”,此前会议积压了148项议程。他们提议由NBTC六名委员继续推进此次会议,并请求NBTC办公室为会议组织提供支持。
2026年9月7日,消费者委员会与国家广播和电信委员会(NBTC)成员以及泰国数字电视协会代表举行会议,跟进影响电视和电信行业消费者的相关问题。消费者委员会邀请了NBTC全部六位委员参加会议。其中三位委员接受了邀请并出席了会议:空军副元帅塔纳潘·赫莱查伦博士、名誉教授皮隆隆·拉姆苏特博士和副教授苏帕奇·苏帕查拉赛博士。副教授颂波·普里维克瓦伊蓬博士因事先安排未能出席,而托蓬·塞拉农先生和警察总长纳塔通·帕雷松通接受了邀请。
在讨论中,消费者委员会秘书长 Sareee Ongsomwang 女士表示,国家广播和电信委员会 (NBTC) 无法持续召开会议审议各种议程项目,这种情况不仅影响内部运作,还影响电信、电视、投资和消费者保护等领域的待决决定。
萨里女士指出,关于电信合并后的各项措施,仍需密切关注其实际效果,尤其是在定价、竞争以及小型运营商进入市场的机会等方面。与此同时,消费者仍然面临着诸多日常问题,例如电信服务费用以及诈骗分子发送的带有链接的短信等。消费者委员会此前已就此提出应对措施,以防止此类损失。
“我们没有时间等待法院的裁决。我们希望看到的是国家广播和电信委员会(NBTC)履行其保护消费者的职责,因为还有许多投诉和问题等待裁决,”萨里女士说。她还敦促其余六名NBTC委员共同努力,找到召开会议的办法,并要求NBTC办公室为会议的召开提供支持。
消费者通信、电信和信息技术委员会下属小组委员会成员、副教授鲁伊·科莫尔布特拉表示,目前国家广播和电信委员会(NBTC)有148项议程项目待审议。这些项目涉及并购的影响、数字电视以及其他投诉等问题。如果会议无法召开,这些议程项目将无法推进。
鲁伊副教授认为,找到召开会议的办法迫在眉睫。除了负责安排会议流程的国家广播电视和电信委员会(NBTC)办公室外,六位仍能履行职责的委员也应共同努力,寻求解决方案,以免主席职位之争导致整个机构停摆。
与此同时,泰国数字电视协会秘书长刁沃拉坦特拉库尔先生表示,数字电视未来发展的不确定性不仅关乎运营商,更直接关系到观众全面、平等地获取信息的权利。通过OTT(Over-the-Top)观看电视节目需要设备、网络接入,并且会产生费用,这与收看免费电视截然不同。
刁先生表示,随着2029年4月的临近,业界正翘首以盼数字电视未来发展方向的明朗化,目前已有迹象表明,部分运营商正在削减电视剧、综艺节目和新闻节目的制作投入。他认为,如果这种不确定性持续下去,其影响不仅限于电视台,还会影响公众获取信息的质量和多样性。
刁先生表示:“电视不仅仅关乎广播公司,更关乎消费者和观众能否广泛获取信息。如今,我们需要明确数字电视的未来发展方向,因为国家已经等不起了。”
消费者委员会通信、电信和信息技术小组委员会主席苏菲尼亚·克朗纳隆女士表示,这个问题需要有人帮助“解决”,因为其影响不仅限于电视或电信业务,还会影响国家的信心和数字经济。
苏菲尼亚女士认为,国家广播电视和电信委员会(NBTC)办公室应支持其他委员继续召开会议并审议未决议程项目。同时,如果NBTC内部机制无法找到解决方案,行政部门应发挥作用,协调或解决问题,但不得侵犯该监管机构的决策独立性。
苏菲尼亚女士表示:“我们不能让大家照常上班,却不开会,也不做任何决定。这种情况必须结束,因为如果国家广播和电信委员会(NBTC)无法取得进展,受影响的不仅是电视和电信行业,还有国家的信心和数字经济。”
讨论主要围绕电视和电信两大关键议题展开。消费者委员会建议国家广播电视委员会(NBTC)在2029年牌照到期前加快制定数字电视发展路线图,并建立OTT平台监管框架和消费者保护措施。与此同时,电信行业建议监测并购对价格、服务质量、套餐透明度和使用情况通知系统的影响,以便消费者能够公平地比较和选择服务。
尽管国家广播和电信委员会 (NBTC) 表示支持在法律框架和法治下继续运作,认为不应干扰有关重要问题的会议和决定,但它强调,NBTC 办公室应支持公正的行动,以确保影响消费者、企业和公众的议程能够得到充分考虑。
消费者委员会确认,如果国家广播和电信委员会(NBTC)的正式会议无法举行,他们将继续与所有六位委员协调,讨论影响消费者的问题,特别是电信合并后的后续措施以及为数字电视的未来寻找解决方案,以确保这些悬而未决的问题不会无限期地悬而未决。