← 返回新闻首页
泰国权威

"ปรับบัญชีมาตรฐานลงโทษ" ศาลตั้ง 5 คณะอนุทำงานฯ ชำแหละ "คดีความผิดสำคัญ"

การฉ้อโกงออนไลน์ ฟิชชิง โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ การล้วงข้อมูลส่วนบุคคล แม้จะเป็นรูปแบบหนึ่งของลักษณะของการกระทำความผิดมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่การก่ออาชญากรรมของอาชญากรหรือผู้กระทำความผิด ไม่ได้มีเท่

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
“调整标准处罚会计”:法院任命 5 个小组委员会来剖析“重大犯罪”。

การฉ้อโกงออนไลน์ ฟิชชิง โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ การล้วงข้อมูลส่วนบุคคล แม้จะเป็นรูปแบบหนึ่งของลักษณะของการกระทำความผิดมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่การก่ออาชญากรรมของอาชญากรหรือผู้กระทำความผิด ไม่ได้มีเท่านี้หากมีหลายฐานความผิดทั้ง ลัก วิ่ง ชิง ปล้น คดีความผิดอาวุธปืน ฟอกเงิน ความผิดจราจร บุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรม ฯลฯ

ที่ผ่านมาไม่เพียงกรมราชทัณฑ์ที่มีการขยับกำหนดเกณฑ์ในการบริหารโทษใหม่สำหรับผู้ต้องขังคดีร้ายแรง ผู้ต้องขังคดีร้ายแรง และผู้ต้องขังโทษประหาร หากอีกฟากฝั่งศาลฎีกา หลัง นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกาคนที่ 52 เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 ได้มีนโยบายให้ทบทวนและปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในความผิดสำคัญ เพื่อให้แนวทางการกำหนดโทษมีความเหมาะสม โปร่งใส ได้สัดส่วนกับ “ความร้ายแรง” ของการกระทำความผิดและสอดคล้องกับสภาพสังคม

“ปรับบัญชีมาตรฐานลงโทษ” ศาลตั้ง 5 คณะทำงานฯ ชำแหละ “คดีผิดสำคัญ”

วันนี้ (26 ต.ค.2569) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ประธานศาลฎีกา มอบหมายนโยบายหลักของศาลฎีกา 3 ด้าน คือ หลักประกันความสงบสุขของสังคม กระบวนการยุติธรรมเพื่อการเยียวยา และพร้อมรับความท้าทาย โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญสำคัญและเร่งดำเนินการ คือ การทบทวนและปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในความผิดสำคัญ เพื่อให้แนวทางการกำหนดโทษมีความเหมาะสม โปร่งใส ให้ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของการกระทำความผิด

เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์อาชญากรรมเปลี่ยนแปลงไป ทั้งรูปแบบและลักษณะของการกระทำความผิด มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สภาพเศรษฐกิจและสังคม พฤติการณ์ในการกระทำความผิด แม้ที่ผ่านมาจะมีการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังปรากฏการกระทำความผิดในลักษณะเดิมซ้ำอีก นอกจากนี้ยังมีความผิดบางประเภทที่มีแนวโน้มรุนแรงหรือสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้น

มีความจำเป็นต้องทบทวนว่าแนวทางการกำหนดโทษที่ใช้อยู่ในปัจจุบันว่ายังมีความเหมาะสมกับลักษณะและความร้ายแรงของการกระทำความผิดหรือไม่ และสามารถป้องปรามและยับยั้งการกระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะการกำหนดโทษทางอาญาที่เหมาะสมและได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งในการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสังคม

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การทบทวนบัญชีมาตรฐานการลงโทษให้สอดคล้องกับสภาพความผิดในปัจจุบันจึงไม่เพียงช่วยส่งเสริมให้การกำหนดโทษมีมาตรฐานและเป็นธรรมเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้โทษที่กำหนดมีผลในการป้องปรามและยับยั้งการกระทำความผิด ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และสร้างความตระหนักถึงผลทางกฎหมายของการกระทำความผิด อันจะนำไปสู่การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประธานศาลฎีกาได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษ จำนวน 5 คณะ เพื่อศึกษา ทบทวน และปรับปรุงแนวทางการกำหนดโทษในกลุ่มความผิดสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคม ประกอบด้วย

1. คณะอนุกรรมการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในคดียาเสพติด คดีตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และคดีความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่สำคัญมุ่งทบทวนแนวทางการกำหนดโทษในความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความสุจริตเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง ที่มีรูปแบบการกระทำความผิดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและอาจสร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง ให้สะท้อนความร้ายแรงของพฤติการณ์และผลกระทบจากการกระทำความผิดได้อย่างเหมาะสม

2. คณะอนุกรรมการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในคดีจราจรทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนแนวทางการกำหนดโทษในความผิดเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน โดยคำนึงถึงพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงระดับความร้ายแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยง อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความปลอดภัยด้านการจราจรแก่ประชาชน

3. คณะอนุกรรมการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในคดีอาวุธปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ทบทวนแนวทางการกำหนดโทษในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยคำนึงถึงลักษณะการกระทำความผิด พฤติการณ์และระดับความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อให้การกำหนดโทษมีความเหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระทำ และป้องปรามการกระทำความผิดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

4. คณะอนุกรรมการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อทบทวนแนวทางการกำหนดโทษในความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยคำนึงถึงลักษณะและความร้ายแรงของการกระทำ ผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ตลอดจนความเสียหายต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดินและความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อให้การกำหนดโทษมีความเหมาะสมและป้องปรามการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

5. คณะอนุกรรมการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในคดีสิ่งแวดล้อม เพื่อทบทวนแนวทางการกำหนดโทษในความผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงลักษณะการกระทำความผิด ความร้ายแรงของความเสียหาย ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว เพื่อให้การกำหนดโทษสะท้อนความร้ายแรงของการกระทำความผิดและป้องปรามการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม

นายสุริยัณห์ กล่าวว่า สำหรับคณะอนุกรรมการทั้ง 5 คณะ มีหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการกำหนดโทษตามบัญชีมาตรฐานการลงโทษที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนวคำพิพากษา สถานการณ์และรูปแบบการกระทำความผิด รวมถึงศึกษาแนวทางการกำหนดโทษของต่างประเทศและมาตรฐานสากล พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษให้มีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องต่อไป

การปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษครั้งนี้มิใช่เพียงการปรับเปลี่ยนตัวเลขหรือระดับโทษให้สูงขึ้นหรือลดลงเท่านั้น แต่ต้องเป็นการพิจารณาอย่างรอบด้านบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักกฎหมาย เพื่อให้การกำหนดโทษมีความเหมาะสม ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของการกระทำความผิด และคำนึงถึงพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดแต่ละราย โดยมุ่งให้การลงโทษสามารถป้องปรามการกระทำความผิด การป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และการคุ้มครองสังคม

อย่างไรก็ตาม บัญชีมาตรฐานการลงโทษมิใช่ข้อกำหนดตายตัวที่จำกัดดุลพินิจของผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดี หากแต่เป็นแนวทางประกอบการใช้ดุลพินิจเพื่อส่งเสริมให้การกำหนดโทษมีมาตรฐานและความสอดคล้องกัน โดยผู้พิพากษายังคงมีความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และสามารถใช้ดุลพินิจกำหนดโทษให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริง พฤติการณ์แห่งคดี และเหตุเฉพาะตัวของผู้กระทำความผิดแต่ละรายได้

หลังจากคณะอนุกรรมการทั้ง 5 คณะดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษแล้วเสร็จ จะมีการนำผลการดำเนินงานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้แนวทางการกำหนดโทษที่มีมาตรฐานสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมทั่วประเทศ โดยศาลฯจะประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าผลการดำเนินงาน และสาระสำคัญของบัญชีมาตรฐานการลงโทษที่ปรับปรุงใหม่ให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

วินพัทยาแห่คืนเสื้อสีน้ำเงิน อำเภอบางละมุงจ่ายคืนตัวละ 550 บาท

Acromegaly คืออะไร เช็กสัญญาณมือเท้าใหญ่ ใบหน้าเปลี่ยน

ทองคำผันผวน! จับตาเฟด–บอนด์ยีลด์พุ่ง แรงซื้อธนาคากลางช่วยพยุงราคา

สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม

ปรับปรุงบัญชีมาตรฐานการลงโทษในความผิดสำคัญ

วีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกาคนที่ 52

ข่าวอาชญากรรมล่าสุดวันนี้

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻