"อนุทิน" ย้ำรถไฟ 3 สนามบินยึดสัญญาเดิม หากเจรจาไม่ลงตัวให้ศาลชี้ขาด阿努廷重申,三机场铁路项目将遵守原合同,如果谈判失败,法院将作出裁决。
อนุทินยืนยันโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินต้องยึดสัญญาเดิม ให้ รฟท.และเอกชนเจรจาหาข้อยุติ หากตกลงไม่ได้ใช้กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ EEC เตรียมหารืออีกครั้ง เดือน พ.ย. แต่ยอมรับโครงการเดินต่อยาก หลังผลศึกษาพบไม่คุ้มทุน-ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ

วันนี้ (26 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยืนยันว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขในสัญญาเดิม โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเอกชนคู่สัญญาหารือเพื่อหาข้อยุติ หากไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อยุติข้อขัดแย้ง
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกว่า การประชุมครั้งนี้มีการหารือเรื่องการประกาศเขตเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 4 เขต แต่ไม่ได้บรรจุเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไว้เป็นวาระพิจารณา
นายกรัฐมนตรีระบุว่า คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ผูกพันกันอยู่ หากมีประเด็นขัดแย้งต้องพยายามเจรจาให้ได้ข้อสรุปก่อน แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยย้ำว่าต้องยึดสัญญาระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเป็นหลัก
ด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เตรียมนำประเด็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมรอบถัดไป ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย.2569 อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะได้ข้อยุติหรือไม่
นายจุฬายอมรับว่า การผลักดันโครงการให้เดินหน้าต่อในทางปฏิบัติมีความยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์และเงื่อนไขต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงเริ่มต้นโครงการ โดยผลการศึกษาทางการเงินพบว่าโครงการไม่คุ้มทุน ส่งผลให้สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อสำหรับการลงทุน
แม้สำนักงานอัยการสูงสุดจะตรวจพิจารณาร่างสัญญาและระบุว่าสามารถแก้ไขสัญญาได้ตามกฎหมาย แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแก้ไขสัญญาเพียงอย่างเดียว เพราะหากเอกชนยังไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ การปรับแก้เงื่อนไขในสัญญาก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้
"ไม่รอ-ไม่อด" แต่ต้อง "รอด" สร้างชุมชนประเมินความเสี่ยง พร้อมรับมือภัยพิบัติ
เปิดปมตีนเขา-ทางน้ำถูกขวาง ต้นเหตุภัยดินโคลนหลาก "ภูเก็ต"
กฟผ. ลงทุน 7 หมื่นล้านเล็งสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR แห่งแรกปี 2580
ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา
今天(2026年10月26日),泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔确认,连接廊曼机场、素万那普机场和乌塔堡机场这三个机场的高速铁路项目必须按照原合同的程序和条款进行。他指示泰国国家铁路局(SRT)和私营承包商进行磋商以达成解决方案。如果双方无法达成协议,则将通过法律途径解决此事。
阿努廷先生在主持东部经济走廊政策委员会会议后接受了采访,他表示,会议讨论了宣布设立四个新的经济区,但连接三个机场的高速铁路并未列入议程。
总理指出,合同双方仍有义务遵守具有约束力的协议。如有任何争议,双方应尝试通过协商解决。但如果无法达成共识,则必须启动法律程序。他强调,雇主与承包商之间的合同必须优先适用。
东部经济走廊政策委员会秘书长楚拉·苏克马诺普先生表示,总理已指示他准备在预计于2026年11月举行的下次会议上审议连接三个机场的高铁项目问题。但他无法确认会议是否会达成决议。
丘拉亚先生承认,由于项目启动以来形势和条件的变化,推进该项目在实践中变得更加困难。财务研究表明该项目无利可图,导致金融机构拒绝批准投资贷款。
尽管总检察长办公室已审查了合同草案并表示可以根据法律进行修改,但关键并非仅仅在于修改合同本身。因为如果由于银行拒绝提供贷款而导致私营部门无法获得资金,那么仅仅修改合同条款并不足以使项目得以推进。
“不要等待,不要挨饿”,而是“生存下去”。建立社区机制来评估风险并做好应对灾害的准备。
揭开谜团:普吉岛泥石流造成水道和山坡阻塞。
泰国电力局 (EGAT) 正在投资 700 亿泰铢,计划在 2037 年前建成其首座小型模块化反应堆 (SMR) 核电站。
廊曼、素万那普、乌塔堡