“เจเศรษฐ์-รุทธพล” สั่งเข้ม ปกครอง-ตำรวจ-คุมประพฤติ เกาะติดกลุ่มเสี่ยง ปิดช่องกระทำผิดซ้ำ“Jaset-Ruttaphol”命令地方政府、警察和缓刑监督官严格执法,密切监控高危群体,防止再次犯罪。
“เจเศรษฐ์-รุทธพล” ประชุมซักซ้อมแนวทางเฝ้าระวังผู้พ้นโทษ เสี่ยงกระทำความผิดซ้ำ สั่งเข้ม 3 ฝ่าย ปกครอง-ตำรวจ-คุมประพฤติ เกาะติดกลุ่มเสี่ยงรายเคส ปิดช่องกระทำผิดซ้ำ

“เจเศรษฐ์-รุทธพล” ประชุมซักซ้อมแนวทางเฝ้าระวังผู้พ้นโทษ เสี่ยงกระทำความผิดซ้ำ สั่งเข้ม 3 ฝ่าย ปกครอง-ตำรวจ-คุมประพฤติ เกาะติดกลุ่มเสี่ยงรายเคส ปิดช่องกระทำผิดซ้ำ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ นายยงยุทธ ชื้นประดิษฐ์ ที่ปรึกษากฎหมาย กระทรวงมหาดไทย ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนมาตรการปฏิบัติการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษในระดับพื้นที่ในวันนี้ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนและสำคัญยิ่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านได้ให้ความสำคัญ กำชับ และเน้นย้ำมาโดยตลอด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่จังหวัดอุทัยธานี ต่อเนื่องมาจนถึงกรณีเหตุการณ์ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งล้วนเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการกระทำความผิดซ้ำที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชนอย่างรุนแรง แม้ว่าที่ผ่านมาเราจะอยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลเชิงลึก การฟอร์มทีมงาน และการหารือร่วมกับกระทรวงยุติธรรม แต่บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป และต้องแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทันที
“สิ่งที่จำเป็นต้องผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ คือการบูรณาการความร่วมมืออย่างไร้รอยต่อระหว่างฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้นำรายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการจัดสรรไปแล้วนั้น ไปทำการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วนในระดับพื้นที่ ทั้งการประเมินระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และการติดตามพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของความเชื่อมโยงกับปัญหายาเสพติด ซึ่งจากการประสานงานและการตรวจสอบข้อมูลด้านการข่าวของฝ่ายปกครองในเบื้องต้นกับกลุ่มบุคคลตัวอย่างหลักร้อยราย พบว่ายังมีผู้พ้นโทษบางส่วนเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง การจัดทำฐานข้อมูลและจำแนกพฤติการณ์อย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้เกิดภัยคุกคามซ้ำรอยเดิม”
นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ขอฝากความหวังไว้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง ในการคัดสรรและมอบหมายบุคลากรที่มีความพร้อม มีความใส่ใจ มีความมุ่งมั่น และเข้าใจลักษณะงานอย่างแท้จริงเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบภารกิจนี้ โดยขอให้เน้นย้ำการทำงานในเชิงลึกเป็นรายกรณี หรือแบบ Case by Case มากกว่าการปฏิบัติงานตามขั้นตอนเอกสารหรือการเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบนโยบายเพียงเท่านั้น ขอให้ทุกท่านตระหนักร่วมกันว่า “บทบาทหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของพวกเราทุกคนคือการปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ และการร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมทางสังคมให้มีความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย” การดำเนินงานในลักษณะนี้ถือเป็นมิติใหม่และเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งหากพวกเราทุกคนสามารถร่วมมือกันคัดกรอง เฝ้าระวัง และจำกัดความเสี่ยงของกลุ่มบุคคลในล็อตนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็จะสร้างความเชื่อมั่น ความสงบสุข และความปลอดภัยที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างแท้จริง
ขอให้ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันระดมสรรพกำลัง ระดมองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด หากในทางปฏิบัติพบอุปสรรค ข้อจำกัด หรือมีประเด็นปัญหาใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตของตัวบทกฎหมายและกลไกอำนาจรัฐปกติ หรือหากมีกรณีใดที่มีความจำเป็นต้องให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเป็นกรณีพิเศษ ขอความกรุณาประสานงานติดต่อมายังผมได้โดยตรงผ่านช่องทางการสื่อสารที่ได้ประสานไว้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด โดยทางรัฐบาลและฝ่ายบริหารก็มีชุดปฏิบัติการพิเศษที่พร้อมจะเข้ามาสนับสนุนและกำชับการทำงานร่วมกันอีกหนึ่งชุด เพื่อร่วมกันผลักดันให้ภารกิจการรักษาความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
“贾塞特和鲁塔波尔”召开会议,审查对有再犯风险的获释囚犯进行监控的指导方针。他们命令三个机构——监狱管理部门、警察和缓刑监督官——严格执行相关规定,密切监控高风险案件,防止再犯。
2026年9月7日上午9点30分,内政部副部长杰塞·泰塞斯先生与司法部长鲁塔蓬·瑙瓦拉特上将共同主持召开会议,审查地方层面的刑满释放人员监管操作程序。出席会议的有:省行政厅厅长纳鲁查·科萨西莱先生;司法部常务副秘书吉拉帕·辛杜纳瓦女士;缓刑厅厅长皮亚·拉克萨库尔中校;内政部法律顾问永育·春普拉迪特先生;调查和法律事务司司长辛坎·卡米约德中校;以及各政府机构的代表。会议在内政部达姆隆塔姆会议室举行,各省省长、副省长、政府机构负责人和区长通过视频会议参会。
杰塞特先生表示,在地方层面落实对获释囚犯的监控措施,是总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔先生的一项紧迫而关键的政策。自乌泰他尼府和春武里府发生骇人听闻的事件以来,他一直强调并重视这一问题。这些事件反映了累犯问题,不仅造成生命财产损失,也严重打击了公众士气。尽管我们一直在收集深入信息、组建团队并与司法部进行磋商,但从这些事件中吸取的教训清楚地表明,我们不能再拖延,必须立即将政策转化为具体行动。
“我们目前最迫切需要推进的是行政部门、警务人员和司法部下属机构之间的无缝协作,以建立高效、快速、精准的监控机制。我们请求所有相关部门通力合作,在地方层面彻底审查和监控已分配的目标名单,包括评估每个人的风险等级并跟踪其日常行为,尤其关注其涉毒问题。行政部门已对数百名样本人员进行了初步协调和情报收集,结果显示一些获释人员仍在持续涉毒。因此,建立详细的数据库并对其行为进行分类,是防止此类威胁再次发生的关键步骤。”
杰特塞特先生进一步指出,关于地方层面的管理,他希望各省省长能够选拔并指派那些准备充分、认真负责、尽职尽责且真正了解工作性质的人员来承担这项任务。他强调,深入细致地逐案调查比仅仅按部就班地走程序、参加会议接受政策指示更为重要。他敦促所有人认识到,“我们最重要的职责是保护无辜公民,并共同努力维护和平安全的社会环境。”这种方法是前所未有的,是一种全新的视角。如果我们能够齐心协力,对这类人员进行筛查、监控并果断地限制其带来的风险,我们就能真正建立起社会的信心、和平与持久安全。
我敦促所有机构充分整合资源、知识,交流思想,以推动进展并取得最佳成果。如果在实践中遇到任何超出法律和正常国家机制范围的障碍、限制或问题,或者任何需要实地考察以监测情况并具体解决问题的案例,请通过与州长建立的沟通渠道直接与我联系。政府和行政部门还组建了一支特别行动小组,随时准备支持和监督各项合作工作,以确保有效、高效地完成保障公民安全的任务。