“ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาลปฏิรูปจัดทำงบประมาณ 2570 เสนอ 3 แนวทาง โปร่งใส-มีประสิทธิภาพ-ประชาชนมีส่วนร่วม“Natthapong”敦促政府改革2027年预算流程,并提出了三种方法:透明度、效率和公众参与。
“ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาลปฏิรูปจัดทำงบประมาณ 2570 เสนอ 3 แนวทาง โปร่งใส-มีประสิทธิภาพ-ประชาชนมีส่วนร่วม แนะใช้ ม.165 เปิดสภาฟังเสียง สส. ก่อนทำคำของบฯ ป้องกันการล็อกสเปก TOR

“ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาลปฏิรูปจัดทำงบประมาณ 2570 เสนอ 3 แนวทาง โปร่งใส-มีประสิทธิภาพ-ประชาชนมีส่วนร่วม แนะใช้ ม.165 เปิดสภาฟังเสียง สส. ก่อนทำคำของบฯ ป้องกันการล็อกสเปก TOR
วันที่ 7 ก.ย.2569 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2-3 มาตรา 7 งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายถึงงบประมาณของสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พร้อมตั้งคำถามต่อรัฐบาลถึงกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่าสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาล มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพตามตัวชี้วัดที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้เองหรือไม่
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สำนักงบประมาณเสนอกรอบงบประมาณของตัวเองประมาณ 1,050 ล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดเพียง 240,000 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาปรับลดงบประมาณ นอกจากประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายแล้ว ยังต้องพิจารณาผลลัพธ์และตัวชี้วัดของการดำเนินงานด้วย หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็ควรนำมาพิจารณาปรับลดงบประมาณในปีถัดไป
สำหรับตัวชี้วัดของสำนักงบประมาณ นายณัฐพงษ์ชี้ว่ามีทั้งเรื่องการจัดทำงบประมาณต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และต้องมีความโปร่งใส แต่จากการอภิปรายของสมาชิกในสภาหลายครั้งกลับพบข้อสงสัยว่าโครงการต่างๆ ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนหรือประเทศ
นายณัฐพงษ์ ยกกรณีแนวคิดการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ หรือ Zero-based budgeting ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยประกาศไว้ในการอภิปรายวาระที่ 1 แต่จากตัวเลขที่นำเสนอพบว่า มากกว่า 90% และอาจถึง 95% ของโครงการในร่างงบประมาณปี 2570 เป็นโครงการเดิมที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อน จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลสามารถยืนยันได้จริงหรือไม่ว่างบประมาณปี 2570 ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล
ส่วนประเด็นความโปร่งใส ณัฐพงษ์กล่าวถึงกระบวนการสืบราคา การออกใบเสนอราคาคู่เทียบ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปกใน TOR พร้อมยกตัวอย่างโครงการ TH-AI Passport ในกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของกระทรวง DE ซึ่งมีการตั้งคำถามว่าการกำหนด TOR อาจมีการล็อกสเปกหรือไม่
นายณัฐพงษ์เสนอว่า หากมีการเปิดเผยข้อมูลการสืบราคาล่วงหน้า รวมถึงบันทึกการประชุมของคณะกรรมการยกร่าง TOR และคณะกรรมการชุดต่างๆ จะช่วยป้องปรามการทุจริตและทำให้กระบวนการจัดทำงบประมาณมีความโปร่งใสมากขึ้น
พรรคประชาชนได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว โดยเสนอให้เปลี่ยนหลักการจากเดิมที่ “ปกปิดเป็นหลัก เปิดเผยเป็นข้อยกเว้น” เป็น “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและพร้อมผลักดันกฎหมายให้ผ่านสภาภายในปีงบประมาณนี้หรือไม่ เพื่อให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 มีความโปร่งใสมากขึ้นและลดการทุจริต
ประการที่สอง งบประมาณต้องมีประสิทธิภาพ ณัฐพงษ์กล่าวถึงข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญในข้อ 1.15 ที่เสนอให้สำนักงบประมาณและรัฐบาลกำหนดกรอบ Pre-ceiling ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นกระบวนการ โดยรัฐบาลควรกำหนดทิศทางการจัดทำงบประมาณตั้งแต่ต้นปี เช่น การให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือการป้องกันภัยพิบัติ เพื่อให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับกรอบและภารกิจที่กำหนด
นายณัฐพงษ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เรื่อง Top-down budgeting และตั้งคำถามว่ารัฐบาลพร้อมปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางของ OECD ในปีงบประมาณถัดไปหรือไม่ โดยพรรคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหานี้ และอยู่ในวาระการประชุมแล้ว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้การจัดทำงบประมาณปี 2571 มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประการที่สาม การมีส่วนร่วมของประชาชนและตัวแทนประชาชน ณัฐพงษ์กล่าวถึงแนวคิดการให้มีการปรึกษาหารือเรื่องงบประมาณ ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อสังเกตของกรรมาธิการวิสามัญ โดยเสนอให้รัฐบาลปรึกษาหารือประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ต้นกระบวนการจัดทำงบประมาณ
นายณัฐพงษ์เสนอว่า เมื่อเริ่มปีงบประมาณใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม รัฐบาลสามารถเปิดให้สภาอภิปรายเพื่อรับฟังความคิดเห็นของ สส. จากแต่ละภูมิภาค แต่ละพื้นที่ รวมถึง สส.บัญชีรายชื่อ ว่าต้องการเห็นทิศทางและหน้าตาของงบประมาณปีถัดไปอย่างไร จากนั้นรัฐบาลนำข้อเสนอไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำคำของบประมาณของแต่ละหน่วยงาน
นายณัฐพงษ์ระบุว่า หากมีกระบวนการดังกล่าว เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เข้าสู่สภา รัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้ว่าโครงการต่างๆ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนประชาชนมาแล้ว และช่วยลดการอภิปรายซ้ำในชั้นสภา เพราะสมาชิกจะทราบที่มาของโครงการ
ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ชี้ว่า รัฐบาลมีอำนาจดำเนินการอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ซึ่งเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีขอให้เปิดประชุมรัฐสภาเพื่อหารือปัญหาสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินได้โดยไม่ต้องมีการลงมติ พร้อมระบุด้วยว่า หากรัฐบาลไม่สามารถรับปากข้อเสนอทั้ง 3 ข้อได้ ก็มีความกังวลว่าการจัดทำงบประมาณปี 2571 หากยังใช้กระบวนการแบบเดิม จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับงบประมาณปี 2570 แ
“纳塔蓬”敦促政府改革2027年预算流程,并提出了三项建议:提高透明度、提升效率和加强公众参与。他建议利用宪法第165条召集议会,在起草预算申请前听取议员意见,以防止预算案被人为操纵。
2026年9月7日,在2027年财政预算案二读和三读期间,特别是关于总理府预算的第七条,人民党议员、反对党领袖纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生就负责编制预算案的主要机构——预算局的预算进行了辩论。他质疑政府2027年的预算编制过程,询问其是否有效反映了政府政策,是否体现了透明度,以及是否达到了预算局自身设定的效率指标。
纳塔蓬先生指出,预算局提出的预算框架约为10.5亿泰铢,但特别委员会仅将其削减了24万泰铢。他还指出,除了支出效率外,考虑预算削减的关键标准还必须包括绩效结果和指标。如果结果未达到目标,则应在下一年的预算削减中予以考虑。
关于预算局的各项指标,纳塔蓬先生指出,这些指标包括预算编制需与政府政策保持一致以及确保透明度等。然而,议会多次辩论引发了人们对各项项目是否真正满足人民或国家需求的质疑。
纳塔蓬先生提出了零基预算概念的问题,该概念是财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕在预算案一读时宣布的。然而,公布的数据显示,2027年预算草案中超过90%(甚至可能高达95%)的项目都是上一年项目的延续。因此,他质疑政府是否能够真正保证2027年预算与其政策相符。
关于透明度问题,纳塔蓬提到了询价流程、发布可比投标书以及对项目条款中可能存在的操纵规格的怀疑。他以泰国数字经济和社会部数字经济和社会发展基金资助的“泰国人工智能护照”项目为例,该项目曾引发质疑,认为其项目条款可能存在操纵规格的意图。
纳塔蓬先生建议,公开预先询价信息以及职权范围起草委员会和其他委员会的会议记录,将有助于遏制腐败,并使预算编制过程更加透明。
人民党已向议会提交了一份《公共信息法》草案供审议。该提案建议将“保密为原则,公开为例外”的原则改为“公开为原则,隐瞒为例外”。人民党质疑政府是否认同这一做法,以及是否准备在本财政年度内推动该法案在议会获得通过,以提高2026年预算的透明度并减少腐败。
其次,预算必须高效。纳塔蓬在1.15点中提到了特设委员会的意见,该意见建议预算局和政府从一开始就明确界定预算上限框架。政府应在年初就确定预算编制方向,例如优先发展未来产业或防灾减灾,以便每个预算接收机构都能编制符合既定框架和任务的预算申请。
纳塔蓬先生指出,这种做法符合经济合作与发展组织(OECD)自上而下的预算编制模式,并质疑政府是否准备在下一财政年度改进预算编制流程以符合OECD的指导方针。他提到,人民党已提出一份《预算程序法》草案来解决这一问题,该草案已列入议程,他敦促政府推动该法案的通过,以提高2028年预算的效率。
第三,关于公众参与和代表权,纳塔蓬提到了预算咨询的概念,这一概念也出现在特设委员会的意见书中。他建议政府从预算编制过程伊始就与公众和议员进行磋商。
纳塔蓬先生建议,在10月1日新财年开始之际,政府可以召开议会辩论,听取各地区议员和名单议员对下一年度预算方向和内容的意见。政府随后将以这些建议为指导,编制各机构的预算申请。
纳塔蓬先生表示,如果实施这样的程序,当预算草案提交议会时,政府就可以解释各个项目都已与民意代表进行过磋商,这将有助于减少议会中反复的辩论,因为议员们将了解项目的由来。
纳塔蓬指出,根据宪法第165条,政府已有权这样做。该条款允许总理在无需投票的情况下要求召开议会会议,讨论国家行政中的重要议题。他还表示,如果政府不能接受全部三项提议,他担心如果沿用同样的程序编制2028年预算,结果将与2027年预算相同。