สั่งพักงาน 7 วัน วิน จยย. ทะเลาะกันเอง บานปลายถึงขั้นชักมีดขู่คนละเล่ม两名摩托车出租车司机因斗殴升级,最终双方互相持刀威胁,被停职7天。
ปลัดอำเภอพระประแดง สั่งพักงาน 7 วัน วิน จยย. เปิดศึกทะเลาะกันเอง ทำร้ายกันจนได้รับบาดเจ็บ บานปลายถึงขั้นชักมีดขู่คนละเล่ม พร้อมสั่งหัวหน้าวินปรับปรุงการให้บริการ

ปลัดอำเภอพระประแดง สั่งพักงาน 7 วัน วิน จยย. เปิดศึกทะเลาะกันเอง ทำร้ายกันจนได้รับบาดเจ็บ บานปลายถึงขั้นชักมีดขู่คนละเล่ม พร้อมสั่งหัวหน้าวินปรับปรุงการให้บริการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ร.ต.อ.ศราวุธ เสริมกลิ่น รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง รับแจ้งความร้องทุกข์จาก น.ส.ทิพย์มณฑา (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเดินทางเข้าแจ้งความพร้อมกับนายชนะพล (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ในวินเดียวกัน บริเวณตรงข้ามวัดพญาปราบปัจจามิตร ถนนนครเขื่อนขันธ์ ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยระบุว่า วันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 09.15 น. น.ส.ทิพย์มณฑา ถูกนายชนะพล ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลฟกช้ำบริเวณลำคอ และศีรษะปูดบวม
หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัว น.ส.ทิพย์มณฑา ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำผลการตรวจมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่เข้าระงับเหตุ พบอาวุธมีดจำนวน 2 เล่ม โดยเล่มแรกเป็นมีดสปาต้า ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งเป็นของ นายชนะพล ส่วนอีกเล่มเป็นมีดพกสั้น ความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ซึ่งเป็นของ น.ส.ทิพย์มณฑา เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า คู่กรณีทั้งสองเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ในวินเดียวกัน และเคยมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการรับผู้โดยสารและลำดับคิวภายในวิน ประมาณ 2-3 ครั้ง กระทั่งวันเกิดเหตุ น.ส.ทิพย์มณฑา เดินทางมาถึงวินก่อนและลงชื่อเข้าคิว ขณะที่นายชนะพลมาถึงภายหลัง แต่เกิดปัญหาเนื่องจาก น.ส.ทิพย์มณฑา ไม่ยอมลงหมายเลขคิวให้นายชนะพล จนทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการโต้เถียงและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง น.ส.ทิพย์มณฑา อ้างว่า นายชนะพลเดินเข้ามาหาในลักษณะคล้ายจะเข้าทำร้าย จึงหยิบมีดพกสั้นที่พกติดตัวออกมาเพื่อป้องกันตัว ขณะที่นายชนะพล อ้างว่า เห็น น.ส.ทิพย์มณฑา นำมีดมาจ่อ จึงเดินถอยออกจากบริเวณดังกล่าว ก่อนเดินทางกลับไปที่บ้านเพื่อนำมีดกลับมายังที่เกิดเหตุ และเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.ทิพย์มณฑา จนได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายชนะพล จำนวน 2 ข้อหา ได้แก่ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 7 ก.ย. 69 ที่ห้องปราบปราม ฝ่ายความมั่นคง ที่ว่าการอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ นายปริญ จาวะธิยะกุล ปลัดอำเภอพระประแดง ฝ่ายความมั่นคง มีคำสั่งเรียกหัวหน้าวินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ พร้อมคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย เข้าพบเพื่อหารือและพิจารณาดำเนินการ หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทภายในวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังการหารือกับฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรับผิดชอบด้านการปกครองของอำเภอพระประแดง ได้มีคำสั่งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่าย รวมถึงหัวหน้าวิน พักการให้บริการเป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้คู่กรณีได้ทบทวนพฤติกรรมของตนเอง
นอกจากนี้ ยังสั่งให้หัวหน้าวินเร่งดำเนินการปรับปรุงและกำกับดูแลผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในสังกัดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก โดยหากเกิดเหตุซ้ำอีก อาจพิจารณายกเลิกและถอนใบอนุญาตอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ การลงโทษดังกล่าวถือเป็นบทลงโทษในระดับเบาไปหาหนัก เนื่องจากทางอำเภอได้คำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและผลกระทบต่อครอบครัวของผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีความ คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังต้องเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นายปริญ จาวะธิยะกุล ปลัดอำเภอพระประแดง ฝ่ายความมั่นคง เผยว่า สำหรับเคสจักรยานยนต์ที่อยู่ใน โซลเซียล ทางอำเภอได้เรียกหัวหน้าวินและคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูล โดยมีคำสั่งลงโทษตามระเบียบคณะอนุกรรมการด้วยการพักงาน งดให้บริการเป็นเวลา 7 วัน หากเกิดเหตุซ้ำอีกจะมีบทลงโทษขั้นสูงสุดคือ ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกวิน คู่กรณีทั้งสองฝ่ายรับทราบและยอมรับผลการลงโทษ ทั้งสองคนวันนี้ถือว่าสถานการณ์ผ่อนคลายลง โดยมอบหมายให้หัวหน้าวินไปพูดคุยทำความเข้าใจเพิ่มเติม พร้อมเน้นย้ำเรื่องจริยธรรม การใช้วาจาสุภาพ และจิตบริการแก่ผู้โดยสาร เพราะเราเป็นผู้ให้การบริการแก่ประชาชน ทางอำเภอได้วางแผนร่วมกับขนส่งและสถานีตำรวจในการลงพื้นที่สุ่มตรวจและตรวจสอบวินสาธารณะเพื่อจัดระเบียบในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่ นายสุเทพ เจ้าของวิน เปิดเผยว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเคยมีความกระทบกระทั่งกันมาบ้างในอดีต แต่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ สาเหตุหลักมาจากความเครียดเรื่องรายได้จากการขับวินลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ จนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตนได้มีการเน้นย้ำเรื่องจรรยาบรรณ การพูดจาสุภาพ ขอบคุณผู้โดยสารทุกครั้ง และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมวางมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก
帕巴登县副县长已对两名摩托车出租车司机处以七天停职处分,原因是他们发生激烈斗殴,双方甚至拔刀相向、互相威胁。县长还责令出租车站负责人改善服务。
据记者报道,2026年9月5日,在北榄府帕巴登警察局,帕巴登警察局副调查员萨拉武特·瑟姆克林警官接到56岁的摩托车出租车司机蒂普蒙塔女士(姓氏不详)的报案。蒂普蒙塔女士与另一位50岁的摩托车出租车司机查纳蓬先生(姓氏不详)一同报案,两人均来自位于北榄府帕巴登县塔拉街道那空奎安坎路帕亚帕帕寺对面的同一出租车站。他们称,事发当天上午9点15分左右,蒂普蒙塔女士遭到查纳蓬先生的殴打,导致颈部瘀伤和头部肿胀等伤势。
接到报案后,警方将蒂普蒙塔女士送往医院进行体检,以便将检查结果作为案件证据。与此同时,赶到现场的巡逻警员发现了两把刀。第一把是查纳普尔先生的砍刀,长约30厘米;第二把是蒂普蒙塔女士的短款折叠刀,长约15厘米。警员将这两把刀作为证据没收。
调查显示,双方均为同一出租车站的摩托车出租车司机,此前曾因乘客接送和排队管理等问题发生过两三次冲突。事发当天,蒂普蒙塔女士先到达车站并登记,查纳波尔先生随后到达。双方因蒂普蒙塔女士拒绝给查纳波尔先生排队号码而发生争执,最终演变为暴力冲突。蒂普蒙塔女士称,查纳波尔先生靠近她时有攻击意图,因此她出于自卫拔出了随身携带的短刀。查纳波尔先生则声称,他看到蒂普蒙塔女士用刀指着他,于是后退,回家取刀后返回现场袭击了蒂普蒙塔女士,致其受伤。
最初,当局指控查纳蓬先生犯有两项罪行:袭击他人造成身体或精神伤害,以及无正当理由在城市、乡村或公共场所携带刀具。
最新更新,2026 年 9 月 7 日:在北榄府帕巴登县安全部门镇压处,帕巴登县副县长(安全部门)帕林·查瓦提亚库尔先生下令召集公共摩托车出租车站负责人和涉事双方会面,讨论并考虑在摩托车出租车站内发生斗殴导致人员受伤后采取进一步行动。
在与负责帕巴登区行政管理的安全部门进行讨论后,下令包括摩托车出租车司机在内的所有涉事人员暂停服务 7 天,以便他们有时间反思自己的行为。
此外,摩托车出租车司机的监管人员被责令紧急改进并严格监督下属摩托车出租车司机,以防止类似事件再次发生。如果再次发生类似事件,他们的驾驶执照可能会被永久吊销。
这些处罚被认为从轻微到严重不等,因为该地区已考虑到经济状况以及对涉事家庭的影响。然而,就法律程序而言,双方仍须与调查人员会面,以按照法律程序进行处理。
帕巴登区副区长(安全部门)帕林·查瓦提亚库尔先生透露,针对社交媒体上流传的摩托车出租车事件,该区已传唤出租车站负责人及涉事双方提供信息。根据小组委员会的规定,已对涉事双方发出纪律处分:停职并禁止运营7天。若事件再次发生,最高处罚为被驱逐出出租车站。双方均已接受处罚。目前情况已趋于平静。出租车站负责人已被指派与涉事双方进一步沟通,强调职业道德、礼貌用语以及以服务乘客为导向的态度,因为这些服务是面向公众的。该区计划与交通部门和警察局合作,在近期对公共出租车站进行随机检查,以规范相关情况。
与此同时,摩托车出租车站的老板素贴先生透露,双方之前曾发生过冲突,但已经和解。冲突的主要原因是经济不景气导致摩托车出租车收入减少,压力过大,一时疏忽大意。他强调了专业精神、礼貌用语、每次都向乘客道谢以及严格遵守规章制度的重要性。他还表示,已经采取措施防止类似事件再次发生。