“กรณ์” จี้ คลัง ปฏิรูปโครงสร้างจัดเก็บภาษี เสนอควบรวมหน่วยงาน–ทบทวนสิทธิประโยชน์ต่างชาติ科恩敦促财政部改革税收征管结构,建议合并机构并审查对外国人的优惠政策。
“กรณ์” จี้ คลัง ปฏิรูปโครงสร้างจัดเก็บภาษี เสนอควบรวมหน่วยงาน–ทบทวนสิทธิประโยชน์ต่างชาติ หลังพบจัดเก็บจริงแค่ 4% ชี้บทเรียนสูญหมื่นล้านภาษีบุหรี่

“กรณ์” จี้ คลัง ปฏิรูปโครงสร้างจัดเก็บภาษี เสนอควบรวมหน่วยงาน–ทบทวนสิทธิประโยชน์ต่างชาติ หลังพบจัดเก็บจริงแค่ 4% ชี้บทเรียนสูญหมื่นล้านภาษีบุหรี่
เมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 7 ก.ย.2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณและการบริหารงานของกระทรวงการคลัง โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการจัดเก็บภาษี และจัดทำงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินที่มีตอนหนึ่งว่า โครงสร้างงบประมาณของ 3 กรมจัดเก็บภาษีหลัก ไม่สอดคล้องกับรายได้จริง กรมสรรพากรได้รับงบประมาณราว 10,000 ล้านบาท แต่สามารถจัดเก็บรายได้สูงถึง 2.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 80% ของรายได้รัฐบาล ขณะที่กรมศุลกากรได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านบาท แต่กลับจัดเก็บรายได้ได้เพียง 1.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 4% ของรายได้รวมเท่านั้น
ดังนั้น กระทรวงการคลังต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานจัดเก็บภาษี โดยการแชร์ข้อมูล (Data) ร่วมกัน และพิจารณาควบรวมหน่วยงานจัดเก็บภาษี เช่น ควบรวมกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเข้าด้วยกัน เหมือนที่หลายประเทศทำเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้
จวกเก็บภาษีคนรวยแค่ 1%
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ตนกังวลต่อโครงสร้างรายได้ของรัฐบาล ที่ปัจจุบันรายได้ภาษีของรัฐบาลคิดเป็นเพียง 14% ของ GDP และ 99% ของภาษีมาจากฐานคนทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือน มีเพียง 1% เท่านั้นที่เก็บได้จากความมั่งคั่ง รายได้ 99% ของกระทรวงการคลังมาจากการเก็บภาษีจากคนทำงาน ไม่ใช่การจัดเก็บภาษีจากความมั่งคั่งของคนมีเงินที่เก็บภาษีได้เพียงประมาณแค่ 1% เท่านั้น รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนอัตราจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งแม้อัตราตามกฎหมายจะอยู่ที่ 20% แต่อัตราที่จัดเก็บได้จริง (Effective Rate) อยู่ที่เพียง 4-5% เท่านั้น เพราะมีการให้สิทธิประโยชน์และข้อยกเว้นทางภาษีแก่นักลงทุนต่างชาติมากเกินไป
จึงเสนอให้กระทรวงการคลังทบทวนความคุ้มค่าของการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเหล่านี้ เพื่อเพิ่มรายได้เข้าประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยยกความล้มเหลวจากการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ของกรมสรรพสามิตในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ที่ตั้งเป้าทำให้บุหรี่ต่างประเทศแพงขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีสะสมย้อนหลัง 10 ปี ร่วม 100,000 ล้านบาท ซ้ำยังทำให้บุหรี่เถื่อนทะลักเข้าประเทศ จึงขอให้กระทรวงการคลังดูบทเรียนนี้ เพื่อกำหนดนโยบายภาษีให้ทันสถานการณ์ความเป็นจริงต่อไป
科恩敦促财政部改革税收征管结构,建议合并相关机构并重新审视给予外国人的优惠政策。此前他发现,实际征收的税款仅占4%。他指出,过去卷烟税损失数百亿泰铢的惨痛教训值得警惕。
2026年9月7日晚上7点15分,民主党国会议员科恩·查蒂卡瓦尼先生就财政部的预算和行政管理提出质疑。他着重指出税收征管不力以及预算与可用资金不符的问题。他特别指出,三大主要税务部门的预算结构未能反映实际收入。税务局的预算拨款约为100亿泰铢,但实际征收了2.3万亿泰铢,占政府总收入的80%。与此同时,海关总署的预算拨款为40亿泰铢,但实际仅征收了1200亿泰铢,仅占总收入的4%。
因此,财政部必须紧急改革税务机关结构,通过共享数据和考虑合并税务机关(例如合并消费税部门和海关部门,就像许多国家已经做的那样),以减少开支并提高税收征管效率。
有人批评对富人只征收 1% 的税。
科恩先生进一步指出,他对政府的财政收入结构感到担忧。目前,政府税收收入仅占国内生产总值的14%,而99%的税收来自劳动者或工薪阶层。只有1%的税收来自财富积累。财政部99%的收入来自劳动者的税收,而非仅占1%左右的富人税收。政府需要重新审视企业所得税税率,尽管法律规定为20%,但由于给予外国投资者过多的税收优惠和豁免,实际税率仅为4-5%。
因此,建议财政部重新评估这些税收优惠政策的成本效益,以期大幅增加国家财政收入。过去六七年来,税务部门推行的卷烟税结构调整旨在提高进口卷烟价格,但最终却导致过去十年累计税收损失约1000亿泰铢,并引发卷烟走私激增,这一失败案例值得借鉴。因此,敦促财政部吸取这一教训,制定符合当前实际情况的未来税收政策。