คดีการเมืองใหญ่สุดร้อนแรง อาจพลิกชะตาประเทศ ทำไมไม่ดังเท่าข่าวอินฟลูฯ一起可能改变国家命运的重大政治案件——为什么它没有像网红新闻那样受到关注?
กระเพื่อมเท่าไรก็ไม่เปรี้ยงปร้าง เมื่อคดีการเมืองที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ อยู่ดีๆ ก็ถูกกลบข่าว แม้จะปั้นเป็นซีรีส์ คนก็ยังไม่สนใจเท่าข่าวของอินฟลูเอนเซอร์ จนถูกตั้งคำถามใครกันที่ทำให้หายไป

กระเพื่อมเท่าไร ก็ไม่เปรี้ยงปร้าง เมื่อคดีทางการเมืองที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ อยู่ดีๆ ก็ถูกกลบข่าว แม้จะปั้นเป็นซีรีส์ คนก็ยังไม่สนใจเท่าข่าวของอินฟลูเอนเซอร์ จนถูกตั้งคำถามใครกันที่ถูกทำให้หายไป
หากไล่ไทม์ไลน์ข่าวใหญ่และคดีสำคัญทางการเมืองช่วงนี้ถือว่าร้อนแรง และน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะสามารถพลิกโฉมหน้ารัฐบาล หรือมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ แต่ประเด็นข่าวเหล่านี้เหมือนมาเป็นระลอกคลื่นเบาๆ กระเพื่อมเท่าไร ก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่ากับข่าวอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีพลังในการจุดติดประเด็นในสังคม หลายครั้งจึงมักถูกตั้งคำถามว่าข่าวการเมืองยิ่งร้อนแรง ยิ่งมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเพื่อกลบกระแสหรือไม่ เพราะไม่ว่าเรื่องจะใหญ่แค่ไหน สุดท้ายประเด็นสังคมมักกลืนประเด็นทางการเมืองที่เป็นผลประโยชน์ของชาติอยู่ดี หรือใครกันที่ทำให้เรื่องเหล่านั้นมันหายไปจากหน้าสื่อ
ย้อนไปเมื่อ สิงหาคม โครงการ TH-AI Passport ถูกพูดถึงเป็นจำนวนมาก ทั้งการออกมาวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้าน จนหลายคนถูกฟ้อง และหลังจากเปิดให้ใช้งาน ปรากฏว่าผู้ใช้ทดลองสั่งงาน (Prompt) ออกมาไม่ตรงปก ไม่เข้าใจภาษาไทย จนประชาชนออกมาแชร์ภาพที่สั่ง Prompt ผ่านโซเชียลมีเดีย และตั้งคำถามถึงการขอใช้งบประมาณจำนวน 1,600 ล้านบาทก่อนหน้านั้นว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ แม้รัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบ Pay per active user แล้วก็ตาม ขณะที่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเพราะ การเลือกโมเดลผิดประเภท ซึ่งข่าวโครงการ TH-AI Passport จุดติดแบบมาๆ หายๆ ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปจากหน้าข่าว
31 สิงหาคม-1 กันยายน 2569
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พาคณะรัฐมนตรีบินไปประชุมครม.สัญจรกันที่ จ.สงขลา ประเดิมด้วยการอนุมัติงบ ซื้อประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน วงเงิน 15,500 ล้านบาท ที่รัฐบาลระบุว่าจะสามารถช่วยคุ้มครองได้ถึง 75,000 ล้านบาท ลดภาระรัฐบาลที่ต้องจ่ายเงินเยียวยาสูงสุดถึง 45,000 ล้านบาทได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ที่รัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดินไปซื้อประกันให้กับประชาชน แบบครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งๆ ที่บางพื้นที่ก็ไม่เคยเกิดภัยพิบัติเลย
ตรงกับช่วงเดียวกันที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน โพสต์ทิ้งระเบิด “มีน้องคนนึง ที่ภาพลักษณ์ดี ช่วยเปิดโปงสังคม พลังล้นเหลือ เคยมาขอผมหยุดแฉ นักการเมือง ที่ทำเว็บพนันบอกเป็นพวกกัน พอผม ไม่หยุด เก็บความเจ็บแค้นไว้ พอผมพลาดวันแรกโพสต์ซ้ำผมเลย” ต่อมา “กัน จอมพลัง” ได้มาคอมเมนต์ว่า “โพสต์แบบนี้คนเข้าใจว่าเป็นผม ตอนพี่ติดคุก คนไปร้องตรวจผมเยอะเลยครับ โดนมาเยอะเลย แม่งไปเตือนด้วยความหวังดีว่าข้อมูลมั่ว เอ็งก็ว่าชัดๆ แม่งสุดท้ายมั่วจริงบอกไปขอ เอ็งก็ไปยื่นร้องเต็มไปหมดเป็นไงได้ไหม เนี่ยะน่าคบได้เหรอ” ก่อนที่ทนายตั้ม มาตอบคอมเมนต์สวนกลับทันทีว่า “ ก็มึงนั่นแหละ” จุดกระแสระหว่าง 2 อินฟลูเอนเซอร์ได้เป็นอย่างมาก
ทนายตั้ม ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการแต่งตัวเลียนแบบ “กัน จอมพลัง” ทั้งใส่สูทและติดหนวดปลอม ซับทิชชูปาดเหงื่อ ยื่นกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ เรื่องเงินบริจาคและการใช้เงิน
วันเดียวกันตัดมาที่ หน้าสถานีตำรวจทองหล่อ ในช่วง 12.50 น. นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความส่วนตัวของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรี่จับแขน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่กำลังปั่นจักรยานมาหน้า สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายณัฐวุฒิ พร้อมพูดว่า “จะไปไหน มึงไปไหน มึงจะไปไหน” ก่อนจะผลักนายสมชัยล้มลงกับพื้น ต่อหน้าสื่อมวลชนและตำรวจ ทำให้มีประเด็นตามมาเรื่องการฟ้องร้อง และนายณัฐวุฒิ ยังอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้า สน.ทองหล่อ มีการตัดต่อเกินความจริง ทั้งที่สื่อมวลชนหลายสำนักก็จับภาพเหตุการณ์ได้ทั้งหมด
ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ และ นายพิชิต ไชยมงคล สองแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แถลงข่าวประกาศจัดชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหากลุ่มทุนชาวอิสราเอลประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และสร้างผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนไทยในหลายพื้นที่ โดยเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศที่รักชาติมาร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนร่วมกันที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ในวันที่ 10 ก.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30น. เป็นต้นไป ไม่ว่าสถานทูตจะส่งผู้แทนออกมารับหนังสือหรือไม่ คณะก็จะเดินทางไปตามกำหนด พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหวโดยสงบและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมประกาศจับตา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติคดีฮั้ว สว. ยืนยันว่าหากปัดตกคดี หรือตัดตอนการสอบสวนไม่ให้สาวถึงผู้บงการ มีชุมนุมใหญ่แน่นอน
วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทนายตั้ม ยังได้ขับเจ็ตสกีบกสีส้มดำ พร้อมสวมชุดว่ายน้ำ เสื้อชูชีพ แว่นตาสีดำ และติดหนวด พร้อมทีมการ์ดรักษาความปลอดภัย เลียนแบบชุดของ “กัน จอมพลัง” อีกแล้ว ยื่นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบ “กัน จอมพลัง” และ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” กรณีใช้จ่ายเงินบริจาคไม่โปร่งใส มีการเปิดบริษัทนอมินีมารับงานกินส่วนต่าง ซื้อเสื้อเกราะแพงกว่าราคาตลาด และมีการวิ่งเต้นคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ หรือไม่
ซึ่งกับที่ สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาวาระ 2 และ 3 ของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 พอดิบพอดี ที่ฝ่ายค้านหลายคนจองอภิปรายเนื้อหาสาระของงบประมาณให้ประชาชนทราบและขอตัดลดงบ เนื่องจากพบพิรุธการจัดทำงบหลายรายการ หลังกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาตัดลดงบประมาณจากวาระแรกลงไปแล้ว 11,162 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งถูกนำไปจัดสรรเพิ่มให้งบกลาง จำนวนสูงถึง 6,044 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายด้านความมั่นคงของรัฐและเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรงและภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย
โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้อภิปรายเรื่องงบซื้อประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ไว้อย่างน่าสนใจว่า คุ้มครองประชาชนแค่ 2 เรื่องคือ 1.ประชาชนเสียชีวิต จ่าย 2 ล้านบาท 2.บ้านเรือนเสียหาย แต่หากถนน สะพาน พังไม่คุ้มครอง ภัยพิบัติน้ำท่วมพืชผลทางการเกษตรไม่คุ้มครอง สาเหตุที่จะคุ้มครองมีแค่ กรณีน้ำท่วม ลมพายุ หรือวาตภัย จึงเป็นห่วงว่างบประมาณ 15,500 ล้านบาท มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ จุดที่น่ากังวลคือเรื่องคอมมิชชัน ที่ถือว่า น่าวิตก เพราะใช้เวลาแค่ 1 สัปดาห์เศษๆ โครงการนี้ออกมาด้วยความเงียบและรวดเร็ว
นอกจากเหตุการณ์การเมืองดังกล่าวที่ถือว่าเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นเรื่องสำคัญของประชาชนคนไทยทุกคนแล้ว ภายในเดือนนี้ยังมีเรื่องทางการเมืองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ประกาศจัดกิจกรรม เดินเท้า 11 กิโลเมตร จากออฟฟิศ iLaw ไปลานหน้าหอศิลป์ฯ เพื่อแสดงออกร่วมกันในประเด็น สั่งฟ้องสว. เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ กกต. จะนัดลงมติและแจ้งผลคำสั่งในวันรุ่งขึ้น
กกต. นัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสว. (คดีฮั้ว สว.) ซึ่งวันนี้ต้องหมายเหตุตัวใหญ่ๆ ว่าประชาชนทุกคนควรจับตาเป็นอย่างมาก หลังคดีลากยาวมานานกว่า 2 ปี
วันเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี ที่ครั้งนี้ พรรคประชาชน ได้ส่งนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) สถาบันวิชาการนโยบายของพรรคส้มลงแข่ง ที่ยังต้องลุ้นต่อว่าจะสามารถครองใจคนนนทบุรีได้หรือไม่ ขณะที่กลุ่มผึ้งหลวง ได้ส่งนายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชายของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี เป็นผู้ท้าชิง
วันเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ที่ผู้ประกันตนทุกคนจะต้องออกมาแสดงพลังปกป้องเงินที่ส่งสมทบทุกเดือนว่าจะไปในทิศทางไหน ซึ่งยังตรงกับวันเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.ขอนแก่น ที่มีการชิงเก้าอี้จากอดีตนายก อบจ. ด้วยกันทั้งคู่ อย่างนายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น 6 สมัย และนายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น จากพรรคกล้าธรรม หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งให้เลือกตั้งใหม่ ในคดี กกต.ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ที่พบการซื้อเสียงในพื้นที่ 100 บาท และบอกว่าเป็นเงินเบอร์ 1
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงด้วยวาจา และลงมติ ในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้พิจารณาวินิจฉัย กรณี กกต. จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีการใช้ บาร์โคด และคิวอาร์โคด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนน มิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50(7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 หรือไม่ ซึ่งถ้าผลออกมาไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็แสดงว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีความสมบูรณ์แล้ว แต่หากขัดรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ ประเทศไทยอาจจะได้เลือกตั้งใหม่อีกครั้งเลยทีเดียว
无论连锁反应有多大,都无法引起轰动。涉及国家利益的政治案件突然间黯然失色,即便被大肆渲染成系列报道,也无法像网红丑闻那样吸引眼球。这就引出了一个问题:究竟是谁在被迫消失?
回顾近期重大政治新闻和案件的时间线,它们之所以格外引人注目,是因为它们有可能改变泰国政府的格局,甚至引发新的选举。然而,这些新闻事件似乎如同涟漪般缓缓扩散,其影响力远不及那些能够引发社会议题的“网红新闻”。这不禁让人思考:当政治新闻愈演愈烈时,是否仅仅是因为其他议题的出现而掩盖了其发展势头?因为无论议题本身多么重大,社会议题往往会掩盖那些关乎国家利益的政治议题。那么,究竟是谁让这些议题从媒体聚光灯下消失呢?
早在八月份,TH-AI护照项目就引发了广泛的讨论,包括来自反对派的批评,并导致多人被起诉。该项目上线后,用户反映提示信息不准确,无法识别泰语,这促使民众在社交媒体上分享错误截图,并质疑政府为该项目拨出的16亿泰铢预算的价值,即便在政府改用按活跃用户付费模式后,该项目依然未能获得应有的报酬。数字经济与社会部解释说,问题源于选择了错误的服务模式。此后,TH-AI护照项目断断续续地受到关注,但最终逐渐淡出人们的视线。
2026年8月31日至9月1日
泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔率领内阁在宋卡府召开流动内阁会议。会议伊始,批准了一项155亿泰铢的预算,用于购买覆盖3000万户家庭的国家灾害保险。政府表示,该保险的赔付总额将高达750亿泰铢,可使政府目前的赔偿支出减少至多450亿泰铢。这在泰国尚属首例,政府动用公共资金为所有地区的公民购买保险,即使是那些从未经历过自然灾害的地区也不例外。
此事恰逢人民律师基金会秘书长西塔·比亚邦克德(Sittha Biabangkerd,又名律师Tum)发布了一条爆炸性帖子。他写道:“有个年轻人形象很好,精力充沛,热衷于揭露社会问题。他们曾经要求我停止曝光那些运营赌博网站的政客,说我们是一伙的。我没有停止,他们就心怀不满。第一天我犯了个错误,他们又发帖报复。” 随后,“Gun Jompalang”评论道:“你这样发帖,别人会以为是我。你入狱的时候,很多人都投诉你。我经历了很多。他们出于好意警告我说信息不准确。你明明说是真的,结果最后证明是错的。你到处投诉,结果呢?你得到什么好处了吗?你觉得这个人值得信任吗?” 律师Tum立即反驳道:“是你!”这引发了两位网红之间的一场激烈争执。
律师 Tum 再次引起轰动,他装扮成“Gun Jom Palang”,身穿西装,戴着假胡子,用纸巾擦汗,并向内政部提交请愿书,要求调查 Gun Jom Palang 基金会,该基金会曾帮助打击挪用捐款及其用途的指控。
当天下午约12点50分,在通罗警察局门前,自然资源与环境部长素察·宗克林先生的私人律师纳塔武·翁尼姆先生抓住前选举委员颂猜·斯里苏提亚空先生的手臂。颂猜先生当时正骑自行车前往警察局,准备投诉纳塔武先生。据报道,纳塔武先生质问道:“你要去哪儿?你要去哪儿?”随后将颂猜先生推倒在地,当时媒体和警察都在场。这一事件引发了法律争议。纳塔武先生声称,尽管多家媒体拍摄了整个事件过程,但警方拍摄的事件视频经过剪辑和夸大。
在Baan Phra Athit,资深记者、前人民民主联盟(PAD)领导人颂迪·林通库尔先生与泰国学生和人民改革网络(NSPR)的两位领导人尼提通·拉姆卢埃先生和皮奇·柴蒙科尔先生举行新闻发布会,宣布将举行集会,要求阿努廷·查恩维拉库尔总理领导的政府及相关机构紧急解决以色列资本家从事非法商业活动并对泰国公民在各个领域造成负面影响的问题。他们邀请全国爱国公民于2026年9月10日上午9:30前往以色列驻泰国大使馆参加集会,以示声援。他们表示,无论大使馆是否派代表接收他们的请愿书,集会都将按计划进行。他们敦促参与者以和平方式并在法律框架内行事。他们还宣布将密切关注选举委员会对参议院串谋案的决定,并确认如果该案被驳回或调查被缩短以防止幕后主使被查明,他们肯定会举行大规模集会。
同一天,在特别调查厅(DSI),律师Tum身着泳装、救生衣,戴着黑色太阳镜和假胡子,带领着一支模仿“Gun Jompalang”装束的安保团队,再次向DSI厅长递交请愿书。他要求对“Gun Jompalang”及其“Gun Jompalang战斗基金会”展开调查,指控其涉嫌滥用捐款,包括利用空壳公司从合同中牟利、购买价格过高的防弹背心,以及在宋卡府议员Chonnapat Naksua(来自Kla Tham党)的案件中进行游说。Chonnapat Naksua目前正因涉嫌与网络赌博相关的洗钱罪名被DSI起诉。
这与泰国众议院于2026年9月7日至9日对总额达3.78万亿泰铢的2027年度预算案进行二读和三读的时间相吻合。一些反对派议员预留了时间,就预算案的实质内容进行辩论,旨在向公众说明情况并要求削减预算,理由是部分预算项目存在违规行为。此前,预算委员会已初步削减了111.62亿泰铢的预算,其中相当一部分——高达60.44亿泰铢——被重新分配到中央预算,用于国家安全、减轻重大公共灾害造成的损失以及应对紧急的、不可预见的国家任务。
泰斗党国会议员瓦隆·德吉维格罗姆博士在关于国家灾害保险预算的辩论中提出了一个引人深思的观点。他指出,该保险仅涵盖两项内容:1. 公民死亡,赔付200万泰铢;2. 房屋损坏。然而,它并不涵盖道路、桥梁,也不涵盖受洪水影响的农作物。保险范围仅限于洪水、风暴或强风。他对155亿泰铢预算中可能存在的隐性利益表示担忧,尤其关注潜在的佣金问题。考虑到该项目在短短一周多时间内悄然快速实施,他认为这些佣金问题令人担忧。
除了上述被认为符合国家最佳利益且对所有泰国人民都至关重要的政治事件之外,本月还有其他同样引人关注的政治议题,即:
“人民法律互联网”(iLaw)项目经理 Yingcheep Atchanont(或 Pao)宣布,他们将从 iLaw 办公室游行 11 公里至曼谷艺术文化中心前的广场,以表达他们对在选举委员会投票并于次日公布结果之前对参议员进行最终起诉这一问题的声援。
选举委员会计划就参议员遴选案(涉及参议员的串谋案)进行投票表决。值得注意的是,公众应密切关注此案,该案已持续两年多。
今天是暖武里府行政组织(PAO)主席选举日。此次人民党推举了该党政策学术机构“前瞻思维中心”主任德查拉·苏卡姆内德先生作为候选人。他能否赢得暖武里府人民的支持,还有待观察。与此同时,普昂銮集团提名了前暖武里府行政组织主席通猜·延普拉瑟特警上校的侄子纳鲁蓬·延普拉瑟特先生作为挑战者。
社会保障委员会(SSB)选举日当天,所有参保人员都必须出来行使权力,捍卫其每月缴款的用途。与此同时,孔敬府行政组织(PAO)主席补选也在进行,两位前主席候选人分别是曾六次担任PAO主席的蓬萨克·唐瓦尼卡蓬先生和来自克拉坦党的瓦塔纳·昌劳先生。此前,选举委员会指控瓦塔纳·昌劳先生在该地区涉嫌贿选,据称有100泰铢被支付给了1号候选人。为此,第四上诉法院下令重新选举。
宪法法院计划就监察专员请求裁决的案件举行口头听证和投票。该案涉及选举委员会处理2026年2月8日众议院选举的方式是否违反宪法第4、25、32、34、50(7)、83第2款、85、95和224条。此次选举中,选票印刷使用了条形码和二维码,这些条形码和二维码被认为具有可追溯性和可验证性,因此投票并非秘密进行。如果裁决结果不违反宪法,则选举有效。但如果裁决结果违反宪法,则选举可能被宣布无效,泰国可能需要重新举行选举。