คาดเข้าครม.สัปดาห์หน้า ข้อสรุป “ไทยเที่ยวไทย พลัส” แจก 1 ล้านสิทธิ์预计将于下周向内阁提交“泰国旅游升级计划”,该计划将发放 100 万张代金券。
รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมนัดหารือ “เอกนิติ” 8 ก.ย.นี้ ลุ้นข้อสรุป “ไทยเที่ยวไทย พลัส” คาดใช้งบ 4 พันล้าน แจก 1 ล้านสิทธิ์ คาดเข้าครม.สัปดาห์หน้า เริ่มเปิดลงทะเบียนได้ 1 ต.ค.69

รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมนัดหารือ “เอกนิติ” 8 ก.ย.นี้ ลุ้นข้อสรุป “ไทยเที่ยวไทย พลัส” คาดใช้งบ 4 พันล้าน แจก 1 ล้านสิทธิ์ “สุรศักดิ์” ชี้ข้อดีการให้ประชาชนร่วมจ่ายดีกว่ากำหนดอัตราตายตัว คาดเข้าครม.สัปดาห์หน้า เริ่มเปิดลงทะเบียนได้ 1 ต.ค.69
วันที่ 7 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปีว่า วันที่ 8 ก.ย. 2569 จะหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้งบเงินกู้ 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ประชาชน 1 ล้านสิทธิ์
สำหรับโครงการดังกล่าว แบ่งการสนับสนุนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การสนับสนุนส่วนลดค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ วงเงิน 3,000 ล้านบาท และการสนับสนุนคูปอง (Voucher) ท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อสิทธิ์ วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยคูปองดังกล่าวปรับเพิ่มจากโครงการก่อนหน้าที่ให้ 500 บาท และจำกัดการใช้เฉพาะร้านอาหาร ขณะที่โครงการใหม่จะขยายการใช้สิทธิ์ไปยังธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น สปา และบริการด้านสุขภาพ (Wellness) เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวมากขึ้น
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการสนับสนุน ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแนวทางการกำหนดอัตราตายตัว (Flat Rate) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาที่พักในช่วงไฮซีซั่น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เห็นว่าการใช้ระบบร่วมจ่าย (Co-payment) น่าจะสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า เพราะประชาชนจะต้องควักเงินของตัวเองร่วมด้วย ทำให้มีเม็ดเงินจากภาคประชาชนเข้ามาหมุนเวียนเพิ่มเติม
“ถ้าเป็น Flat Rate เช่น รัฐให้ 1,000 บาท ประชาชนอาจเลือกพักโรงแรมราคา 1,000 บาท และไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ถ้าเป็นระบบร่วมจ่าย ประชาชนจะต้องออกเงินในส่วนของตัวเองเพิ่ม ทำให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ก็แปลว่าเงินที่จะมากระตุ้นในระบบเศรษฐกิจ 3,000 บาทต่อสิทธิ์ ก็อาจจะกลายเป็น 5,000 -6,000 บาท โดยที่ได้การสมทบ ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นในระบบ”
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า หากการหารือในวันที่ 8 ก.ย. ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน คาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า จากนั้นตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569
อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดใช้งานจริงจะต้องมีการทดสอบระบบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
旅游与体育部长苏拉萨克计划于9月8日与旅游部长埃克尼提会面,最终敲定“泰国旅游升级计划”(Thai Travel Plus)。该计划预计耗资40亿泰铢,将发放100万张代金券。苏拉萨克部长指出,共同支付机制优于固定费率。该计划预计将于下周提交内阁审议,并于2026年10月1日开始接受注册。
2026年9月7日,旅游与体育部长素拉萨·潘加伦沃拉库尔先生公布了年底前刺激旅游业的各项措施进展情况。他表示,将于2026年9月8日与副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦帕帕斯先生商讨“泰游升级版”项目,以最终确定该项目。旅游与体育部已提议从40亿泰铢贷款基金中申请预算支持,用于惠及100万公民。
该项目分为两部分:一是每人最高可享3000泰铢的住宿折扣,预算为30亿泰铢;二是每人可享1000泰铢的旅游代金券,预算为10亿泰铢。此代金券金额较之前项目的500泰铢有所提高,且此前的代金券仅限用于餐饮。新项目还将扩大代金券的适用范围,涵盖水疗和康体服务等旅游相关服务企业,以便更广泛地惠及精通旅游业的企业家。
苏拉萨克先生表示,关于补贴模式,财政部目前正在考虑采用统一费率的方式,以防止旅游经营者在旺季提高住宿价格。然而,旅游部认为共同支付制度更有利于经济发展,因为它需要公民投入资金,从而为经济注入更多资金。
“例如,如果采用统一的补贴标准,政府提供1000泰铢,人们可能会选择入住价格为1000泰铢的酒店,而无需额外付费。但如果采用共同支付制,人们就需要自掏腰包,从而刺激经济消费。这意味着,原本3000泰铢的补贴额度,加上共同支付的部分,可能会增加到5000-6000泰铢,从而进一步刺激经济增长。”
苏拉萨克先生表示,如果9月8日的讨论能够达成明确结论,他预计下周即可将项目详情提交内阁审议。目标是从2026年10月1日起开放公众和企业参与该项目的注册。
不过,在正式上线之前,该系统将与泰京银行合作进行约2-3周的测试,以确保注册和兑换流程准备就绪。旅游与体育部预计此举将在今年最后一个季度刺激国内旅游和消费。