สนามบินอินโดฯ ทยอยเปิด หลังภูเขาไฟปะทุกระทบผู้โดยสารกว่า 3.4 แสนคน火山爆发影响了超过 34 万名乘客,印尼机场正在逐步重新开放。
อินโดนีเซียสั่งทยอยเปิดสนามบินหลักรวมถึงจาการ์ตา หลังสั่งปิดยาวจากเหตุภูเขาไฟ "อะนัก กรากาตัว" ปะทุรุนแรง พ่นเถ้าถ่านสูง 15 กิโลเมตร กระทบผู้โดยสารตกค้างกว่า 3.4 แสนคน พร้อมสั่งนักเรียนปรับเรียนออนไลน์และกำหนดเขตห้ามเข้า 3 กม. หวั่นปะทุซ้ำ

วันนี้ (8 ก.ย.2569) สนามบินหลักในกรุงจาการ์ตาและสนามบินอีกหลายแห่งของอินโดนีเซียทยอยกลับมาเปิดให้บริการ หลังได้รับผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้สนามบินนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ซึ่งเป็นสนามบินหลักของกรุงจาการ์ตา ต้องประกาศปิดให้บริการต่อเนื่อง ขณะที่ภาพภายในสนามบินสะท้อนสถานการณ์เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เมื่อหน้าจอแสดงข้อมูลเที่ยวบินระหว่างประเทศปรากฏข้อความยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ท่ามกลางผู้โดยสารที่ตกค้างและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
หน่วยงานบริหารจัดการสนามบินของอินโดนีเซียขยายเวลาปิดสนามบินอย่างน้อย 4 แห่ง ทั้งบนเกาะชวาและเกาะสุมาตรา รวมถึงสนามบินซูการ์โน-ฮัตตา ไปจนถึงเวลา 23.59 น. เพื่อความปลอดภัย ก่อนที่ล่าสุดทางการจะยืนยันว่า สนามบินซูการ์โน-ฮัตตาและสนามบินอีก 4 แห่งกลับมาเปิดให้บริการแล้ว หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขณะที่ยังมีสนามบินอีก 2 แห่งที่ปิดให้บริการอยู่
กระทบเกือบ 3,000 เที่ยวบิน
การปะทุของภูเขาไฟที่เริ่มขึ้นตั้งแต่คืนวันศุกร์ (4 ก.ย.) ส่งผลกระทบต่อระบบการคมนาคมทางอากาศอย่างหนัก โดยกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา มีเที่ยวบินเกือบ 3,000 เที่ยวที่ถูกยกเลิก ล่าช้า หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทาง ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างสะสมมากกว่า 340,000 คน
แม้สนามบินหลายแห่งจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการ แต่หลังจากนี้สายการบินต่าง ๆ ยังต้องเผชิญกับภาระงานจำนวนมากในการเร่งจัดเที่ยวบินและระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง รวมถึงการบริหารจัดการเที่ยวบินที่ต้องเปลี่ยนแผนจากผลกระทบของเถ้าภูเขาไฟ
ผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะการเดินทางทางอากาศเท่านั้น รัฐบาลอินโดนีเซียยังอนุมัติให้โรงเรียนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ ทั้งในกรุงจาการ์ตา ชวาตะวันตก บันเตน และลัมปุง เปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์เป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนจากการสัมผัสเถ้าภูเขาไฟ
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียยังแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง และสวมหน้ากากเพื่อป้องกันการสูดดมเถ้าภูเขาไฟ ขณะที่ทางการประกาศห้ามประชาชนเข้าใกล้หรือทำกิจกรรมใด ๆ ในรัศมี 3 กิโลเมตรจากปากปล่องภูเขาไฟ รวมถึงห้ามเรือทุกชนิดแล่นเข้าสู่เขตห้ามเข้า หรือ Exclusion Zone ในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบภูเขาไฟ
สนามบินอินโดฯ ทยอยเปิด หลังภูเขาไฟปะทุกระทบผู้โดยสารกว่า 3.4 แสนคน
ยังเสี่ยงปะทุซ้ำ-เถ้าถ่านกระจายไกล 400 กม.
สำนักงานธรณีวิทยาอินโดนีเซียระบุว่า การปะทุของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องประมาณ 25 ชั่วโมง สิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ย.) แต่ในวันถัดมายังคงพบว่าภูเขาไฟอยู่ในภาวะคุกรุ่น และมีการปะทุระดับปานกลางเป็นระยะ พร้อมพ่นเถ้าถ่านสีเข้มออกมา รวมถึงเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กในบางพื้นที่ ขณะที่สภาพอากาศโดยรอบยังเป็นอุปสรรคต่อการสังเกตการณ์และติดตามความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟ
ลานา ซาเรีย หัวหน้าสำนักงานธรณีวิทยาอินโดนีเซีย เตือนว่า ยังมีโอกาสสูงที่ภูเขาไฟจะเกิดการปะทุซ้ำ โดยอันตรายสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ เศษหินภูเขาไฟ เถ้าภูเขาไฟที่อาจตกลงมาในปริมาณมาก และความเป็นไปได้ที่จะเกิดธารลาวาไหล
การปะทุครั้งล่าสุดถือว่ารุนแรงในแง่การกระจายตัวของเถ้าภูเขาไฟ โดยเถ้าถ่านถูกพ่นขึ้นไปสูงถึงประมาณ 15,240 เมตร และกระจายตัวออกไปไกลราว 400 กิโลเมตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกรุงจาการ์ตา ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟประมาณ 150 กิโลเมตร
อินโดนีเซียมีภูเขาไฟประมาณ 500 ลูก ในจำนวนนี้ 127 ลูกยังคงมีพลัง และเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 69 ลูก ผ่านเครือข่ายสถานีสังเกตการณ์ 74 แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลจาก Global Volcanism Program ของสถาบันสมิธโซเนียนในสหรัฐฯ ยังระบุว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมีพลังมากที่สุดในโลก ตามด้วยสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
ขณะนี้ทางการอินโดนีเซียยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟ 5 ลูกให้อยู่ในระดับรองสูงสุด ซึ่งรวมถึงภูเขาไฟอะนัก กรากาตัวด้วย ขณะที่เหตุปะทุครั้งล่าสุดยังถือเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสนามบินซูการ์โน-ฮัตตายืดเยื้อที่สุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่สนามบินเคยเผชิญวิกฤตน้ำท่วมจนต้องปิดให้บริการชั่วคราวหลายชั่วโมงในปี 2551
ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง-ย้ายศพจากสุสาน หลังพบฝังไร้ใบอนุญาต
ผู้นำสหรัฐฯ เสนอเปลี่ยนชื่อรัฐ "นิวเม็กซิโก" เป็น "นิวอเมริกา"
สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน มีฝน 70% พื้นที่เสี่ยงริมน้ำ ระวังน้ำล้นตลิ่ง
今天(2026 年 9 月 8 日),受喀拉喀托火山之子火山自上周末爆发的影响,雅加达主要机场和印度尼西亚其他几个机场正在逐步重新开放。
此前,雅加达主要机场苏加诺-哈达国际机场宣布延长关闭时间。机场内部画面清晰地反映了受影响的航班情况,屏幕上显示着大量国际航班取消信息,滞留旅客密切关注着航班动态。
印尼机场管理机构出于安全考虑,将爪哇岛和苏门答腊岛至少四座机场(包括苏加诺-哈达国际机场)的关闭时间延长至晚上11点59分。此后,当局确认随着疫情形势好转,苏加诺-哈达国际机场和其他四座机场已重新开放。另有两座机场仍处于关闭状态。
近3000个航班受到影响。
火山喷发始于周五晚(9月4日),严重影响了航空运输。印尼交通部报告称,自9月5日以来,近3000个航班被取消、延误或改道,导致超过34万名乘客滞留。
尽管许多机场已经开始重新开放,但航空公司在加快航班安排、清理滞留乘客以及管理因火山灰影响而改变的航班方面,仍然面临着巨大的工作量。
火山灰的影响不仅限于航空旅行。印尼政府还批准受火山灰影响地区的学校暂时转为线上教学,这些地区包括雅加达、西爪哇、万丹和楠榜,以降低学生因接触火山灰而面临的健康风险。
印尼卫生部建议受影响地区的民众避免外出,并佩戴口罩以防止吸入火山灰。当局已宣布禁止人员靠近火山口3公里半径范围内的任何活动,并禁止所有船只进入火山周围3公里禁区。
火山爆发影响了超过 34 万名乘客,印尼机场正在逐步重新开放。
仍有复燃风险——火山灰扩散范围可达 400 公里。
印尼地质调查局报告称,喀拉喀托之子火山持续约25小时的喷发于周日(9月6日)结束。然而,该火山在第二天仍然活跃,间歇性地发生中等强度的喷发,喷出深色火山灰,并在部分地区引发小型地震。恶劣的天气条件阻碍了对火山活动的观测和监测。
印尼地质调查局局长拉娜·萨里亚警告说,这座火山再次喷发的可能性仍然很高。需要警惕的主要危险包括大量火山岩和火山灰的坠落,以及熔岩流的可能性。
就火山灰扩散而言,最近一次喷发被认为是剧烈的,火山灰柱高达约15240米,扩散范围约400公里。这直接影响了距离火山约150公里的雅加达。
印度尼西亚约有500座火山,其中127座仍处于活跃状态,当局通过遍布全国的74个观测站网络对其中69座火山进行密切监测。美国史密森学会全球火山活动计划的数据也表明,印度尼西亚是世界上火山活动最频繁的国家,其次是美国和日本。
印尼当局已将包括喀拉喀托之子火山在内的五座火山的警戒级别提升至第二高级别。此次火山喷发也是苏加诺-哈达机场多年来持续时间最长的一次中断,上一次机场因洪水而暂时关闭数小时还要追溯到2008年。
北柳府府尹在发现未经授权的埋葬行为后,下令拆除建筑物并将尸体从墓地移走。
美国领导人提议将新墨西哥州更名为新美国。
今日天气:北部和东北部地区降雨概率70%。河流附近地区需警惕河水泛滥。