แยกบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิให้ชัด! มธ.ชี้มูลนิธิยังสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง务必将个人账户和基金会账户明确区分开来!泰国国立法政大学指出,基金会对于弱势群体仍然至关重要。
กรณีตรวจสอบเส้นทางการเงินมูลนิธิ สมาคมการกุศล จุดคำถามเรื่องธรรมาภิบาล-ความโปร่งใส นักวิชาการเสนอแยกบัญชี เปิดเผยรายรับรายจ่าย พัฒนาระบบตรวจสอบที่ทำได้จริง พร้อมให้ ปชช. มีส่วนร่วม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อองค์กรที่ทำงานช่วยเหลือสังคม

วันนี้ (1 พ.ย.2569) กรณีการเปิดโปงและยื่นตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิและสมาคมการกุศล ทำให้เกิดข้อเสนอให้ยกระดับกลไกกำกับดูแลองค์กรเหล่านี้
นักวิชาการมองว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีอยู่ของมูลนิธิ แต่เป็นช่องว่างด้านธรรมาภิบาล การบริหารจัดการ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น
รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ มองว่า มูลนิธิและองค์กรการกุศลหลายแห่งเริ่มต้นจากความมีชื่อเสียงหรือการเป็นที่รู้จักของผู้ก่อตั้ง ทำให้ได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนและสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว ก่อนขยายตัวไปสู่การจัดตั้งเป็นนิติบุคคล แต่บางแห่งอาจยังไม่มีระบบบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน แม้ผู้ก่อตั้งจะมีเจตนาดี แต่หากดำเนินงานโดยไม่เข้าใจหรือไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมาย ก็อาจกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาได้
นักวิชาการยังเสนอ ให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรับหรือส่งต่อข้อมูล โดยไม่เลือกเสพเฉพาะเนื้อหาที่สนุกหรือเร้าใจจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นที่กระทบต่อบุคคลอื่นโดยขาดข้อเท็จจริงรองรับ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีได้
ขณะที่ รศ.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญของมูลนิธิในประเทศไทยคือ ช่องว่างด้านธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยเฉพาะการเปิดเผยรายรับรายจ่าย การกำกับดูแลบัญชี และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการ ซึ่งควรมีหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น
กรณีการรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ควรแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีของมูลนิธิอย่างชัดเจน พร้อมจัดให้มีระบบตรวจสอบการเบิกจ่าย และเก็บหลักฐานการใช้เงินที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้ผู้บริจาคและสาธารณชนทราบว่าเงินถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่
แม้กฎหมายจะกำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจตรวจสอบมูลนิธิ โดยส่วนกลางมีอธิบดีกรมการปกครองเป็นนายทะเบียน และในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่นายทะเบียนมูลนิธิจังหวัด ซึ่งสามารถเรียกให้รายงานงบการเงิน ขอเอกสาร และเข้าตรวจสอบการดำเนินงานได้
แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถกำกับดูแลได้อย่างทั่วถึง จึงมีข้อเสนอให้พัฒนาหรือจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการย้ำว่า มูลนิธิยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพราะสามารถเข้าถึงผู้เดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือได้รวดเร็วกว่ากลไกบางส่วนของภาครัฐ
การแก้ปัญหาจึงไม่ควรมุ่งลดบทบาทขององค์กรการกุศล แต่ต้องทำให้ระบบกำกับดูแลมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การรักษาความเชื่อมั่นของสังคมต่อองค์กรการกุศล ตั้งแต่การเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน การตรวจสอบการใช้เงิน ไปจนถึงการรับผิดชอบต่อผู้บริจาคและผู้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้เงินบริจาคถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์ และองค์กรที่ทำประโยชน์ต่อสังคมสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างน่าเชื่อถือ
นทท.สะท้อนปัญหาพืชสวนโลกอุดรฯ ร้อนจัด-รถรางน้อย-จุดพักไม่เพียงพอ
ปราจีนบุรีจัดงาน "ชวนกินปลา" สวนทางชาวบ้านกังวลสารพิษจากน้ำท่วม
กองทัพเมียนมาทิ้งระเบิดฐาน KNU สะเก็ดระเบิดข้ามฝั่งไทย บ้านเสียหาย 17 หลัง
ตรวจสอบเส้นทางการเงิน
今天(2026 年 11 月 1 日),对基金会和慈善协会的财务交易的揭露和调查,促使人们提出加强对这些组织的监督机制的建议。
学者们认为,主要问题不在于基金会本身的存在,而在于其治理、管理和公共问责方面的不足,需要改进这些方面以实现更大的透明度和监督。
副教授普拉派皮特·穆蒂塔查伦指出,许多基金会和慈善组织最初都是凭借创始人的名气或声望而成立,在发展成为合法实体之前,便能迅速获得公众和网络支持。然而,其中一些组织可能缺乏标准化的管理体系。即使创始人出于好意,但如果不了解或不遵守法律原则,也可能引发问题。
学者们还建议公众在接受或转发信息前应优先进行事实核查,不应只选择性地消费内容创作者提供的娱乐性或刺激性内容。传播缺乏事实依据的信息或表达对他人造成负面影响的观点可能会导致法律诉讼。
与此同时,泰国法政大学社会工作学院院长阿查拉·查拉扬纳文副教授指出,泰国基金会面临的主要问题是治理和公共问责方面的不足,尤其是在收支披露、会计监督以及防止董事利益冲突方面。她强调,亟需制定更清晰的指导方针和规范。
对于通过银行账户收到的捐款,个人账户应与基金会账户明确分开。应建立资金拨付监控系统并保存可追溯的支出记录,以确保捐赠者和公众能够核实资金是否用于其既定用途。
虽然法律规定注册官有权检查基金会,中央一级由省行政部门总干事担任注册官,省一级由省长担任省基金会注册官,他们可以要求提供财务报告、文件并检查运营情况。
然而,在实践中,全面监管是不切实际的。因此,有人提议建立或设立一个负责进行严格有效检查的机构。
然而,学者们强调,基金会在援助灾民和弱势群体方面仍然发挥着至关重要的作用,因为它们能够比一些政府机制更快地接触到需要帮助的人并提供援助。
因此,解决方案不应侧重于减少慈善组织的作用,而应侧重于使治理体系透明、负责,并允许公众参与。
因此,关键在于维护公众对慈善组织的信任。这包括披露财务信息、审计资金使用情况、对捐赠者和受益人负责,确保捐款用于其既定用途,并确保造福社会的组织能够继续可靠地运作。
游客反映乌隆他尼园艺博览会存在以下问题:天气酷热、电车服务不足、缺乏休息站。
巴真府举办“吃鱼”活动,无视当地民众对洪水中有毒物质的担忧。
缅甸军方轰炸了克伦民族联盟的一个基地,弹片飞过边境进入泰国,造成 17 栋房屋受损。
调查财务交易。