“ทำบุญไม่ถึงผู้รับ” ดีอี เตือนภัยมูลนิธิเถื่อนหลอกโอนเงิน“慈善捐款无法送达受助人手中”:DE 警告称,一些欺诈性基金会正在诈骗人们转移资金。
กระทรวงดีอี ออกโรงเตือน คนไทยชอบทำบุญระวังไม่ถึงผู้รับ ชี้มิจฉาชีพฉวยความสงสาร ปลอมเพจมูลนิธิหลอกเงิน

วันนี้ ( 2 พ.ย.2569) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนประชาชนที่ชอบทำบุญออนไลน์ ว่า คนไทยจิตใจดี ใจบุญ มีความโอบอ้อมอารี และมิจฉาชีพก็รู้เรื่องนี้ดีไม่แพ้ใคร จึงฉวยโอกาสจากความเมตตาเหล่านั้นหลอกให้ทำบุญออนไลน์ ทั้งโอนสร้างวัดและช่วยสัตว์ป่วยหนัก ทุกวันนี้การทำบุญหรือบริจาคช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ไม่ว่าจะโอนผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร สแกน QR Code หรือกดลิงก์ผ่านเพจต่างๆ เพื่อความสะดวกนี้ช่วยให้การให้ง่ายขึ้น กลายเป็นช่องทางทำมาหากินของมิจฉาชีพ
ศูนย์ AOC 1441 พบว่าปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นมูลนิธิ โรงพยาบาล หรือวัด รวมถึงอ้างกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน เด็กกำพร้า และสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อเปิดรับบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้ความสงสารและความตั้งใจดีของประชาชนเป็นเครื่องมือ เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมักสะเทือนใจ เช่น เด็กป่วยที่ต้องการเงินผ่าตัดด่วน ครอบครัวที่ประสบอุบัติเหตุและไม่มีเงินรักษา หรือการขอรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย
สิ่งที่ทำให้โพสต์เหล่านี้ได้ผลคือการออกแบบมาให้คนตัดสินใจเร็วกว่าที่จะคิด โพสต์มักแนบรูปภาพที่ดูน่าเชื่อถือ พร้อมข้อความเร่งด่วนอย่าง ต้องผ่าตัดคืนนี้ ขาดอีกเพียง 20,000 บาท หรือช่วยแชร์ด่วน บางกรณีถึงขั้นสร้างเพจปลอมที่ใช้ชื่อคล้ายหน่วยงานจริง มีโลโก้และข้อมูลที่ดูเป็นทางการ แต่แนบบัญชีธนาคารส่วนตัวไว้รับโอนเงิน เมื่อความสงสารเข้ามาแทนที่การตรวจสอบ หลายคนจึงโอนทันทีโดยไม่ได้เช็กแหล่งที่มาให้ชัดเจน
ตัวอย่างจริงที่ AOC หยิบมาเตือนคือ หญิงรายหนึ่งพบโพสต์ขอรับบริจาคช่วยเหลือเด็กป่วยโรคหัวใจในกลุ่มเฟซบุ๊ก ทั้งภาพและเรื่องราวดูน่าเชื่อถือ มีผู้แชร์และเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ด้วยความตั้งใจอยากช่วย เธอจึงโอนเงิน 5,000 บาทไปยังบัญชีที่ระบุไว้ ต่อมาเพจดังกล่าวได้ปิดหนี และเมื่อลองนำลิงก์หรือชื่อเพจไปค้นหาก็ไม่พบเพจจริงที่ตรงกัน จึงทราบว่าเป็นเพจปลอมที่นำภาพจากข่าวเก่ามาใช้ซ้ำ และเธอไม่สามารถติดต่อผู้รับเงินได้อีก
AOC ขอระบุว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยอาศัยน้ำใจของประชาชนเป็นเหยื่อล่อ ดังนั้นข้อคิดสำคัญ คือหยุดคิดสักนิดและตรวจสอบสักหน่อย ก่อนโอนควรเช็กแหล่งที่มาให้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อปลายทางเป็นบัญชีส่วนตัว เพื่อให้บุญที่ตั้งใจทำ ไม่กลายเป็นเงินที่สูญเปล่า และหากได้รับผลกระทบจากการหลอกลวง สามารถแจ้งระงับบัญชีธนาคารได้ที่ศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
แยกบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิให้ชัด! มธ.ชี้มูลนิธิยังสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง
ร้องสอบมูลนิธิเป็นหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยตั้งมูลนิธิไม่ชอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
ปอศ.รับสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ปมร้องเรียน อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
今天(2026年11月2日),泰国数字经济与社会部(DE)提醒热衷于网上捐款的民众,泰国人民善良、慷慨、富有同情心,而诈骗分子也深谙此道。他们利用这种善良,诱骗人们进行网上捐款,例如用于寺庙建设或救助重病动物。如今,只需轻点几下鼠标,即可通过银行应用程序、扫描二维码或点击网页链接等方式轻松捐款。这种便利性使得捐赠变得更加容易,也为诈骗分子提供了牟利的途径。
AOC 1441中心发现,目前存在一些诈骗团伙冒充基金会、医院或寺庙,并声称正在帮助急诊病人、孤儿和受伤动物,以此在网上骗取捐款。他们利用公众的同情心和善意行骗。这些捏造的故事往往令人心碎,例如需要紧急手术的重病儿童、遭遇事故却无力承担治疗费用的家庭,或是为灾难受害者募捐。
这些帖子之所以有效,在于其精心设计,促使人们在短时间内做出决定。帖子通常包含看似可信的图片和紧急信息,例如“今晚手术,只需2万泰铢”或“请紧急转发”。在某些情况下,甚至会创建虚假页面,使用与合法机构相似的名称,包括官方标志和信息,但收款账户信息却是个人银行账户。当同情心战胜了核实,许多人会在不核实资金来源的情况下立即转账。
AOC举了一个真实案例作为警示:一位女士在Facebook群组里看到一则帖子,请求大家捐款帮助一个患有心脏病的孩子。帖子里的图片和故事看起来都很可信,许多人转发并留言鼓励。出于好心,她向帖子指定的账户转账了5000泰铢。之后,这个页面消失了,她试图搜索链接或页面名称,却找不到真正的页面。她这才意识到这是一个盗用旧新闻图片的假页面,而且她也无法联系到收款人了。
AOC特此声明,此类事件屡屡发生,不法分子利用公众的善意行骗。因此,在转账前务必三思而后行,仔细核实资金来源。尤其当收款账户为个人账户时,更应仔细核查资金来源,以确保您的善意之举不会付诸东流。如果您不幸遭遇此类诈骗,可拨打AOC 24小时热线1441举报银行账户。
务必将个人账户和基金会账户明确区分开来!泰国国立法政大学指出,基金会对于弱势群体仍然至关重要。
针对 Foundation One 的投诉称,该基金会在设立和将资金转移到个人账户方面存在违规行为。
经济犯罪打击部门 (ECSD) 正在调查一家慈善基金会,此前有投诉称该基金会可能涉及欺诈公众和洗钱活动。
数字经济和社会部