ปล่อยโพยลวง "ทักษิณ" ดับฝันใช้เงื่อนไข กม.นิรโทษกรรม "ล้างมลทิน"一次具有欺骗性的泄密事件粉碎了他信利用大赦法洗清罪名的希望。
ดับฝันอดีตนายกฯ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือไม่ อีกไม่นานคงชัดเจน หลัง “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความ รับมอบอำนาจให้ยื่นคำร้องแทนต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมี “ปกรณ์ นิลประ พันธ์ ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วิ

ดับฝันอดีตนายกฯ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือไม่ อีกไม่นานคงชัดเจน หลัง “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความ รับมอบอำนาจให้ยื่นคำร้องแทนต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมี “ปกรณ์ นิลประ พันธ์ ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 แม้คณะอนุกรรมการ ฯ ยังไม่ได้พิจารณา แต่มีการปล่อยโพยล่วงหน้าว่า “คำร้องถูกตีตก” เหตุไม่เข้าเงื่อนไข
ท่ามกลางข้อถกเถียงจากหลายฝ่าย หลังรองนายกฯ ปกรณ์ ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (2 พ.ย.2569) เป็นการประชุมครั้ง 1/2569 ที่มีการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยมี “ ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร” ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม
มีรายงานว่ามีการนำเสนอวาระเข้าที่ประชุมทั้งหมด 23 เรื่อง และมีหลายประเด็นน่าจับตา โดยเฉพาะจำนวนคดีทางการเมือง รายชื่อผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ในห้วงวันที่ 1 ม.ค. 2548-16 ก.ค. 2568 ยกเว้นคดีความผิดตามมาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรงตามมาตรา 297 และความผิดต่อส่วนตัว
โดยผู้ที่มีคุณสมบัติและพฤติการณ์ทาง “คดีผ่านเกณฑ์” จะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการนิรโทษกรรมทางคดีการเมือง และนำไปสู่การ “ลบทะเบียนประวัติอาชญากร” หรือการ “ยุติคดีในระบบ” รวมทั้งการจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำและทัณฑสถาน
โดยเฉพาะกรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ใน 4 คดีหลักตามคำร้อง ถือเป็นคดีทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากคดีชุมนุมทางการเมือง จึงอาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี
หากพลิก 4 คดีเก่า “บ่วงรัด” ที่อาจทำให้ “อดีตนายกฯ ทักษิณ” ต้องฝันสลาย พบว่า มี 4 คดีสำคัญ ประกอบด้วย
คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) จำนวน 4,000 ล้านบาท
คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว (หวยบนดิน)
คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและดาวเทียม (ไทยคม)
คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท
ทั้ง 4 คดี ถือเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำ แหน่งหน้าที่ราชการ เป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เข้าลักษณะการทุจริตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 นอกจากนี้ อดีตนายกฯ “ทักษิณ” ก็ไม่เข้าข่าย “ผู้ชุมนุมทางการเมือง” จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า อาจไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้สิทธิตาม พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข
แม้ก่อนหน้านี้ การยื่นคำร้องของทนายความอดีตนายกฯ จะเหตุว่าเกิดจากการตรวจสอบ-สอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ( คตส.) หลังเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อปี 2549 และคดีดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณาตามลำดับ ตั้งแต่ชั้นป.ป.ช.-อัยการ จนสู่การตัดสินของศาล
ทั้งนี้ คตส.ตั้งขึ้นตามประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ซึ่งประกาศและคำสั่งคมช.อยู่ในข้อที่ 31 ฐานความผิดหรือกรณีของผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินคดี หรือได้รับผลกระทบจากประกาศหรือคำสั่งของ คปค., คมช. และ คสช. (คณะปฏิรูปการปกครองฯ, คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ )ตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เข้าข่ายได้รับการพิจารณาให้นิรโทษกรรมได้ และถ้า “มีสิทธิได้ลุ้น”ตามเงื่อนไข จึงไม่แปลกหากอดีตนายกฯทักษิณและทีมกฎหมายจะเสนอเรื่องเข้ามา
“เมื่อคณะรัฐประหารนิรโทษกรรมตัวเองได้ตั้งแต่นาทีแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิต่อสู้ทุกช่องทางจนถึงนาทีสุดท้าย” ข้อความตอนหนึ่งที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำนปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2569
ณัฐวุฒิ ระบุว่า การยื่นคำร้องขอลบประวัติอาชญากรรมของอดีตนายกฯทักษิณ ข้อเท็จจริงเรื่องคดี คือ ไม่มีโทษจำคุกจากคำพิพากษาคดีใด ๆ อีกแล้ว ทุกเรื่องเป็นที่ยุติหลังได้รับการปล่อยตัว
“การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อให้พิจารณาลบประวัติอาชญากรรม เพราะทุกคดีตั้งต้นโดยอำนาจคณะรัฐประหาร เป็นการดำเนินการตามสิทธิที่มีเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน ผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรเป็นอำนาจชี้ขาดของกรรมการ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนในชั้นอนุกลั่นกรอง”
ส่วนคดีมาตรา 112 ที่อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นข้อยกเว้นที่เขียนไว้ชัดเจนในพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
“กระแสข่าวว่า ดร.ทักษิณเปิดดีลให้คณะกรรมการเห็นชอบ แลกกับเสียงโหวตของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้ วางใจ น่าจะเป็นทั้งเฟกนิวส์และเฟกดีล เพราะถ้าดูการเมืองจากสภาพที่เป็นจริง คะแนนเสียงสนับสนุนรัฐบาลไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่กดดัน”
ร.ศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เปิดเผยหลังเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯว่าการประชุมครั้งนี้ไม่มี 4 ประเด็นคำร้องของอดีตนายก ฯทักษิณเข้าสู่วาระพิจารณา และยังไม่ทราบว่าจะเข้าสู่การพิจารณาเมื่อใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ที่ต้องรวบรวมข้อ เท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนจัดทำความเห็นเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
“กรอบเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขกำหนดไว้ 180 วัน นับจากการประชุมครั้งแรก และจะครบกำหนดวันที่ 20 มี.ค. 2570 แต่คณะกรรมการต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นเรื่องภายในเดือนม.ค. 2570 เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาคำร้องอย่างรอบคอบ”
อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด กฎหมายเปิดช่องให้ขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน แต่เป้าหมายคือเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน” หนึ่งในคณะ อนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองระบุ
รศ.ยุทธพร กล่าวถึงกรณีเรื่องคำร้องเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมถูกตีตกว่า ในชั้นอนุกรรมการกลั่นกรองไม่สามารถที่จะตีตก เพราะไม่ได้มีอำนาจวินิจฉัย แต่เป็นอำนาจของคณะกรรมการชุดใหญ่ เช่น การร้องขอล้างประวัติอาชญากรรม เป็นหน้าที่ที่หน่วยงานต้องทำตามกฏหมายอยู่แล้ว หากเป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยต้องเป็นอำนาจของที่ประชุมชุดใหญ่ หากมีมติยกคำร้องผู้ที่มีสิทธิ์หรือมีส่วนได้เสียสามารถยื่นทางศาลได้ เพราะมติของคณะกรรมการนิรโทษเป็นคำสั่งทางปกครอง สามารถไปร้องต่อศาลปกครองได้
“ ในกฎหมายแม้ว่าจะเขียนว่า ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ หลายคนอาจจะเข้าใจว่าจบตรงนี้แล้ว ไม่สามารถไปต่อได้ แต่คำว่าเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัตินี้ ในฝ่ายปกครอง คือการวินิจฉัยตามหลักกฏหมาย ซึ่งหมายถึงว่า ไม่สามารถไปอุทธรณ์กับกรรมการที่อยู่เหนือกฎหมายขึ้นไปได้ หรือไปอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารได้ เท่ากับว่าเป็นเหตุทำให้ผู้มีส่วนได้เสียเกิดสิทธิ์ไปใช้สิทธิ์ทางศาล ด้วยการไปร้องต่อศาลปกครอง“ รศ.ยุทธพรกล่าว
ส่วนกระแสปิดดีลการเมือง โดยพรรคเพื่อไทยจะแลกกับมติไว้วางใจรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ร.ศ.ดร.ยุทธพร บอกว่า ในมุมมองทางวิชาการ ไม่เชื่อว่าจะมีข้อตกลงลักษณะดังกล่าว เพราะการต่อรองทางการเมืองมีปัจจัยอื่นอีกมาก และยืนยันว่าไม่มีประเด็นนี้เข้ามากดดันการทำงานของคณะกรรมการ
ยังมีเวลาอีก 6 เดือนติดตามว่า โพยล่วงหน้าที่ปล่อยออกมา “ดับฝัน” อดีตนายกฯทักษิณ โดยเฉพาะเรื่องการล้างมลทินถูกตีตกว่า จะเป็นความจริงหรือเป็นกลลวง
ถกนัดแรก! อนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรม จับตาคำร้อง "ทักษิณ" 4 คดี
“จุลพันธ์” โต้ไร้ดีลลับ “ทักษิณ” แลกโหวต ย้ำรัฐบาลไร้รอยร้าว พรรคร่วมแน่น
ปธ.อนุฯ กลั่นกรอง เผยชง "ทักษิณ" ขอนิรโทษ เข้า คกก.สันติสุขฯ นัดหน้า
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569
ร.ศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย
这是否会粉碎前总理他信·西那瓦的希望?答案很快就会揭晓。此前,他的律师温雅·查蒙特里代表他向由副总理帕空·尼拉普拉潘担任主席的和平社会促进委员会提交了一份请愿书,请求裁定他信是否符合2026年《和平社会促进法》规定的特赦条件,并免除所有责任。尽管该委员会尚未审议这份请愿书,但一份泄露的公告暗示,该请愿书已被驳回,因为它不符合相关条件。
在各方争议声中,继副总理帕空于9月24日签署任命书,成立一个小组委员会审查和筛选相关事宜后,该小组委员会于今日(2026年11月2日)举行了2026年首次正式会议(会议编号1/2026)。会议由司法部常务秘书皮亚西里·瓦塔纳瓦朗库尔主持,她同时也是负责审查和筛选2026年《和平建设法》(即大赦法)相关事宜的小组委员会主席。
报告显示,会议共提出了 23 项议程,其中一些问题值得关注,特别是政治案件的数量,以及 2005 年 1 月 1 日至 2025 年 7 月 16 日期间与示威活动相关的政治抗议案件中的囚犯和被告名单。这不包括第 112 条规定的案件、腐败案件、第 297 条规定的严重危害生命和身体伤害罪以及侵害个人罪。
符合资格标准且案件情况“超出标准”的人将有资格获得政治特赦,从而“消除犯罪记录”或“在系统内终止案件”,包括从法院系统撤销案件或从监狱和教养机构释放囚犯。
尤其值得注意的是,就前总理他信·西那瓦而言,小组委员会应要求对四起主要案件的调查结果进行认定,这些案件均属于涉及公务的腐败案件,与政治抗议无关或并非源于政治抗议。因此,他信可能不符合所有四起案件的特赦条件。
如果我们回顾一下可能粉碎前总理他信梦想的四个旧案,我们会发现四个重要的案件:
该案涉及泰国进出口银行(EXIM Bank)提供的 40 亿泰铢低息贷款。
关于采用 3 位和 2 位号码的特殊彩票项目(陆基彩票)的案例。
电信和卫星特许经营费转换案例(Thaicom)。
涉及查封价值 460 亿泰铢资产的案件。
这四起案件均被视为涉及政治官员的刑事案件,法院已裁定他们在履行公务时犯有贪污罪。贪污罪是指利用职权为自己或他人谋取不正当利益,符合佛历2542年(1999年)和佛历2561年(2018年)《反贪污法》中对贪污的定义。此外,前总理他信不符合“政治示威者”的定义,因此他很可能无法享受《建设和平法》规定的权利。
尽管这位前总理的律师此前辩称,该请愿源于2006年政变后国家损害行为审查委员会(CEADS)的调查,并且该案件已经历了从国家反腐败委员会(NACC)到检察官办公室,最终到法院裁决的各个阶段。
国家官员财产审查委员会(CETS)是根据国家安全委员会(NSC)主席的公告和命令成立的。这些公告和命令,特别是第31条,涉及那些被指控、起诉或受到国家安全委员会(CNS)、国家安全委员会(NSC)和国家和平与秩序委员会(NCPO)的公告或命令影响的人员的犯罪或案件,这些人员列于《建设和平法》附件中。这些案件符合大赦的条件。因此,如果前总理他信及其法律团队符合特定条件,提交相关案件也就不足为奇了。
“当政变委员会从一开始就给自己赦免时,被推翻的民选总理有权通过一切可能的途径抗争到最后一刻。” 这段话摘自红衫军前领导人纳塔武特·赛库阿于2026年11月2日发表在Facebook上的帖子。
纳塔武特表示,关于撤销前总理他信犯罪记录的请愿,案件的事实是,他信已无任何监禁判决;所有事项在他获释后均已结案。
“向促进和平社会委员会提交的关于考虑清除犯罪记录的请愿书,因为所有案件均源于政变,是行使所有泰国公民享有的同等权利。审议结果在委员会的职权范围内,目前此事正处于初步审查阶段。”
至于根据第 112 条在高等法院受理的案件,必须通过司法程序进行抗争,因为这些是《促进和平社会法》中明确规定的例外情况。
“有关他信博士与为泰党达成协议,以换取委员会批准不信任投票的传言,很可能是假新闻和虚假交易。因为,从实际的政治形势来看,政府的支持率并没有处于岌岌可危或面临压力的境地。”
素可泰塔玛提叻开放大学政治学讲师、负责审查佛历2569年(公元2026年)《建设和平法》相关事宜的小组委员会成员尤塔蓬·伊萨拉猜副教授在参加小组委员会会议后透露,前总理他信提交的四份请愿书并未列入议程。他补充说,目前尚不清楚这些请愿书何时会被审议,因为作为秘书处的总理常务秘书办公室(OPSPM)有责任在提交意见供审议前收集事实、证据和法律论据。
“促进和平社会委员会的期限为自第一次会议起180天,至2027年3月20日到期。但是,委员会希望利益相关方在2027年1月之前提交相关事项,以便有时间进行事实调查并认真审议请愿书。”
然而,如果该程序未能在截止日期前完成,法律允许最多延期两次,每次延期不得超过90天。但小组委员会的一名成员表示:“我们的目标是在180天内加快完成该程序。”
副教授尤塔蓬就特赦申请被驳回一事发表了看法,他指出,小组委员会无权驳回该申请,因为他们没有做出决定的权力;这项权力属于主委员会。例如,清除犯罪记录是相关机构的法定职责。如果某项决定需要裁决,则属于主委员会的管辖范围。如果申请被驳回,享有权利或既得利益者可以向法院提起上诉,因为特赦委员会的决定属于行政命令,可以在行政法院受到质疑。
“虽然法律规定委员会依据本法作出的决定为最终决定,但许多人可能认为这意味着事情到此为止,无法采取进一步行动。然而,本法中行政部门的‘最终’一词指的是基于法律原则作出的决定。这意味着不能向高于法定权限的委员会或行政部门首脑——总理提出上诉。因此,这赋予了利益相关者通过向行政法院提起上诉来寻求法律救济的权利,”副教授尤塔蓬表示。
针对有关为泰党可能在不信任投票中以投反对票来换取政府信任投票的传闻,副教授尤塔蓬博士表示,从学术角度来看,他不认为存在这样的协议。他解释说,政治博弈涉及诸多其他因素,并强调此事不会对委员会的工作造成影响。
还有六个月的时间,我们可以拭目以待,看看那些泄露的、“粉碎”前总理他信梦想的预测,特别是关于他所谓无罪释放的预测,是真是假,还是阴谋。
首次会议召开!大赦审查小组委员会重点审议他信的四份请愿书。
“朱拉潘”否认与“他信”有任何秘密交易以交换选票,并强调政府内部没有分歧,执政联盟各党派依然强大。
审查小组委员会主席透露,他们将在下次会议上向国家和平与秩序委员会提出他信的特赦请求。
《建设和平法》佛历2569年(公元2026年)
副教授。 Yutthaporn Isarachai 教授、博士