นักวิเคราะห์ชี้ เหตุโจมตีตู้เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรปอาจเป็นสงครามจิตวิทยา分析人士认为,欧洲超市冰箱遭袭事件可能是一种心理战。
การโจมตีทางไซเบอร์ระลอกที่ 2 โดยพุ่งเป้าไปที่ตู้เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตของยุโรป ในรอบไม่ถึง 1 เดือน มีการวิเคราะห์ว่าอาจเป็นสงครามจิตวิทยา และ มีคำเตือนว่าการโจมตีอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น

กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร ย้ำว่า สหภาพยุโรปให้ความสำคัญมากๆ กับเรื่องเหตุโจมตีระบบควบคุมตู้เย็นและตู้แช่แข็งของซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั่วยุโรป โดยระบุว่า นี่ถือเป็นความตั้งใจที่จะพยายามขัดขวางห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทำให้การเข้าถึงอาหารของประชาชนได้รับผลกระทบ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
พนักงานร้านซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ต้องเร่งขนอาหารแช่แข็งและของสดอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหาย ออกมาจากตู้เย็นและตู้แช่แข็ง ก่อนจะนำออกไปทิ้ง ผู้จัดการร้าน พูดให้ฟังว่า จริงๆ แล้ว อาหารบางอย่างต้องเก็บในอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส แต่ตอนมาตรวจสอบดู กลับพบว่า อุณหภูมิภายในตู้สูงกว่า 20 องศาเซลเซียส ซึ่งทั้งตัวผู้จัดการร้านและลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุจะทำไปเพื่ออะไร
เบลเยียมเป็นหนึ่งใน 9 ประเทศทั่วยุโรป ที่ระบบควบคุมความเย็นของตู้แช่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกถูกแฮกเมื่อวานนี้ ซึ่งหลายประเทศ เชื่อว่า น่าจะเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ แต่ยังไม่มีใคร หรือกลุ่มไหน ออกมาอ้างว่า อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เชื่อว่า รูปแบบการก่อเหตุโจมตีตู้เย็นและตู้แช่แข็งตามซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปรอบนี้มีความคล้ายคลึงกับเหตุโจมตีในฝรั่งเศสเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้น มีร้านค้าได้รับผลกระทบสูงสุดถึง 700 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่การโจมตีรอบนี้เกิดขึ้นในอย่างน้อย 9 ประเทศ
เบลเยียมโดนหนักที่สุด มีซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ต่ำกว่า 60 แห่งได้รับผลกระทบ ในเนเธอร์แลนด์อย่างน้อย 17 แห่ง ไอร์แลนด์ 13 แห่ง สวีเดนมากกว่า 12 แห่ง นอกจากนี้ก็ยังมีที่โปรตุเกส อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เอสโตเนียและฟินแลนด์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งแต่ละแห่งอาจได้รับผลกระทบรุนแรงมากน้อยต่างกันออกไป บางที่บอกว่าอุณหภูมิในตู้แช่สูงทะลุ 50 องศาลเซลเซียส มูลค่าความเสียหายแต่ละแห่งอยู่ที่หลักหมื่นยูโร
บางคนอาจมองว่า ตัวเลขความเสียหายจากการโจมตีลักษณะนี้ไม่ได้สูงมากนัก และ แก้ไขได้ไม่ยาก แต่ผลกระทบจริงๆ รุนแรงกว่าตัวเงินที่จับต้องได้เสียอีก โดยตามปกติแล้ว การโจมตีทางไซเบอร์มักเชื่อมโยงกับการขู่กรรโชกทรัพย์ การเรียกค่าไถ่ มีเป้าหมายทางการเมือง หรือเป็นปฏิบัติการที่มีรัฐบาลประเทศอื่นๆ อยู่เบื้องหลัง
ขณะที่เหตุโจมตีทั้ง 2 ระลอกในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา แม้จะยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่า มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ แต่จากการที่ยังไม่มีใครออกมาเรียกร้องเงิน หรือ ประกาศจุดประสงค์ในการโจมตี ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการทำสงครามจิตวิทยาหรือไม่
ร้านค้าปลีกถือเป็นเหยื่อที่โดนโจมตีได้ง่าย โดยเฉพาะระบบควบคุมตู้เย็นและตู้แช่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เพราะมักบริหารจัดการด้วยระบบควบคุมทางไกล ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อให้ทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องส่งพนักงานเข้าไปเช็กตามร้าน สามารถติดตาม-ตรวจสอบการทำงานของระบบต่างๆ รวมทั้งควบคุมอุณหภูมิได้ง่ายๆ แต่ความสะดวกสบายเช่นนี้เป็นดาบสองคม เพราะแฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้มัลแวร์ หรือเทคนิคพิเศษอะไร ขณะที่การตรวจสอบร่องรอย เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ ก็ทำได้ยาก
จุดอ่อนอีกจุดหนึ่ง คือ ระบบควบคุมแบบนี้มักจะไม่ได้รับความใส่ใจในการพัฒนา เป็นระบบเวอร์ชันเก่าที่ไม่ได้มีการอัปเดตซอฟต์แวร์และความปลอดภัยต่างๆ ทำให้ง่ายต่อการถูกแฮก
รายงานวิจัยของบริษัท Forescout บริษัทด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ในสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ชี้ว่า การโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่ระบบควบคุมตู้แช่ผ่านอินเทอร์เน็ตเคยถูกโจมตีมาแล้วหลายครั้งในอดีต อย่างปี 2022 ซูเปอร์มาร์เก็ตในรัสเซียตกเป็นเป้า 16 แห่ง และ อิสราเอลอีก 40 แห่ง
นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบเหตุโจมตีต้องสงสัยว่าเป็นการเจาะระบบตู้เย็นอย่างน้อย 20 เหตุการณ์ ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของแฮกเกอร์ที่สนับสนุนรัสเซีย 2 กลุ่มนี้ ขณะที่มีระบบเสี่ยงถูกโจมตีเกือบ 13,000 ระบบ ใน 99 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ในจำนวนนี้มากกว่า 1 ใน 3 เป็นระบบของบริษัท Danfoss ในเดนมาร์ก ซึ่งระบบของบริษัทนี้คือระบบที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปหลายแห่งใช้และถูกแฮกในช่วงที่ผ่านมา
เหตุโจมตีระบบควบคุมอุณหภูมิตู้เย็นและตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตครั้งนี้ยิ่งโหมกระพือความกังวล ว่า ยุโรปกำลังเผชิญภัยคุกคามแบบไฮบริด โดยพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐาน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตียูเครน เมื่อปี 2022
นับตั้งแต่เกิดเหตุที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนที่แล้ว บริษัทผู้ให้บริการระบบควบคุมตู้แช่เร่งอัพเดทระบบความปลอดภัย แต่ก็ยังไม่ทันป้องกันเหตุโจมตีได้ทั้งหมด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ เตือนว่า ความเสี่ยงนี้ไม่ได้จำกัดแค่กับซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น เพราะระบบดังกล่าวถูกใช้ทั้งในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ในฟาร์ม หรือแม้แต่ตามโรงพยาบาลด้วย
จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่กว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นเป้าหมายต่อไป
"ไชยชนก" เสนอ "สมช." ถกรับมือภัยไซเบอร์ พรุ่งนี้
"โจมตีไซเบอร์" ป่วนยุโรปพุ่งเป้า "ระบบตู้แช่เย็น" อุณหภูมิสูง 50 องศาฯ
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
欧盟农业和食品专员重申,欧盟非常重视欧洲多家超市的冷藏和冷冻系统遭到攻击一事,并表示这是蓄意扰乱食品供应链、影响人们获取食物以及破坏消费者信心的行为。
在比利时布鲁塞尔附近的一个小镇,一家超市的员工紧急将受损的冷冻食品和其他新鲜食品从冰箱和冰柜中取出,然后丢弃。超市经理解释说,有些食品应该储存在零下20摄氏度,但经检查发现,冰柜内的温度高于20摄氏度。经理和顾客都对这起事件感到惊讶,并对肇事者的动机感到困惑。
昨天,比利时是欧洲九个超市和零售店制冷系统遭到黑客攻击的国家之一。许多国家认为这是一起网络攻击,但目前尚无个人或组织声称对此负责。
网络安全专家认为,欧洲各地超市冰箱和冷柜遭受的攻击模式与大约三周前法国发生的攻击类似,当时法国全国多达700家门店受到影响。最新一轮的攻击已波及至少九个国家。
比利时受灾最为严重,至少有60家超市受到影响。荷兰至少有17家,爱尔兰有13家,瑞典有超过12家。葡萄牙、意大利、卢森堡、爱沙尼亚和芬兰也受到不同程度的影响。一些超市报告称,冰箱内的温度超过50摄氏度。每家受影响超市的损失估计达数万欧元。
有些人可能认为这类攻击造成的经济损失并不大,而且相对容易解决,但其实际影响远比金钱损失严重得多。通常,网络攻击与敲诈勒索、勒索软件有关,具有政治目的,或者是由其他政府策划的行动。
虽然目前还不清楚过去一个月发生的这两波袭击是否有关联,但由于没有人索要钱财或宣布袭击的具体目的,一些分析人士推测这可能是心理战的一部分。
零售商店尤其容易遭受攻击,大型超市的冰箱和冷柜远程控制系统更是如此。这些系统通常通过互联网连接进行远程管理,无需现场人员监控即可实现便捷高效的操作。然而,这种便利也是一把双刃剑,因为黑客无需恶意软件或复杂技术即可轻易入侵这些系统,而且追踪攻击者极其困难。
另一个弱点是,这类控制系统在开发过程中往往被忽视。它们是较旧的版本,缺乏软件和安全更新,因此很容易受到黑客攻击。
美国网络安全公司Forescout上月底发布的一份研究报告显示,针对基于互联网的冷藏展示控制系统的攻击过去曾多次发生。例如,2022年,俄罗斯有16家超市,以色列有40家超市成为攻击目标。
今年以来,至少有20起疑似针对冰箱系统的攻击事件被报道,其中大部分是由两个俄罗斯支持的黑客组织所为。全球99个国家和地区的近13000套系统面临风险,其中超过三分之一属于丹麦公司丹佛斯(Danfoss)。丹佛斯的系统被多家欧洲超市使用,此前也曾遭受过黑客攻击。
此次针对超市冰箱和冰柜温度控制系统的攻击,进一步加剧了人们对欧洲正面临针对基础设施的混合威胁的担忧。自 2022 年俄罗斯入侵乌克兰以来,紧张局势不断升级。
自上个月法国发生事件以来,制冷控制系统供应商纷纷加紧升级安全系统,但仍不足以阻止所有攻击。专家警告说,这种风险不仅限于超市,食品加工业、农场甚至医院也都在使用此类系统。
更大的网络威胁即将到来;基础设施可能成为下一个目标。
Chaiyanok提议国家安全委员会明天讨论应对网络威胁的问题。
网络攻击扰乱了欧洲,目标是温度高达 50 摄氏度的制冷系统。
网络安全