กรมควบคุมโรคแนะปชช.สังเกตอาการโรคฝีดาษวานร หากมีอาการควรรีบพบแพทย์疾病控制部门建议公众警惕天花症状,如出现症状应立即就医。
สธ.แนะประชาชนหมั่นสังเกตอาการของตนเองและทำความรู้จักโรคฝีดาษวานร หากมีไข้ ผื่นหรือตุ่มบริเวณผิวหนัง ตามร่างกาย ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ควรรีบพบแพทย์

วันนี้ (3 พ.ย.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคฝีดาษวานรยังคงมีการแพร่เชื้อในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยรายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่วันที่ 14 ก.ย.2569 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2568 – 31 ส.ค.2569 ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 68,096 คน และผู้เสียชีวิต 272 คน จาก 107 ประเทศ สำหรับประเทศไทย ข้อมูลกรมควบคุมโรค ปี 2569 ณ วันที่ 31 ต.ค.2569 พบผู้ป่วยสะสม จำนวน 470 คน เสียชีวิต 3 คน สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและส่งเสริมให้ผู้มีอาการสงสัยเข้ารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตัวเลขทั่วโลกและประเทศไทยมีช่วงเวลารายงานแตกต่างกัน
ปัจจุบัน โรคฝีดาษวานรเป็น โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง การรายงานและการดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเหมาะสม
กรมควบคุมโรคแนะปชช.สังเกตอาการโรคฝีดาษวานร หากมีอาการควรรีบพบแพทย์
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคฝีดาษวานรเป็นโรคติดต่อที่ประชาชนควรทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะช่องทางการติดต่อและอาการที่ควรสังเกต ผู้ป่วยบางรายอาจมีผื่นหรือตุ่มขึ้นในบริเวณที่ปกปิดร่างกาย เช่น อวัยวะเพศหรือทวารหนัก ทำให้รู้สึกกังวลที่จะไปพบแพทย์จึงขอให้ผู้ที่มีอาการสงสัยกล้าเข้ารับการตรวจ พร้อมแจ้งอาการและประวัติสัมผัสตามความเป็นจริง เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยบุคลากรทางการแพทย์จะให้บริการด้วยความเข้าใจ เคารพความเป็นส่วนตัว และรักษาความลับของผู้ป่วย
สำหรับอาการของโรคฝีดาษวานรที่ประชาชนควรสังเกต ในระยะแรกมักมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นจะเกิดผื่นหรือตุ่มบริเวณผิวหนัง ตามร่างกาย ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก บางรายมีรอยโรคเพียงไม่กี่ตุ่ม การแสดงอาการจะเริ่มจากผื่นแดงนูน เปลี่ยนไปเป็นตุ่มน้ำใส จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มหนอง แล้วเริ่มตกสะเก็ดจากบริเวณส่วนกลางของตุ่มรอยผื่นมักเป็นตุ่มกระจายแยกออกจากกันเป็นตุ่มเดี่ยว ๆ บางรายอาจจะมีอาการปวดบริเวณทวารหนัก ทั้งนี้ อาการและลำดับการเกิดอาจแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกอย่าง หากมีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้กระจายทั่วตัว โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติสัมผัสแนบชิดกับผู้มีอาการสงสัย
การตรวจวินิจฉัยโรคฝีดาษวานรต้องพิจารณาจากอาการ ประวัติสัมผัส และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เนื่องจากรอยโรคอาจคล้ายเริม สุกใส หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังชนิดอื่น การดูผื่นหรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถยืนยันโรคได้ วิธีหลักในการยืนยันคือการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างรอยโรค ส่วนการตรวจเลือดทั่วไปไม่ได้เป็นการตรวจยืนยันโรคฝีดาษวานร หากการประเมินครั้งแรกยังไม่ได้ข้อสรุป หรือผลตรวจไม่พบเชื้อ แต่อาการยังคงอยู่ มีตุ่มเพิ่มขึ้น หรืออาการเปลี่ยนแปลง ควรกลับไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งผลตรวจและประวัติการรักษาที่ผ่านมา แพทย์จะพิจารณาประเมินเพิ่มเติมหรือเก็บตัวอย่างตรวจซ้ำตามความเหมาะสม
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรส่วนใหญ่สามารถหายได้ด้วยการรักษาตามอาการ เช่น การบรรเทาอาการปวด การดูแลแผล และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิด แพทย์จะพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมหรือการรับไว้รักษาในโรงพยาบาลเป็นรายบุคคล หากมีอาการปวดมาก ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้ มีรอยโรคบริเวณดวงตา หรืออาการทรุดลง ควรรีบพบแพทย์ทันที
สำหรับการป้องกันโรค ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังหรือรอยโรคของผู้ป่วยโดยตรง หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดและการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอาการสงสัย รวมถึงไม่ใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่ผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งหรือสะเก็ดแผลได้
สำหรับผู้ที่มีอาการสงสัยและอยู่ระหว่างรอเข้ารับการตรวจหรือรอผลตรวจ ควรแยกตัวจากผู้อื่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดและการมีเพศสัมพันธ์ ปกคลุมรอยโรคให้มิดชิด ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ 70% อย่างสม่ำเสมอ และสวมหน้ากากอนามัยที่กระชับใบหน้าตลอดเวลา
ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นโรคฝีดาษวานรไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกราย แพทย์จะพิจารณาจากอาการ ความเสี่ยง และความพร้อมในการแยกตัวที่บ้าน โดยผู้ป่วยควรแยกตัว งดการเดินทาง แยกใช้ภาชนะและเครื่องใช้ส่วนตัว ทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มและสิ่งของเครื่องใช้ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จนกว่ารอยโรคทั้งหมดจะหาย สะเก็ดหลุด และมีผิวหนังใหม่ปกคลุม รวมถึงรอยโรคบริเวณเยื่อบุหายแล้ว
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวเน้นย้ำว่า ขอให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการของตนเอง หากมีไข้ ผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยง ควรรีบเข้ารับการตรวจและแจ้งประวัติสัมผัสแก่แพทย์ตามความเป็นจริง เพราะการตรวจพบเร็วจะช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและลดโอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนไม่ตีตราหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วย และเคารพความเป็นส่วนตัว เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ฝีดาษวานร ปี 69 ไทยป่วยสะสม 139 คน เสียชีวิต 2 คน "Clade Ib" แซงสายพันธุ์เดิม
พบผู้ป่วย ฝีดาษวานรเพิ่ม 2 คน คร.เตือนเฝ้าระวังสายพันธุ์ Clade Ib
สธ.เฝ้าระวัง "ฝีดาษวานร" หลังช่วงเทศกาล ปี 69 ไทยพบป่วยแล้ว 48 คน
กรมควบคุมโรค–กรมราชทัณฑ์ เผยผลเฝ้าระวัง "โรคฝีดาษวานร" ในเรือนจำครบ 21 วัน
กรมควบคุมโรค เผย อส.เรือนจำ ป่วย "ฝีดาษวานร" เพิ่ม 2 คน
"กรมการแพทย์" ระบุประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก "โรคฝีดาษวานร" ไม่ได้ติดง่าย
กรมควบคุมโรคเผย ผู้ต้องขังป่วยโรคฝีดาษวานร เสียชีวิต 1 คน จับมือ "ราชทัณฑ์" คุมเข้ม
2026年11月3日,泰国疾病控制厅厅长蒙蒂恩·卡纳萨瓦斯迪博士表示,天花疫情仍在全球多个地区蔓延。世界卫生组织(世卫组织)于2026年9月14日发布的一份报告显示,2025年1月1日至2026年8月31日期间,全球107个国家共报告了68,096例确诊病例和272例死亡病例。截至2026年10月31日,泰国疾病控制厅的数据显示,累计确诊病例470例,死亡3例。这表明需要继续开展监测,并鼓励出现疑似症状者进行检测。值得注意的是,全球和泰国的数据报告周期有所不同。
目前,根据佛历2558年(2015年)《传染病法》,天花是一种需要监测的传染病。根据公共卫生部佛历2565年(2022年)发布的《关于需要监测的传染病名称和主要症状的公告(第2号)》,天花需要进行监测、报告,并支持实施适当的疾病预防和控制措施。
疾病控制部门建议公众警惕天花症状,如出现症状应立即就医。
疾病控制厅厅长进一步指出,天花是一种传染病,公众应正确了解其传播途径和需要注意的症状。部分患者可能在身体被遮盖的部位,例如生殖器或肛门附近出现皮疹或水疱,导致他们担心就医。因此,鼓励所有怀疑自己出现症状的人进行检测,并如实报告症状和接触史,以便医生能够做出正确的诊断并制定治疗方案。医务人员将秉持理解、尊重隐私的原则提供服务,并严格遵守患者保密原则。
公众应注意的天花症状:早期症状通常包括发烧、头痛、背痛、肌肉疼痛和淋巴结肿大。随后,皮肤、身体、面部、生殖器或肛门周围会出现皮疹或水疱。有些人可能只有几个水疱。皮疹通常始于凸起的红色丘疹,然后变成透明水疱,接着发展成脓疱,最后从中心结痂。皮疹通常由单个水疱组成。有些人也可能出现肛门区域疼痛。然而,症状的出现和顺序可能有所不同,因此并非所有症状都会出现。如果您发现任何异常皮疹、水疱或溃疡,应立即就医,不要等到疾病扩散,尤其是在您曾与疑似患者密切接触的情况下。
诊断猴痘需要综合考虑症状、接触史和实验室检查结果,因为其皮损可能与单纯疱疹病毒、水痘或其他皮肤感染相似。因此,仅凭皮疹或照片不足以确诊。确诊的主要方法是进行PCR检测,以检测皮损样本中的病毒遗传物质。一般血液检查不足以确诊猴痘。如果初步评估结果不确定,或者检测结果为阴性但症状持续、出现新的水疱或症状发生变化,您应该返回医院就诊,并提供检测结果和既往病史。医生将根据情况考虑是否需要进一步评估或重复检测。
疾病控制部门副总干事迪雷克·坎潘博士表示,大多数猴痘患者可以通过对症治疗康复,例如缓解疼痛、伤口护理和预防并发症。
然而,对于出现严重症状或有并发症风险的人群,例如免疫系统受损者、孕妇和幼儿,需要密切监测和评估。医生会根据具体情况考虑是否需要进一步治疗或住院。如果您出现剧烈疼痛、无法进食或饮水、眼部病变或症状恶化,请立即就医。
为预防该疾病,人们应避免直接接触感染者的皮肤或病变部位,避免与疑似病例密切接触和发生性关系,并避免与他人共用衣物、毛巾和床上用品,因为病毒可以通过含有体液或伤口痂皮的受污染物品传播。
对于出现疑似症状且正在等待检测或结果的人员,应与他人隔离,避免密切接触和性交,完全遮盖伤口,经常用肥皂或 70% 酒精洗手,并始终佩戴紧贴面部的口罩。
并非所有确诊天花的患者都需要住院治疗。医生会评估患者的症状、风险因素以及居家隔离的能力。患者应居家隔离,避免出行,使用单独的餐具和个人物品,保持衣物和个人物品清洁,并严格遵照医嘱,直至所有皮损(包括黏膜皮损)愈合、结痂脱落、新皮肤完全长出。
疾病控制厅厅长强调,公众应密切监测自身症状。如出现发热、皮疹、水疱或任何异常溃疡,尤其是有高危接触史者,应立即就医,并如实告知医生接触史。早期发现有助于及时治疗,并降低感染传播的风险。他还呼吁各界通力合作,避免对患者进行污名化或歧视,尊重患者隐私,确保人人享有平等的医疗服务。如需了解更多信息,公众可联系就近的医疗机构或拨打疾病控制厅热线1422。
截至2026年,泰国累计报告天花病例139例,死亡2例。“Ib分支”变种的危害性已超过之前的毒株。
又发现了两例猴痘病例。公共卫生部警告民众要警惕Ib分支变种。
节后,泰国公共卫生部将密切监测天花疫情。截至2026年,泰国已报告48例天花病例。
疾病控制部门和惩教部门公布了监狱中“天花”21天监测的结果。
疾病控制部门报告称,又有两名狱警的天花病毒检测呈阳性。
卫生服务部表示,公众无需对天花感到恐慌,因为天花不容易传播。
疾病控制部门报告称,一名囚犯死于天花,并正在与惩教部门合作,加强控制措施。