ยิ่งขุดยิ่งเจอ! บุ๋ม ปนัดดา นำเงินบริจาค 98% ใช้ส่วนตัว – คดีส่อโยงคนมีสี他们越深入挖掘,发现的就越多!Boom Panadda 将 98% 的捐款用于个人用途——此案似乎与身居要职的人有关。
เอกภพ เหลืองประเสริฐ ชี้ บุ๋ม ปนัดดา นำเงินบริจาค 98% ใช้ส่วนตัว อีก 2% เข้ามูลนิธิองค์กรทำดี ด้าน CSI LA ซัดเรื่องที่ดินส่อโยงคนมีสี เบี่ยงประเด็นฟอกเงิน

Home » โซเชียล » ยิ่งขุดยิ่งเจอ! บุ๋ม ปนัดดา นำเงินบริจาค 98% ใช้ส่วนตัว – คดีส่อโยงคนมีสี
เอกภพ เหลืองประเสริฐ ชี้ บุ๋ม ปนัดดา นำเงินบริจาค 98% ใช้ส่วนตัว อีก 2% เข้ามูลนิธิองค์กรทำดี ด้าน CSI LA ซัดเรื่องที่ดินส่อโยงคนมีสี เบี่ยงประเด็นฟอกเงิน
4 พฤศจิกายน 2569 เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “เอกภพ สายไหม” ระบุว่า “ถ้าทุกคนรู้ความจริงว่าเงินที่เราบริจาค ถูกเอาไปช่วยเหลือคนลำบากแค่ 2% ส่วนที่เหลือ 98% เขาเอาไปใช้ส่วนตัวหละ เราจะพูดอะไรกับเขาดี”
“ถ้าพี่ไม่ผิด ต่อให้ไม่มีทนายสักคนมาช่วยพี่ ยังไงพี่ก็ไม่ผิด …แต่ถ้าพี่ผิด ต่อให้มี 100 ทนายเทวดามาช่วย ยังไงพี่ก็ผิด พูดความจริงเท่านั้นที่จะคุ้มครองตัวพี่ได้”
ขณะที่เฟซบุ๊ก CSI LA โพสต์ข้อความถึงคดี บุ๋ม ปนัดดา ว่า ดราม่าพูลวิล่าคือการเบี่ยงประเด็นคดีรุกป่าเพื่อช่วย ‘คนมีสี’ หรือไม่? เพราะถ้าสืบต่อและขุดลึก ต้องมีข้าราชการระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน แต่กระแสข่าวกลับถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องยักยอกเงินมูลนิธิซึ่งสเกลเรื่องเล็กลงจนเหลือตัวละครแค่ 3 คน กับการฟอกเงินแบบบ้านๆ
คิดหรือว่าคนธรรมดาจะกล้ารุกป่าทหาร 100 ไร่ได้? แค่ชาวบ้านเก็บเห็ดยังโดนจับ แต่นี่ขนเครื่องจักรเข้าไปเคลียร์พื้นที่ ลำพัง ‘ก๊อต’ คนเดียวไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มี ‘คนมีสี’ เป็นแบ็คอัพคอยเปิดทางให้
และอย่าลืมนะว่า ‘มูลนิธิ’ ก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘วัด’ มันคือเครื่องฟอกเงินชั้นดีของกลุ่มผู้มีอิทธิพล อาศัยคราบคนดีและการบริจาคบังหน้า ตรวจสอบยาก
คดีดราม่าพูลวิลล่าอาจเป็นแค่การสละเบี้ยเพื่อปิดปาก และตัดตอนไม่ให้คนตามไปขุดเส้นทางการเงินของมูลนิธิว่าฟอกเงินให้ใครบ้าง
ชาวบ้านในพื้นที่แจ้งเบาะแสว่า ก๊อตมีที่ดินอีกประมาณ 10 ไร่ แถวคลองสิบ หนองเสือ (ซอยปุ๋ยคอก) โดยมีบ้านน็อกดาวน์ให้คุณแม่และพี่ของตัวเองพักอาศัยอยู่
首页 » 社交媒体 » 越深挖掘,发现越多!Boom Panadda 将 98% 的捐款用于个人用途——此案可能与身居要职的人有关。
Ekaphop Lueangprasert 指出,Boom Panadda 将 98% 的捐款用于个人用途,仅剩 2% 捐给了慈善基金会。与此同时,CSI LA 批评了土地问题,暗示这与一些有影响力的人物有关,并认为这是一种转移人们对洗钱活动注意力的策略。
2026 年 11 月 4 日,Facebook 页面“Sai Mai Must Survive”的创始人 Ekkapop Lueangprasert 在其 Facebook 页面“Ekkapop Sai Mai”上发布了一条消息,称:“如果每个人都知道真相,即我们捐赠的钱只有 2% 用于帮助有需要的人,而其余 98% 用于个人获利,我们会对他们说什么?”
“如果你是清白的,即使没有律师帮忙,你仍然是清白的……但如果你有罪,即使有100位优秀的律师为你辩护,你仍然是有罪的。只有说出真相才能保护你。”
与此同时,Facebook 上的 CSI LA 页面发布了关于 Boom Panadda 案的帖子,质疑这场泳池别墅闹剧是否是为了掩盖森林侵占案而采取的转移视线策略,以帮助“当权者”。他们认为,如果调查继续深入,肯定会牵涉到高级官员。然而,新闻报道的焦点已经转移到挪用基金会资金和简单的洗钱案上,涉案人员也仅限于三个人。
你觉得一个普通人会胆敢擅闯100莱的军用森林吗?就连村民采蘑菇都会被抓,现在他们居然动用重型机械来清理这片区域。“戈特”单凭一己之力是做不到的,背后肯定有“穿制服的人”撑腰,为他铺路。
别忘了,“基金会”和“寺庙”并无二致;它们是一些有影响力的团体洗钱的绝佳工具,以好人和捐款为幌子,使其难以受到审查。
泳池别墅事件可能只是为了平息不满情绪,阻止人们深入调查该基金会的财务状况,并查明它为谁洗钱而采取的策略。
当地居民透露,Got 在 Khlong Sip, Nong Suea (Soi Pui Khok) 附近拥有大约 10 莱土地,他的母亲和兄弟姐妹住在那里的一栋预制房屋里。