จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?从洪水泛滥到五彩斑斓的河水,工业废料污染问题何时才能结束?
ย้อนรอยที่มาของน้ำสีรุ้งจากการปนเปื้อนของกากอุตสาหกรรมในจ.ปราจีนบุรี มลพิษที่มากับน้ำท่วม จนนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

การเคลื่อนไหวของ "เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี" ที่นำรายชื่อประชาชนกว่า 32,000 คน มายื่นข้อเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก และ กากอุตสาหกรรม ย้อนดูที่มาของมลพิษในลำน้ำที่มีจุดเริ่มต้นจากน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ จนต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง
จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?
ช่วงเดือนต.ค. – พ.ย. 2569 พบน้ำสีรุ้งลอยเป็นแนวยาวบนผิวน้ำในช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ และไหลผ่านไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น บ้านสระมะเขือ บ้านคู้ลำพัน และบ้านโคกวัด ในอำเภอศรีมโหสถ
ผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ บ่อฝังกลบขยะและโรงงานรีไซเคิล ในพื้นที่ ซึ่งได้รับอนุญาตประกอบกิจการ คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล รวมถึงการนำน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน บดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
มีรายงานว่า คราบน้ำมันสีรุ้งมีร่องรอยเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับ บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ของ บริษัท กรีน-เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ 2 ประเภทหลัก คือ
• ใบอนุญาตประเภท 105 คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
• ใบอนุญาตประเภท 106 นำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วหรือสารทำละลายมาผ่านกรรมวิธีผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน บดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
จากการตรวจสอบของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า น้ำบริเวณท้ายบ่อฝังกลบมีการปนเปื้อนของ สารกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูงผิดปกติ แต่ผลตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้นจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่ายังไม่พบสารโลหะหนักอันตรายแบบเฉียบพลันรุนแรง
กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ใช้กฎหมายสั่งให้โรงงานต้นเหตุ หยุดประกอบกิจการทั้งหมดชั่วคราว เพื่อเร่งปรับปรุงและทำแผนฟื้นฟู พร้อมติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมันเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของคราบสีรุ้งให้อยู่ในวงจำกัด
แม้จะไม่พบสารอันตรายเฉียบพลัน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมหลีกเลี่ยงการสัมผัส การสูดดม หรือการนำน้ำที่มีการปนเปื้อนไปใช้ประโยชน์
การปนเปื้อนกากอุตสาหกรรม ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน เชื่อว่า อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปลาตายยกกระชังอย่างรวดเร็ว เมื่อนำตัวอย่างน้ำและเนื้อปลาไปตรวจในห้องแล็บ พบว่า น้ำท่วมได้ไปชะล้างและพัดพาสารพิษจากกองขยะพิษเถื่อนและบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี ไหลบ่าลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
ขณะเดียวกันยังตรวจพบโลหะหนักเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะ สารอลูมิเนียม และเหล็ก ตรวจพบในระดับสูงเกินค่ามาตรฐานปนเปื้อนในแม่น้ำ รวมถึงคราบน้ำมันกลุ่ม ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน จากปัญหาน้ำสีรุ้ง ซึ่งเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ และ ระบบภายในของสัตว์น้ำโดยตรง
ที่มาของปลาตาย เป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในท้องถิ่น เนื่องจากทางจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้พยายามจัดกิจกรรม "ชวนกินปลา" เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและยืนยันว่าน้ำในบางจุดยังผ่านเกณฑ์ ขณะที่ชาวบ้านและเกษตรกรตั้งคำถามและประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพราะจุดที่นำปลามาจัดกิจกรรมเป็นคนละจุดกับพื้นที่เสี่ยงปนเปื้อนสารเคมี ทำให้ชาวบ้านยังคงหวาดผวาและไม่กล้าซื้อปลาในพื้นที่มาบริโภคจนกว่าจะมีการพิสูจน์ที่ชัดเจนและครอบคลุม
ภาคประชาชน มีความกังวลว่า ความเสี่ยงจากน้ำท่วมพัดพาเอากากพิษลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม และการประมงน้ำจืด เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร
ภาคประชาชนและนักวิชาการสิ่งแวดล้อม จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบทั้งดิน น้ำ และตะกอนอย่างต่อเนื่องหลังน้ำลด เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมาย เช่น PRTR (ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ) เพื่อแก้ปัญหามลพิษและขยะอันตรายที่ต้นตออย่างยั่งยืน
วันที่ 4 พ.ย.2569 กลุ่มเครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนผู้เดือดร้อน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือและระดมรายชื่อประชาชนกว่า 32,000 รายชื่อ ส่งมอบตรงถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยชาวบ้านและเกษตรกรได้นำผลตรวจวิเคราะห์ค่าน้ำปนเปื้อนโลหะหนัก (สารอะลูมิเนียม) จากห้องแล็บไปแสดงเป็นหลักฐาน พร้อมยื่น 4 ข้อเรียกร้องสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตกากอุตสาหกรรม น้ำสีรุ้ง และปลาตายยกกระชัง
1. ประกาศให้ลุ่มน้ำปราจีนบุรีเป็น "เขตควบคุมมลพิษ"
เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานส่วนกลางสามารถบังคับใช้กฎหมายและจัดสรรงบประมาณพิเศษเข้ามาแก้ไขปัญหาสารพิษปนเปื้อนในดินและน้ำได้อย่างเร่งด่วนและเข้มข้นขึ้น
2. สั่งปิดโรงงานต้นเหตุอย่างถาวรและขนย้ายขยะพิษออกไป
เรียกร้องให้มีการสั่งปิดโรงงานรีไซเคิลและบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมที่เป็นต้นตอปล่อยน้ำสีรุ้งปนเปื้อนสารเคมี รวมถึงสั่งการให้มีการขนย้ายกองขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายทั้งหมดออกจากพื้นที่ชุมชน
3. ตรวจสอบเชิงรุกและเปิดเผยข้อมูลผลแล็บอย่างโปร่งใส
จี้ให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจวิเคราะห์สารพิษปนเปื้อนในน้ำ ดิน และตะกอนดินเชิงรุกอย่างครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง และต้องเปิดเผยผลแล็บรวมถึงข้อมูลสายธารการไหลของมลพิษให้ภาคประชาชนรับทราบอย่างตรงไปตรงมา
4. บังคับให้ผู้ประกอบการเยียวยาความเสียหายเต็มจำนวน
เรียกร้องให้ทส.กดดันเชิงกฎหมายและไล่บี้กับบริษัทเจ้าของกากสารเคมีให้มาชดเชยเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังและชาวนาที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและเต็มจำนวนทุกบาททุกสตางค์ พร้อมผลักดันให้มีการใช้มาตรการรุนแรง
เป็นเวลากว่า 1 เดือนที่ปัญหาดำเนินมาอย่างยืดเยื้อ ท้ายที่สุดแล้วทางออกที่ลงตัวที่สุดอยู่ที่ตรงไหน จะเป็นไปตามที่ภาคประชาชนขีดเส้นไว้ว่าขอคำตอบภายใน 15 วันหรือไม่
ต้นน้ำคึกคัก ปลายน้ำคุกรุ่น! ปราจีนบุรีจัดงาน "ชวนกินปลา" ท่ามกลางวิกฤตสารเคมี
เปิดผลตรวจแม่น้ำปราจีนฯ 5 จุด พบค่า pH เป็นกลางถึงด่างอ่อนๆ เร่งหาสาเหตุปลาตาย
สารปนเปื้อนแม่น้ำปราจีนฯ กระทบยอดขายปลาลดลง
เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี
บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม
“巴真府保护网络”运动向自然资源与环境部递交了一份拥有超过32000个签名的请愿书,要求该部解决重金属和工业废料污染问题。调查追溯了水体污染的源头,发现污染始于洪水导致水中出现彩虹色现象,引发当地居民担忧,并促使该部采取了这项严肃的行动。
从洪水泛滥到五彩斑斓的河水,工业废料污染问题何时才能结束?
2016 年 10 月至 11 月期间,洪水期间,尤其是在斯里玛哈普特县华瓦瓦镇,人们观察到水面上漂浮着一道长长的彩虹色条纹,并流向斯里玛霍索特县的班萨玛克瓦、班库拉姆潘和班科瓦等其他地区。
相关机构的调查显示,该事件与该地区的垃圾填埋场和回收厂有关,这些填埋场和回收厂均获得许可,可以进行垃圾分类和填埋,以及利用废润滑油生产替代燃料和粉碎电子元件。
报告显示,这片闪烁着彩虹色光泽的油污与位于斯里玛哈坡县华瓦街道的绿环境科技有限公司的工业废料填埋场有着明显的关联。这家工厂的经营许可证主要分为两类:
• 许可证类型 105:废物或未使用材料的分类和填埋。
• 许可证类型 106 涉及将废润滑油或溶剂加工成替代燃料或粉碎电子元件。
污染控制部门的检查发现,垃圾填埋场末端的水体受到异常高浓度的石油烃污染。然而,工业工程部门的初步水质检测表明,未检测到剧毒重金属。
工业工程部已依法责令涉事工厂暂时停止一切运营,以便加快整改并制定修复计划。同时,已安装围油栏,以控制彩虹色油污的扩散,并将其限制在一定范围内。
虽然没有发现急性有害物质,但官员们仍然警告洪水地区的人们避免接触、吸入或使用受污染的水。
工业废料污染导致养鱼户和社区组织认为,这可能是网箱中鱼类大量死亡的原因。对水样和鱼类样本的实验室检测显示,洪水将斯里玛哈坡县和卡宾布里县非法有毒废料堆放场和工业废料填埋场的毒素冲刷并带入公共水源。
与此同时,检测发现河水中重金属含量超标,特别是铝和铁的含量超过标准限值。此外,还发现了石油烃类油膜,导致河水变色,这些油膜对水生动物的呼吸系统和内脏系统有毒害作用。
死鱼的来源一直是当地热议的话题。省政府和副省长试图通过“吃鱼”运动来恢复公众信心,并保证部分地区的水质仍然符合标准。然而,村民和农民不断质疑和抗议,认为运动中投放死鱼的地点与存在化学污染风险的地区并不相同。因此,在进行彻底调查之前,村民们仍然心存疑虑,不愿购买和食用当地鱼类。
民间团体担心洪水可能会将有毒废物带入公共水源、农业区和淡水渔场,从而污染食物链。
因此,民间社会团体和环境学者呼吁在洪水消退后持续监测土壤、水和沉积物,公开透明地披露数据,并执行《污染物排放和转移登记册》(PRTR)等法律,以从源头上可持续地解决污染和危险废物问题。
2026年11月4日,巴真府保护网络联合养鱼户代表和受影响的民众,向自然资源与环境部长苏查特·乔姆克林先生递交了一封信函,并收集了超过32000个签名。村民和养鱼户提交了实验室分析结果,证明水中存在重金属(铝)污染,并提出了四项关键诉求,旨在解决工业废水、水体呈彩虹色以及养鱼场鱼类大量死亡等危机。
1. 将巴真武里河流域宣布为“污染控制区”。
这将为中央机构执法和拨出专项预算,紧急、集中地解决土壤和水体中的有毒物质污染问题铺平道路。
2. 责令永久关闭肇事工厂并清除有毒废物。
他们要求关闭造成化学污染的彩虹色污水排放的回收厂和工业垃圾填埋场,并下令清除社区区域内的所有电子垃圾和危险垃圾。
3. 主动监测并透明地公布实验室结果。
污染控制署应与相关机构合作,积极主动、全面地对所有高风险地点的水、土壤和沉积物中的有毒污染物进行现场分析。此外,实验室分析结果,包括污染物扩散路径的信息,必须向公众公开透明。
4. 要求企业主对损失提供全额赔偿。
该呼吁要求自然资源与环境部对拥有化学废料的公司施加法律压力,并采取法律行动,以确保其对受危机影响的渔民和稻农进行公平、全面的赔偿。该呼吁还包括敦促采取强有力的措施。
这个问题已经拖延了一个多月。最终,最合适的解决方案会在哪里?能否在公众设定的15天期限内得到答复?
上游活动繁忙,下游局势紧张!巴真府在化学品危机之中举办“吃鱼”活动。
巴真府河5个检测点的检测结果显示,河水pH值介于中性至弱碱性之间。有关部门正在紧急调查鱼类死亡原因。
巴真府河流污染影响了鱼类销售,导致鱼类销量下降。
巴真府保护网络
工业废弃物填埋场