หญิงออสเตรเลียถูกฝังใน "โลงศพเห็ด" ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย คืนร่างสู่ธรรมชาติตามเจตนารมณ์一位澳大利亚女子被埋葬在“蘑菇棺材”中,她的遗体在棺材中腐烂成肥料,回归自然,正如她生前所愿。
หญิงชาวออสเตรเลียวัย 70 ปี กลายเป็นคนแรกของประเทศที่ถูกฝังในโลงศพซึ่งเพาะขึ้นจากเส้นใยเห็ดและเส้นใยป่าน หวังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยโลงสามารถย่อยสลายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินภายใน 45 วัน

หญิงออสเตรเลียวัย 70 ถูกฝังใน "โลงศพเห็ด" ที่สร้างขึ้นจากเส้นใยเห็ดราเป็นครั้งแรกในออสเตรเลีย โดยสามารถย่อยสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินได้ภายในเวลาเพียง 45 วัน ต่างจากโลงไม้แบบเดิมที่อาจใช้เวลานานถึง 50 ปี สะท้อนเทรนด์การจัดงานศพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น
ออสเตรเลียจัดพิธีฝังศพรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม หลัง "แคโรลีน" หญิงวัย 70 ปี ซึ่งกลายเป็นบุคคลแรกในออสเตรเลียที่ถูกฝังในโลงศพที่เพาะขึ้นจากเห็ด พิธีศพของแคโรลีนจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนถูกฝังที่สุสานสปริงวูด ในพื้นที่บลูเมาน์เทนส์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยมีครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมพิธี
โลงศพดังกล่าวผลิตโดยบริษัท Loop Biotech จากเนเธอร์แลนด์ โดยใช้ ไมซีเลียม (mycelium) หรือโครงข่ายเส้นใยซึ่งเป็นส่วนคล้ายรากของเห็ด ผสมกับเส้นใยป่านที่ได้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร กระบวนการผลิตเริ่มจากนำวัสดุเพาะไปขึ้นรูปในแม่พิมพ์ภายในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเติบโตเป็นโลงศพที่พร้อมใช้งาน
หลังนำไปฝัง โลงชนิดนี้สามารถย่อยสลายและรวมตัวกับดินได้ภายในประมาณ 45 วัน ขณะที่โลงไม้แบบดั้งเดิมอาจใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 50 ปี ทั้งนี้ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและดิน
กระบวนการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายการทำปุ๋ยหมัก โดยทั้งร่างกายและโลงศพจะค่อย ๆ ย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติ และเปลี่ยนเป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน แทนที่จะทิ้งวัสดุที่ย่อยสลายได้ช้าหรือก่อมลพิษไว้ในสิ่งแวดล้อม
"โดนัลด์" สามีของแคโรลีน กล่าวว่า การเลือกใช้โลงเห็ดสอดคล้องกับแนวคิดและคุณค่าที่ภรรยาของเขายึดถือมาตลอดชีวิตซึ่งคือการช่วยเหลือผู้อื่นและการตอบแทนธรรมชาติ เขากล่าวว่า รู้สึกว่าแม้หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว แคโรลีนก็ยังสามารถทำบางสิ่งเพื่อผู้อื่นและคืนสิ่งที่มีให้แก่ธรรมชาติได้
บ็อบ เฮนดริกซ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Loop Biotech กล่าวว่า โลงดังกล่าวถูกออกแบบให้ย่อยสลายได้อย่างสมบูรณ์ และแทนที่จะสร้างมลพิษให้แก่ดิน กลับช่วยเพิ่มคุณค่าของดิน เฮนดริกซ์กล่าวว่า แนวคิดสำคัญคือการสร้าง "เปลือกห่อหุ้ม" สำหรับร่างกายที่สามารถย่อยสลายได้ และภายใต้สภาวะที่เหมาะสม โลงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินภายในประมาณ 45 วัน
โลงเห็ดแต่ละใบมีน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม และเฮนดริกซ์หวังว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมงานศพของออสเตรเลียมีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะการลดระยะเวลาที่วัสดุและร่างกายต้องใช้ในการย่อยสลาย
เฮนดริกซ์เริ่มพัฒนาแนวคิดนี้เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ขณะทำโครงการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟต์ในเนเธอร์แลนด์ และได้รับความสนใจจากลูกค้าในออสเตรเลียตั้งแต่ช่วงแรก แต่การนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ประเทศต้องใช้เวลา เนื่องจากออสเตรเลียมีกฎด้านความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวด ก่อนจะสามารถแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายในประเทศได้
แม้แคโรลีนจะเป็นคนแรกในออสเตรเลียที่ใช้โลงชนิดนี้ แต่เฮนดริกซ์ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้โลงเห็ดแล้ว หลายพันรายในยุโรปและสหรัฐฯ
ดร.ฮันนาห์ โกลด์ นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น กล่าวว่า ความสนใจต่อพิธีศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังเพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย เธอมองว่า เมื่อผู้คนจำนวนหนึ่งมีความผูกพันกับศาสนาที่เป็นสถาบันน้อยลง คุณค่าในด้านอื่น ๆ รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนจึงมีความสำคัญมากขึ้น
แนวคิดที่เรียกว่า "eco-death" หรือการจัดการความตายโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับความนิยม โดยมีมุมมองว่าหลังเสียชีวิต มนุษย์ไม่จำเป็นต้องมองว่าจุดหมายคือการไปสู่สวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่อาจเลือกที่จะกลับคืนสู่ผืนดินและเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ
อาชา ดูลีย์ กรรมการผู้จัดการของ Grace Funerals และประธานระดับชาติของ Funerals Australia ซึ่งเป็นผู้ดูแลพิธีศพของแคโรลีน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีในอุตสาหกรรมงานศพ เธอเห็นความสนใจด้านความยั่งยืนของครอบครัวผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา
เธอกล่าวว่า เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน มีครอบครัวเพียงไม่กี่รายที่ถามถึงทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันผู้คนต้องการพิธีอำลาที่สะท้อนวิถีชีวิตและคุณค่าของผู้เสียชีวิตมากขึ้น และเชื่อว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมงานศพของออสเตรเลีย
ด้าน "คริสติน" เพื่อนสนิทของแคโรลีน กล่าวว่า การได้เห็นเพื่อนนอนอยู่บนพื้นมอสส์ในพิธีศพให้ความรู้สึก "เกือบเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ" และรู้สึกเหมือนแคโรลีนกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินตั้งแต่ในช่วงพิธี
ปัจจุบันออสเตรเลียมีการจัดงานศพราว 200,000 ครั้งต่อปี และการฌาปนกิจมีสัดส่วนมากกว่าการฝังศพประมาณ 7 ต่อ 3 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่สำหรับฝังศพมีราคาแพง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างซิดนีย์และเมลเบิร์น อย่างไรก็ตาม การฌาปนกิจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการฌาปนกิจทั่วไปมีการประเมินว่าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 100 กิโลกรัมต่อร่าง แม้ตัวเลขจะแตกต่างกันไปตามวิธีการคำนวณและแหล่งข้อมูล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียเริ่มมีทางเลือกในการจัดการศพที่หลากหลายขึ้น เช่น alkaline hydrolysis หรือกระบวนการสลายร่างด้วยสารละลายด่างที่ใช้น้ำแทนเปลวไฟ การฝังศพตามธรรมชาติโดยไม่ฉีดสารรักษาสภาพศพ รวมถึงการฝังศพในระดับตื้น การฝังศพตามธรรมชาติบางรูปแบบใช้โลงกระดาษแข็งพร้อมเชือกสำหรับยกหรือเคลื่อนย้าย ซึ่งมีการประเมินว่าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าน้อยกว่า 10 กิโลกรัม
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิด human composting หรือการเปลี่ยนร่างมนุษย์ให้เป็นวัสดุคล้ายปุ๋ยหมัก โดยนำร่างไปย่อยสลายร่วมกับวัสดุอินทรีย์ เช่น เศษไม้และฟาง เป็นเวลาหลายสัปดาห์
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อเล็กซ์ กรีนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อเปิดทางให้การทำ "ปุ๋ยมนุษย์" ถูกกฎหมายในรัฐ หากผ่านความเห็นชอบ นิวเซาท์เวลส์จะกลายเป็นรัฐแรกของออสเตรเลียที่อนุญาตให้ใช้วิธีดังกล่าว
กรณีของแคโรลีนจึงไม่เพียงเป็นการจัดงานศพรูปแบบใหม่ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดเรื่องความตายในออสเตรเลีย ที่ผู้คนจำนวนมากขึ้นกำลังมองหาวิธีอำลาที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง ความยั่งยืน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการคืนกลับสู่ธรรมชาติ.
ที่มา Guardian / The Sydney Morning Herald
一位70岁的澳大利亚妇女被安葬在澳大利亚首例由真菌菌丝体制成的“蘑菇棺材”中。这种棺材只需45天即可分解成土壤,而传统的木制棺材则需要长达50年的时间才能分解。这反映了环保葬礼日益增长的趋势。
澳大利亚举行了一场别出心裁、兼顾环保的葬礼,70岁的卡罗琳成为澳大利亚首位使用人工栽培蘑菇制成的棺材下葬的人。卡罗琳的葬礼于9月4日举行,之后她被安葬在新南威尔士州蓝山地区的斯普林伍德公墓,家人和挚友出席了葬礼。
这款棺材由荷兰Loop Biotech公司生产,采用菌丝体(蘑菇的根状网络)与源自农业废料的麻纤维混合而成。生产过程首先是在温控室内将培养基放入模具中塑形,大约一周后即可长成成品棺材。
这种棺材下葬后,大约45天即可分解并与土壤融合,而传统的木棺则可能需要长达50年的时间才能分解。实际时间取决于环境和土壤条件。
这个过程类似于堆肥,尸体和棺材都会逐渐分解并回归自然,转化为滋养土壤的养分,而不是在环境中留下缓慢分解或污染环境的物质。
唐纳德是卡罗琳的丈夫,他说选择蘑菇棺材与妻子一生秉持的价值观和原则相符:帮助他人,回馈自然。他表示,他觉得即使卡罗琳去世后,她仍然能够为他人做些事情,回馈自然。
Loop Biotech 的创始人兼首席执行官鲍勃·亨德里克斯表示,这种棺材的设计旨在完全生物降解,不仅不会污染土壤,反而会提升土壤价值。亨德里克斯解释说,其核心理念是为遗体创造一个可分解的“外壳”,在合适的条件下,棺材将在大约 45 天内融入土壤。
每个蘑菇形棺材重约 30 公斤,亨德里克斯希望这项技术能够帮助澳大利亚的殡葬业变得更加可持续,特别是通过减少材料和尸体分解所需的时间。
亨德里克斯大约五年前在荷兰代尔夫特理工大学从事一项研究项目时开始构思这个概念。它很快引起了澳大利亚客户的兴趣,但由于澳大利亚严格的生物安全法规,在指定当地经销商之前,产品进口到该国的过程耗时较长。
虽然卡罗琳是澳大利亚第一个使用这种棺材的人,但亨德里克斯指出,此前欧洲和美国已有成千上万的人使用过蘑菇棺材。
墨尔本大学文化人类学家汉娜·戈尔德博士表示,澳大利亚人对环保葬礼的兴趣日益浓厚。她观察到,随着人们对制度化宗教的依赖性降低,其他价值观,包括环境和社区理念,变得越来越重要。
“生态死亡”的概念,即在处理死亡时考虑到环境因素,正日益受到欢迎。它认为,人死后不一定非要升入天堂,也可以选择回归大地,成为自然循环的一部分。
负责卡罗琳葬礼安排的格雷斯殡仪馆总经理兼澳大利亚殡葬协会全国主席阿莎·杜利表示,在她从事殡葬行业的 15 年里,她明显感受到人们对丧亲家庭长期福祉的关注度显著提高,尤其是在过去的 4-5 年里。
她说,大约五年前,只有少数家庭咨询环保型葬礼方案,但现在人们希望葬礼能够反映逝者的生活方式和价值观,她认为这可能是澳大利亚殡葬业发生重大转变的开端。
卡罗琳的密友克里斯汀说,看到朋友躺在葬礼上的苔藓上,感觉“几乎就像置身于一个奇幻世界”,而且感觉从仪式开始的那一刻起,卡罗琳就与大地融为一体。
目前,澳大利亚每年大约举行20万场葬礼,其中火葬的数量约为土葬的7倍,部分原因是墓地费用高昂,尤其是在悉尼和墨尔本等大城市。然而,火葬会通过温室气体排放对环境造成显著影响。据估计,每次火葬平均会释放超过100公斤的二氧化碳,尽管这一数字会因计算方法和数据来源的不同而有所差异。
近年来,澳大利亚开始提供更多样的遗体处理方式,例如碱性水解法(使用碱性溶液而非火焰分解遗体)、不使用防腐液的自然葬以及浅葬。一些自然葬方式使用纸板棺材,并用绳索进行吊装或搬运,据估计,这种方式释放的二氧化碳当量不到10公斤。
与此同时,还有人类堆肥的概念,即将人类遗骸与木屑、稻草等有机材料一起,经过数周的分解,转化为类似堆肥的材料。
去年六月,新南威尔士州议员亚历克斯·格林威治提出一项法案,旨在使“人体肥料”在该州合法化。如果该法案获得通过,新南威尔士州将成为澳大利亚第一个允许这种做法的州。
因此,卡罗琳的案例不仅是一种新的葬礼形式,也反映了澳大利亚死亡观念的转变,越来越多的人正在寻找符合可持续发展、减少环境影响和回归自然理念的告别方式。
来源:《卫报》/《悉尼先驱晨报》