เดโมแครตครองสภา สหรัฐฯ "ยุคใหม่" ไร้การค้าเสรี อาเซียนต้องพึ่งตัวเอง民主党控制国会;美国进入没有自由贸易的“新时代”;东盟必须自力更生。
"กวี" วิเคราะห์ชัยชนะของเดโมแครตเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เป็นสัญญาณสะท้อนความไม่พอใจต่อ "ทรัมป์" แต่ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะกลับมามีบทบาทนำโลกเหมือนเดิม เตือนอาเซียนรับมือแนวคิด America First และสงครามการค้าที่ยังดำเนินต่อไป

วันนี้ (5 พ.ย.2569) กวี จงกิจถาวร สื่อมวลชนอาวุโส วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ลงคะแนนเสียงชาวอเมริกันได้ส่งสัญญาณอันเด่นชัดด้วยการเทคะแนนให้พรรคเดโมแครต จนสามารถยึดครองเสียงข้างมากได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
การพ่ายแพ้ครั้งนี้ ถือเป็นหมัดน็อกทางการเมืองครั้งใหญ่ที่ส่งตรงถึง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยเรียกร้องให้ประชาชนลงคะแนนเสียง โดยคิดว่ามีชื่อของเขาอยู่ในคูหาเลือกตั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นการปฏิเสธตัวทรัมป์และนโยบายของเขาอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม กวี ระบุว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ควรตีความผลการเลือกตั้งนี้เกินจริง หรือหลงคิดว่าสหรัฐฯ จะหวนคืนสู่นโยบายแบบเดิม เนื่องจากชาวอเมริกันลงคะแนนต่อต้านตัวบุคคลอย่างทรัมป์ แต่ไม่ได้ปฏิเสธโครงสร้างของสหรัฐฯ ที่หล่อหลอมเขาขึ้นมา ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีหลังปี 2571 สหรัฐอเมริกาในรูปแบบปัจจุบันจะยังคงดำรงอยู่ต่อไป
ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของสหรัฐฯ ยังคงเป็นเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ ราคาสินค้าในร้านขายของชำ ค่าเช่าบ้าน ระบบสุขภาพ และการจ้างงาน รวมถึงความไม่พอใจต่อปัญหาคอร์รัปชัน การย้ายถิ่นฐาน และสงครามในต่างประเทศ
คองเกรสใหม่ตรวจสอบทรัมป์ แต่สงครามการค้ายังไม่จบ
สภาคองเกรสที่ควบคุมโดยเดโมแครต จะทำหน้าที่ตรวจสอบคานอำนาจประธานาธิบดี ชะลอนโยบายที่ไร้ทิศทาง จัดการไต่สวน และบล็อกงบประมาณ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ในอดีตที่เคยสนับสนุนการค้าเสรี ปกป้องประชาธิปไตยทั่วโลก และยอมจ่ายเงินเพื่อรักษาชีพระเบียบโลกจะกลับคืนมา
เพราะบทเรียนตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เดโมแครตตระหนักว่า ฐานเสียงของตนก็ต้องการนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) เช่นกัน เพียงแต่อาจไม่แสดงออกอย่างเปิดเผย และต้องการให้ชาติพันธมิตรร่วมแบกรับภาระมากกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญ สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ นโยบายคุ้มครองการค้าและมาตรการกำแพงภาษี จะยังคงถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางการค้าต่อไป เนื่องจากแนวคิดปกป้องตลาดภายในประเทศ หรือ Protectionism ได้กลายเป็นจุดยืนร่วมของทั้ง 2 พรรคใหญ่ในวอชิงตันไปแล้ว
ประเทศในอาเซียนอย่างไทย เวียดนาม มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ที่เคยพึ่งพาและได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ จะต้องยอมรับความจริงว่ายุคทองเหล่านั้นได้สิ้นสุดลงเป็นการถาวร
นอกจากนี้ การเมืองภายในสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะสู้รบอย่างหนักตลอด 2 ปีข้างหน้า มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและกระแสการถอดถอนทรัมป์ ส่งผลให้ความไม่แน่นอนของทรัมป์ทวีความรุนแรงขึ้น และอาจกระทบต่อการเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปค
กวี จงกิจถาวร สรุปบทวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ จะยิ่งหันกลับไปให้ความสนใจกับปัญหาภายในของตนเอง เมินเฉยต่อประเด็นสิทธิมนุษยชน และยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางมากขึ้นในทศวรรษข้างหน้า แม้สหรัฐฯ จะยังคงทรงอิทธิพลด้วยกองทัพที่แข็งแกร่ง นวัตกรรมจากซิลิคอนวัลเลย์ และสถาบันการศึกษาชั้นนำ
แต่ปัญหาหลักในปัจจุบันคือ การขาดเจตจำนงทางการเมือง ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงไม่ควรรอคอยให้วอชิงตันหวนกลับมา แต่ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็ง เสริมสร้างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและความร่วมมือในภูมิภาคให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อรับมือกับโลกและสหรัฐอเมริกาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ที่มา : America voted against Trump, not for the World
แก่งกระจานเปิดเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดูสัตว์ป่าเส้นทาง "ทุ่งหญ้าห้วยคมกฤต"
ผบช.ก.เผยไม่เกินศุกร์นี้ชัดหมายจับฉ้อโกงเงินมูลนิธิองค์ทำดี ยันไร้ต่อรองประกันตัว
"ออยศรี" ร้อง กมธ.ปปง.ตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
今天(2026 年 11 月 5 日),资深记者 Kavee Chongkitthaworn 分析了美国中期选举的结果,指出美国选民通过压倒性地支持民主党发出了明确的信号,使民主党能够在众议院和参议院都获得多数席位。
这次败选对唐纳德·特朗普总统来说是一次沉重的政治打击。他曾敦促民众投票,相信自己的名字会出现在选票上。然而,选举结果却明确地表明了选民对特朗普及其政策的否定。
然而,这位诗人认为,东南亚国家不应过度解读选举结果,也不应错误地认为美国会恢复旧政策。虽然美国民众投票反对像特朗普这样的人,但他们并没有否定塑造他的美国体制。无论2028年后谁赢得总统大选,如今的美国都将继续存在。
影响美国发展方向的主要因素仍然是经济状况,包括食品价格、租金、医疗保健系统和就业,以及对腐败、移民和对外战争的不满。
新一届国会正在审查特朗普,但贸易战尚未结束。
民主党掌控的国会将制衡总统的权力,阻止其推行反复无常的政策,开展调查,并否决预算案。但这并不意味着过去那个支持自由贸易、捍卫全球民主、为维护世界秩序做出贡献的美国会重现。
由于过去十年吸取的教训,民主党人意识到他们的选民也想要“美国优先”的政策,但可能不会公开表达出来,他们希望他们的盟友能更多地分担责任。
对东南亚而言,一个关键问题是,保护主义贸易政策和关税将继续被用作贸易武器,因为保护主义已成为华盛顿两大政党的共同立场。
泰国、越南、马来西亚和印度尼西亚等东盟国家曾经依赖美国并享受着对美国的贸易顺差,如今它们必须接受这样的现实:那些黄金时代已经永远结束了。
此外,未来两年美国国内政治将进入一段激烈的冲突时期。对特朗普启动弹劾调查和弹劾程序将加剧其政治地位的不确定性,并可能影响他参加东盟和亚太经合组织峰会。
Kavee Chongkitthaworn 在他的分析中总结道,未来十年,美国将越来越关注自身的内部问题,忽视人权问题,变得更加以自我为中心,尽管凭借其强大的军事力量、硅谷的创新能力和领先的学术机构,美国仍将保持影响力。
然而,当前的主要问题是缺乏政治意愿。东南亚各国不应坐等华盛顿回归,而应加快加强和深化经济一体化和区域合作,以应对世界和美国发生的根本性变化。
来源:美国投票反对特朗普,而不是支持世界。
Kaeng Krachan 开放生态旅游,提供沿“怀科姆克里特草原”路线观赏野生动物的机会。
刑事镇压部门专员透露,最迟将于周五发出涉嫌诈骗翁谭迪基金会人员的逮捕令,并确认不会进行保释谈判。
“Oysri”组织请求反洗钱委员会调查向善行基金会的捐款。
美国中期选举