จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน从有毒的科克河到湄公河流域灾难:解决跨界毒性问题的教训(对谁而言)。
นับตั้งแต่ไทยพีบีเอสภาคเหนือเปิดประเด็นการพบสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ต้นตอของปัญหาจาก “เหมืองแร่” ในเมียนมายังไม่ได้รับการแก้ไข และกำลังลุกลามทั้งลุ่มแม่น้ำโขง

จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน
แม่น้ำกกเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ มีต้นกำเนิดในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ก่อนผ่าน อ.เมืองเชียงราย และอีกหลายอำเภอของ จ.เชียงราย จากนั้นไหลลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณบ้านสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2568 ซึ่งตรงกับวันหยุดเขื่อนโลก ไทยพีบีเอสได้รับแจ้งจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ว่า แม่น้ำกกมีสภาพขุ่นเข้ม นับตั้งแต่เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือน ต.ค. 2567 และไม่เคยกลับมาใสอีกเลย
ช่วงเวลาดังกล่าว มูลนิธิร่มโพธิ์ได้รณรงค์ให้แม่น้ำกกกลับมาใสสะอาดดังเดิม พร้อมร้องเรียนไปยัง สส.ในพื้นที่และรัฐสภา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2568 โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์
นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)
นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เปิดเผยกับไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2568 ซึ่งถือเป็นสำนักข่าวแรกที่ได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุน้ำขุ่น โดยระบุว่าพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน อยู่ที่ 0.016 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ขอรายงานให้จังหวัดเชียงใหม่รับทราบก่อน
ต่อมา เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2568 ไทยพีบีเอสได้นัดสัมภาษณ์ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันว่าแม่น้ำกกมีสารพิษปนเปื้อน โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่ว และพบการปนเปื้อนกระจายทั่วลุ่มน้ำกก ลุกลามไปถึง อ.เมือง จ.เชียงราย (4 มี.ค. 2568)
หลังข่าวการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกกแพร่กระจายออกไป คำถามในช่วงแรกมุ่งไปที่ผลกระทบด้านสุขภาพจากสารหนูและสารพิษชนิดอื่นที่ตรวจพบ แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ สารพิษเหล่านี้มาจากไหน
จะบอกว่าสารหนูมาจากการทำเหมืองทองคำ ยังไม่มีการยืนยัน ถ้าดูภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นการเปิดหน้าดิน ส่วนจะบอกว่าเป็นเหมืองทองคำ อาจให้ฝ่ายความมั่นคงนำมายืนยัน
• ด่วน! สคพ.1 ตรวจพบ “สารหนู” แม่น้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ www.thaipbs.or.th/news/content/350938
• สำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ เปิดผลตรวจ “แม่น้ำกก” พบปนเปื้อนสารหนูกว่าเท่าตัว www.thaipbs.or.th/news/content/350954
เมื่อแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ ผลกระทบแรกที่เกิดขึ้นคือประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก โดยเฉพาะ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ บริเวณแก่งทรายมูล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเล่นน้ำชื่อดัง อีกแห่ง คือจุดขึ้นเรือท่องเที่ยวล่องแม่น้ำกก แม้จะเป็นช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ แต่กลับแทบไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ
ไทยพีบีเอสได้พูดคุยกับคนขับเรือล่องแม่น้ำกก พบว่าหลังมีข่าวตรวจพบสารพิษ นักท่องเที่ยวจำนวนมากยกเลิกการจอง เนื่องจากกังวลเรื่องสารพิษในน้ำ เช่นเดียวกับธุรกิจแพเปียกที่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณแก่งทรายมูล ซึ่งได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน
อาหารสดและของต่าง ๆ ที่ซื้อกักตุนไว้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับตั้งแต่มีข่าวพบสารหนู แทบไม่มีคนมาเที่ยวเลย ถ้าเป็นช่วงใกล้สงกรานต์แบบนี้ ปกติคนจะมาลงเล่นน้ำ แต่จนถึงตอนนี้ไม่มีคนมา และน้ำก็ยังไม่เคยใสเลยนับตั้งแต่น้ำท่วมปี 2567
ผู้ค้าร้านอาหารแพริมแม่น้ำกก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2568
ชาวบ้านหลายคนลงน้ำกก พบมีอาการผื่นคัน แม้จะไม่สามารถยืนยันเกี่ยวข้องกับสารพิษในน้ำกกหรือไม่
ชาวบ้านใน ต.ท่าตอน หลายคนที่เคยลงสัมผัสน้ำกกเริ่มมีผื่นขึ้นตามร่างกาย แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการดังกล่าวเกิดจากสารหนูหรือสารพิษที่ตรวจพบหรือไม่ แต่ภาพผื่นตามร่างกายก็กลายเป็นภาพจำที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องผลกระทบจากสารพิษ ส่งผลให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขเร่งสำรวจความเสี่ยงของประชาชนและตรวจสอบแหล่งน้ำประปา นำมาสู่คำถามสำคัญว่า ประชาชนจะอยู่ร่วมกับแม่น้ำที่ปนเปื้อนสารพิษได้อย่างไร
สิ่งที่ต้องเร่งทำคือ ตรวจสอบว่าใครบ้างได้รับสารพิษ พืชผักมีการปนเปื้อนอย่างไรบ้าง น้ำไหลไปไหน มีสารอะไรบ้าง และตกค้างที่ไหน ซึ่งจะต้องหยุดกิจกรรมเหมืองแร่ เป็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันมาก จะต้องมาคุยกันว่าจะร่วมกันแก้ปัญหาและช่วยเหลือชาวบ้านและสังคมลุ่มน้ำกกอย่างไร ให้เข้าใจสิทธิของตัวเอง สิทธิของแม่น้ำและชุมชน
มาลี สิทธิเกรียงไกร อาจารย์ประจำศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อ่านเพิ่มเติม: แม่น้ำกก-สาย พบสารพิษปนเปื้อน ภาคประชาชน-วิชาการ จี้เร่งฟื้นฟู หวั่นกระทบวิถีชีวิต www.thaipbs.or.th/news/content/351190
คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอนับตั้งแต่ตรวจพบสารพิษในแม่น้ำกก คือ สรุปแล้วสารพิษมาจากเหมืองแร่จริงหรือไม่ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่จนถึงขณะนั้นกลับยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน
นายอาวีระเคยตั้งข้อสังเกตว่า โลหะหนัก เช่น สารหนู สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากกระบวนการทางธรรมชาติและการเปิดหน้าดิน ซึ่งอาจทำให้สารพิษเหล่านี้ถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำกก
แต่คำถามที่ยากกว่านั้นคือ พื้นที่ต้นน้ำกกอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา และอยู่ในเขตอิทธิพลของกลุ่มว้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยเห็นการทำเหมืองแร่อย่างชัดเจน
จึงเป็นที่มาของรายงานพิเศษของไทยพีบีเอส ที่นำเสนอภาพถ่ายจากแผนที่และเปิดเผยภาพเรือทำเหมืองแร่ในแม่น้ำเป็นครั้งแรก ประกอบกับรายงานการศึกษาของเครือข่ายมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2567 ซึ่งเคยถูกตั้งคำถามเสมอมาว่า โคลนและทรายจำนวนมหาศาลที่ไหลลงมานั้นมาจากไหน?
รายงานดังกล่าวถ่ายทอดผ่านบทสัมภาษณ์ผู้ที่เคยทำเหมืองแร่ในเมียนมาและลาว เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมเหมืองแร่บริเวณต้นน้ำ
อ่านเพิ่มเติม: เจาะเหมืองแร่ "ต้นแม่น้ำกก-น้ำสาย" มลพิษข้ามพรมแดน https://www.thaipbs.or.th/news/content/351096
(บทความชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวออนไลน์เชิงสืบสวนยอดเยี่ยม ในงานประกวดข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 (Digital News Excellence Awards 2025))
หลังจากมีการนำเสนอแผนที่เหมืองแร่ หน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง โดยเฉพาะสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพกิจกรรมการเปิดหน้าดิน ซึ่งมีลักษณะคล้ายการทำเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำกกในประเทศเมียนมา
อย่างไรก็ตาม คำถามที่สังคมและหน่วยงานภาครัฐยังสงสัยคือ จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสารพิษเหล่านี้มาจากเหมืองแร่จริง?
ตัวอย่างน้ำผิวดินแม่น้ำกก เพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
ทีมข่าวไทยพีบีเอสได้ปรึกษา รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ซึ่งเคยศึกษาการแพร่กระจายสารพิษสู่สิ่งแวดล้อมในประเทศเมียนมา โดยได้ร่วมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและดินตลอดลุ่มแม่น้ำกก ตั้งแต่บริเวณที่แม่น้ำไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ ต.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ ผ่าน อ.เมืองเชียงราย ไปจนถึงจุดที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง อ.เชียงแสน เพื่อพิสูจน์หาต้นตอของสารพิษ
ผลการศึกษาวิจัยเบื้องต้นชี้ชัดเป็นครั้งแรกว่า สารพิษมาจากเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา พบการปนเปื้อนสารหนูสัมพันธ์กับตัวชี้วัดการทำเหมืองแร่หายากประมาณ 69.7 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สัมพันธ์กับการทำเหมืองทองคำ 30.3 เปอร์เซ็นต์
รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
อ่านเพิ่มเติม: เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย “นิติวิทยาศาสตร์ฯ” จับต้นทางมลพิษจากเหมืองแร่ในแม่น้ำกก www.thaipbs.or.th/news/content/354203
ปลาแค้ในแม่น้ำกก มีตุ่มตามลำตัว
ภาพปลาแค้ที่มีตุ่มขึ้นตามลำตัวสร้างความสะเทือนใจและกระทบความเชื่อมั่นในการบริโภคปลาและสัตว์น้ำจากลุ่มน้ำกก จนประชาชนจำนวนมากไม่กล้ากินปลา
ในช่วงแรก กรมประมงระบุว่าอาการดังกล่าวเกิดจากโรคของปลาและการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ไทยพีบีเอสได้ลงพื้นที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และพบหลักฐานสำคัญจากงานวิจัยของ รศ.ดร.ธนพล และคณะ ที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างอาการป่วยของปลากับสารพิษในแม่น้ำกก
พบสัญญาณเตือนจากปลาที่ป่วยผิดปกติ อันอาจสัมพันธ์กับการปนเปื้อนของโลหะและกึ่งโลหะในแม่น้ำ ทำให้ปลาอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ
• เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก www.thaipbs.or.th/news/content/354006
• พบ “ปลาแม่น้ำกก” ผิวเป็นตุ่ม วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบ โยงสารพิษแม่น้ำกกหรือไม่ www.thaipbs.or.th/news/content/351479
• ม.นเรศวร เปิดผลตรวจ “ปลาแค้” สัมพันธ์น้ำปนเปื้อนสารพิษ จ.เชียงราย https://www.thaipbs.or.th/news/content/354075
• เปิดผลวิจัย "ปลาแม่น้ำกก" พบปลาหายาก 55 ชนิด 4 ชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์ จากสารพิษข้ามพรมแดน https://www.thaipbs.or.th/news/content/570845
ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น มีคณะกรรมาธิการรัฐสภาหลายคณะ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไข พร้อมทั้งมีนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน ภายใต้คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร
ด้านรัฐบาลได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก และจัดประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก
หลังการประชุม มีข้อเสนอแก้ไขปัญหาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศเสนอให้สร้างฝายดักตะกอน ส่วนการแก้ปัญหากับต่างประเทศเสนอให้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจากับเมียนมา
หลักการฝายดักตะกอนเป็นโครงสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อให้ความเร็วของน้ำลดลง สามารถกรองตะกอนและทำให้สารปนเปื้อนตกตะกอนได้
เวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ
• "ภูมิธรรม" ดันสร้างเขื่อนแม่น้ำกก-สาย ป้องกันสารปนเปื้อน www.thaipbs.or.th/news/content/352390
• ข้อมูลเหมืองรัฐฉานยังไม่เคลียร์ “กรมทรัพยากรน้ำ-คพ.” ดันผุดฝายใช้งบกว่า 7.6 พันล้าน www.thaipbs.or.th/news/content/352592
• นายกฯ สั่งด่วนเร่งแก้สารปนเปื้อน “แม่น้ำกก” www.thaipbs.or.th/news/content/352339
ภาคประชาชน-วิชาการลุกฮือ ย้ำแก้ปัญหาสารพิษต้องแก้ที่ต้นเหตุเหมืองแร่
ข้อเสนอการแก้ปัญหาด้วยการสร้างฝายดักตะกอนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของรัฐบาลอย่างกว้างขวาง ภาคประชาชนและนักวิชาการต่างกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจซ้ำเติมปัญหา
แม้ท้ายที่สุดรัฐบาลเดิมจะยุบสภาและมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่แนวคิดเรื่องฝายดักตะกอนก็ยังถูกนำเสนออีกครั้งในรูปแบบโครงการม่านดักตะกอน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ต่างกัน
เมื่อมีการจัดเวทีประชาพิจารณ์ 2 แห่ง ได้แก่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ อ.เมือง จ.เชียงราย ภาคประชาชนต่างลงมติไม่เห็นด้วยกับโครงการ จนนำไปสู่การยกเลิกและเปลี่ยนแนวทางไปสู่การฟื้นฟูแหล่งน้ำแทน
เรามีบทเรียนจากฝายดักตะกอนที่ลำห้วยคลิตี้ จ.กาญจนบุรี ว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาสารพิษได้
สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
• ชำแหละ! “ฝายดักสารพิษ” ไม่ใช่คำตอบแก้ “มลพิษเหมืองแร่รัฐฉาน-เมียนมา” www.thaipbs.or.th/news/content/353310
• กังวลฝาย-ม่านดักตะกอน สารพิษแม่น้ำกกซ้ำเติมปัญหา ร้อง รมว.ทส.ทบทวน ชี้ไม่ใช่ทางออกแก้ปัญหา? www.thaipbs.or.th/news/content/357380
• ฟื้น “พรุหญ้าท่าตอน” สู่การอนุรักษ์ แก้สารพิษลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ www.thaipbs.or.th/news/content/505321
เหมืองบนพื้นที่ทับซ้อน “การเมืองเมียนมา” สารพิษขยายสู่ลุ่มน้ำโขง
รายงานของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ระบุว่า บริเวณต้นแม่น้ำกกมีเหมืองแร่หายากอย่างน้อย 3 แห่ง ยังไม่รวมเหมืองแร่อื่น ๆ เช่น เหมืองทองคำและเหมืองดีบุก
การขยายตัวของเหมืองแร่มีปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาลงทุนร่วมกับกลุ่มว้า กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับการเจรจาของรัฐบาลไทย
แม้จะมีการเจรจาและล่าสุดมีข้อตกลงร่วมระหว่างไทย-เมียนมาเพื่อแก้ไขปัญหาสารพิษ แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเป็นไปได้ในการจัดการปัญหาสารพิษตั้งแต่ต้นทางของเหมืองแร่
ก่อนหน้านี้ไทยพีบีเอสได้เปิดเผยภาพและขั้นตอนการทำเหมืองแร่บริเวณแม่น้ำกก รวมถึงสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลว่า เหมืองแร่ยังคงปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะของแม่น้ำกกและลุ่มน้ำโขง
ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการประชุมคณะทำงานร่วมและลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาจริง โดยที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผยข้อมูลบริษัทเหมืองแร่ 20 บริษัทที่ดำเนินกิจการในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก
การประชุม TBC ที่ผ่านมา จ.ท่าขี้เหล็ก ปฏิเสธว่าไม่มีเหมืองในพื้นที่รับผิดชอบ แต่เป็นของกองกำลัง ซึ่งทางการไทยต้องนำข้อมูลเหมืองของ 20 บริษัท สอบถามทางการเมียนมาว่าเหมืองที่อนุญาตอยู่บริเวณใดในแผนที่
ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
• เปิด 20 บริษัทเหมืองแร่ จ.ท่าขี้เหล็ก จี้ไทย-เมียนมา หาสาเหตุสารพิษข้ามพรมแดน แม่สาย จ.เชียงราย www.thaipbs.or.th/news/content/571731
• สกู๊ปพิเศษ! เปิดพื้นที่อิทธิพล “ว้า” สู่เหมืองแร่ : กระทบคนลุ่มน้ำโขง-แม่กก-แม่สาย www.thaipbs.or.th/news/content/352045
• สกู๊ปพิเศษ! เปิดต้นทางมลพิษ! ขั้นตอนการทำเหมืองทุนจีน ทิ้งสารปนเปื้อนแม่กก-แม่สาย-น้ำโขง www.thaipbs.or.th/news/content/352969
• สว.จี้รัฐบาลจริงใจแก้ “มลพิษแม่กก” เจรจาจีน-ว้า ทำธุรกิจแบบรับผิดชอบ www.thaipbs.or.th/news/content/352876
• “แก้สารพิษ” แม่น้ำกก-สาย มลพิษข้ามพรมแดน ผ่านมุมมอง “กฎหมาย-ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” www.thaipbs.or.th/news/content/351427
หลักฐานสารพิษแม่น้ำกก สู่สารพิษแม่น้ำโขง
แม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขง เช่นเดียวกับแม่น้ำสายต่าง ๆ ในเมียนมาและลาว ซึ่งหลายพื้นที่มีการทำเหมืองแร่บริเวณต้นน้ำ
แม้จะมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายให้แก้ไขปัญหาผ่านกลไกระหว่างประเทศ เช่น อาเซียน คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ และความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย แต่ดูเหมือนว่าปัญหาการปล่อยสารพิษจากเหมืองแร่ลงสู่แม่น้ำยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไทยพีบีเอสได้ลงพื้นที่สำรวจแม่น้ำโขงตอนบน ตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นจุดบรรจบชายแดนไทย ลาว และเมียนมา ไปจนถึงบริเวณใกล้พรมแดนจีน
สิ่งที่พบไม่ได้มีเพียงลำน้ำสาขาในประเทศไทย เช่น แม่น้ำกกและแม่น้ำรวกที่มีการปนเปื้อนสารพิษเท่านั้น แต่ยังพบแม่น้ำเลนและแม่น้ำโหลยในเมียนมาที่มีสภาพไม่ต่างกัน โดยมีการปล่อยสารปนเปื้อนจากกิจกรรมเหมืองแร่ลงสู่แม่น้ำ
การทำเหมืองแร่กลางแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดน เมียนมา-ลาว
เหมืองแร่ เมืองเชียงขวาง สปป.ลาว ขยายตัวมากขึ้นจากลงทุนจากกลุ่มทุนจีนและเวียดนาม
อีกสิ่งหนึ่งที่ไทยพีบีเอสพบ คือ การทำเหมืองแร่จำนวนมากบริเวณกลางแม่น้ำโขงตลอดเส้นทางตั้งแต่ไทย เมียนมา และลาว ไปจนถึงบริเวณใกล้พรมแดนจีน สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้มีเพียงแม่น้ำกกเท่านั้นที่กำลังเผชิญชะตากรรม แต่พื้นที่แม่น้ำโขงเองก็กำลังเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน
ส่วนแม่น้ำโขงตอนกลาง ทั้งใน จ.เชียงรายและภาคอีสาน มีรายงานการตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและลำน้ำสาขาในประเทศลาวก็เผชิญปัญหาสารพิษจากกิจกรรมเหมืองแร่เช่นเดียวกัน
ไทยพีบีเอสได้สำรวจพื้นที่เหมืองแร่ในลาว พบว่ามีเหมืองแร่กระจายอยู่ในหลายแขวง โดยเฉพาะแขวงเชียงขวาง ซึ่งมีทั้งเหมืองแร่หายากและเหมืองทองคำกระจายอยู่ทั่วลุ่มน้ำเงี๊ยบ โดยน้ำจากลุ่มน้ำดังกล่าวไหลลงสู่แม่น้ำโขง
• เจาะเหมืองแร่ในลาว “มหันตภัยข้ามพรมแดน” หวั่นกระทบลุ่มแม่น้ำโขง www.thaipbs.or.th/news/content/358068
• สารพิษโผล่กลางแม่น้ำโขงซ้ำ พบเหมืองรัฐฉาน–เรือขุดกลางน้ำต้องสงสัยต้นตอ www.thaipbs.or.th/news/content/502491
บทเรียนแม่น้ำกก สู่หายนะแม่น้ำโขง
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคเปิดเผยรายงานผลการตรวจปัสสาวะของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งไหลผ่าน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เลย หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยง กำหนดขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ และวางแผนเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน
ผลการตรวจสารหนูในปัสสาวะของประชาชนระหว่างปี 2568-2569 พบว่า ในปี 2569 มีประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองรวม 10,711 คน และเก็บตัวอย่างปัสสาวะ 1,269 คน ในจำนวนนี้พบผู้มีระดับสารหนูรวมเกินค่าอ้างอิง 94 คน
อ่านเพิ่มเติม: กรมควบคุมโรค เผยพบสารหนูเกินค่า 94 คนภาคเหนือ-อีสาน จากปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน www.thaipbs.or.th/news/content/572085
อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพ ยังไม่รวมผลการตรวจข้าวและพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษในห่วงโซ่อาหาร
ขณะเดียวกัน การประปาส่วนภูมิภาคเชียงรายยังต้องหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่เปลี่ยนจากแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อนสารพิษ โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท
ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกและลุ่มน้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขาต่าง ๆ กำลังสะท้อนให้เห็นว่า หากการแก้ไขปัญหายังคงดำเนินไปในลักษณะเดิม ประชาชนไม่ได้มีเพียงคนในลุ่มน้ำกกเท่านั้นที่ต้องเผชิญความเสี่ยง แต่ยังรวมถึงประชาชนในลุ่มน้ำโขงและแม่น้ำสาละวินด้วย
หากไม่สามารถหยุดยั้งต้นตอของปัญหาและจัดการมลพิษข้ามพรมแดนได้อย่างจริงจัง วันหนึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับผลกระทบจากสารพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากเหมืองแร่โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
นี่คือบทเรียนจากแม่น้ำกกที่กำลังขยายวงไปสู่ลุ่มน้ำโขง และเป็นคำถามสำคัญว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อหายนะที่กำลังเกิดขึ้นกับแม่น้ำและชีวิตของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ศูนย์ข่าวไทยพีบีเอสภาคเหนือ
从有毒的科克河到湄公河流域灾难:解决跨界毒性问题的教训(对谁而言)。
郭河是一条国际河流,发源于缅甸掸邦。它在泰国清迈府湄艾县塔通镇流入泰国,之后流经清莱府清莱县及其他几个县,最终在清莱府清盛县班索郭附近汇入湄公河。
2025 年 3 月 14 日,正值世界反对水坝日之际,泰国公共电视台 (Thai PBS) 从泰国人权基金会获悉,自 2024 年 10 月发生特大洪水以来,科克河一直非常浑浊,并且再也没有恢复到清澈的状态。
在此期间,罗姆普基金会积极奔走,力求恢复郭河原有的清澈状态,并向当地国会议员和国民议会提出申诉,敦促相关机构展开调查。申诉于2025年3月19日提交,预计1-2周内会有结果。
清迈第一区环境与污染控制办公室主任 Aveera Pakmat 先生。
2025年3月24日,清迈府环境污染控制办公室第一区主任阿维拉·帕克马特先生向泰国公共电视台透露,水体浑浊的原因被检测出砷含量超标,为每升0.016毫克。泰国公共电视台是第一家收到有关水体浑浊原因初步信息的媒体。但他要求先将此事报告给清迈府。
随后,2025年3月25日,泰国公共电视台(Thai PBS)首次采访了清迈第一区污染控制与环境办公室主任,证实科克河受到有毒物质污染,特别是砷和铅。污染范围遍及科克河流域,远至清莱府的清莱县(2025年3月4日)。
在科克河有毒物质污染的消息传开后,最初的问题集中在砷和其他检测到的毒素对健康的影响上。然而,随后出现的关键问题是:这些毒素来自哪里?
目前尚无证据表明砷来源于金矿开采。航拍照片显示土地裸露。不过,这还需要安全部队的证实。
• 紧急!泰国第一区污染控制部门在清迈府湄艾县的科克河中检测到砷。www.thaipbs.or.th/news/content/350938
• 环境办公室公布的检测结果显示,郭氏河砷含量超标两倍以上。www.thaipbs.or.th/news/content/350954
当河流受到毒素污染时,首当其冲的是居住在科克河沿岸的居民,特别是清迈府湄艾县塔通镇,尤其是热门游泳胜地岗赛门附近地区。另一个受影响的地区是科克河游船的出发点;即使在泼水节前夕,也几乎没有游客使用该服务。
泰国公共电视台采访了科克河上的船夫,发现有毒物质检测结果公布后,许多游客因担心水中毒素而取消了预订。在赛门急流附近提供漂流游泳项目的商家也受到了影响。
为迎接泼水节,人们储备了新鲜食物和其他物品。自从砷污染的消息传出后,几乎没有游客前来。往年泼水节前后,人们都会来这里游泳,但至今无人问津,而且自2024年洪水以来,水质一直浑浊不堪。
2025年4月7日,我们采访了清迈府湄爱县塔通街道科克河沿岸漂浮筏上的餐馆老板。
一些进入科克河的村民报告说出现了瘙痒性皮疹,但尚无法确认这是否与水中的任何毒素有关。
塔顿区许多与科克河接触过的村民身上出现了皮疹。虽然尚未证实这些症状是由河水中检测到的砷或其他毒素引起的,但这些皮疹的出现已成为人们反复关注的焦点,引发了对有毒物质影响的担忧。这促使公共卫生机构紧急评估公众风险并对自来水水源进行检测,进而引出了一个关键问题:人们如何在一条被毒素污染的河流中生存?
当务之急是调查哪些人中毒、蔬菜是如何被污染的、水流向何处、污染物质的种类以及残留地点。这需要停止采矿活动。这是一个高度政治化的问题,涉及诸多利益交织,因此我们需要探讨如何合作解决问题,帮助科克河流域的村民和社区,确保他们了解自身权利、河流权利以及社区权利。
清迈大学民族研究与发展中心讲师马里·西蒂克里恩克莱。
阅读更多:科克河和赛河被发现受到毒素污染;民间团体和学术界敦促立即采取修复措施,担心会对生活方式造成影响。www.thaipbs.or.th/news/content/351190
自从在郭氏河中检测到毒素以来,人们一直在问:这些毒素是否真的来自矿区?政府机构尤其需要官方确认,但时至今日,仍然没有人能够给出明确的答案。
阿维拉先生此前指出,砷等重金属既可以通过自然过程产生,也可以通过土壤挖掘产生,这可能会导致这些毒素被冲入科克河。
但更棘手的问题是:科克河上游地区位于缅甸掸邦,处于佤邦集团的影响范围内,而该地区从未公开进行过采矿活动。
这促使泰国公共电视台(Thai PBS)制作了一期特别报道,首次公开了地图上的照片以及河中采矿船的影像。该报道还结合了泰亚人权基金会网络的一项研究,以及2024年特大洪水后的实地调查。这场洪水一直引发人们的疑问:大量泥沙从何而来?
该报告通过对缅甸和老挝的前矿工进行采访而编制,以揭示上游采矿活动的信息。
阅读更多:在科克河和赛河源头采矿:跨境污染 https://www.thaipbs.or.th/news/content/351096
(本文是2025年数字新闻卓越奖最佳调查性网络新闻或纪录片类别的获奖作品之一。)
在采矿地图公布后,几个政府机构,特别是地理信息和空间技术发展局(GISTDA),发布了缅甸科克河上游类似采矿作业的土地清理活动图像。
然而,社会和政府机构仍然想知道的问题是:如何证明这些有毒物质确实来自矿井?
我们将使用从郭氏河采集的地表水样本进行环境法医指纹分析。
泰国公共电视台(Thai PBS)新闻团队咨询了泰国纳黎萱大学工程学院副教授塔纳蓬·彭拉特博士(Dr. Thanapol Penrat)。彭拉特博士是泰国环境法医指纹鉴定领域的专家,曾研究过缅甸有毒物质向环境的扩散。他们共同采集了科克河流域的水样和土壤样本。科克河从清迈府塔通区流入泰国,流经清莱市,最终在清盛县汇入湄公河。此次调查旨在追踪有毒物质的来源。
初步研究结果首次表明,有毒物质来源于缅甸的矿山。研究发现,砷污染与稀土开采相关指标的相关性约为69.7%,与黄金开采相关指标的相关性约为30.3%。
纳黎萱大学工程学院副教授 Thanaphol Penrat 博士。
阅读更多:关键证据揭晓:法医研究追溯到郭河采矿污染源。www.thaipbs.or.th/news/content/354203
科克河里的鲶鱼全身长满了疙瘩。
鲶鱼身上长满疙瘩的画面令人心碎,影响了人们对食用郭溪流域鱼类和水生动物的信心,导致许多人不敢吃鱼。
最初,渔业部将这些症状归因于鱼类疾病和感染。然而,泰国公共电视台(Thai PBS)与那黎宣大学合作,从塔纳蓬副教授及其团队的研究中发现了关键证据,表明鱼类疾病与科克河中的毒素有关。
已检测到鱼类出现异常疾病的预警信号,可能与河流中金属和半金属污染有关。这会导致鱼类身体虚弱,易受感染,对生态系统构成威胁。
• 研究和法医鉴定结果显示,郭氏河受到砷和重金属污染,其来源为稀土矿物。www.thaipbs.or.th/news/content/354006
• 考克河发现鱼皮凹凸不平;当局敦促展开调查,确定是否与考克河中的毒素有关。www.thaipbs.or.th/news/content/351479
• 纳黎萱大学公布检测结果,指出“鲶鱼”与清莱府水体有毒污染有关。https://www.thaipbs.or.th/news/content/354075
• 研究发现,科克河中栖息着55种珍稀鱼类,其中4种因跨境毒素污染而面临灭绝风险。https://www.thaipbs.or.th/news/content/570845
郭河有毒物质污染问题日益受到关注。包括参议院和众议院在内的多个议会委员会已前往该地区考察,听取相关问题和解决方案建议。此外,来自清迈的人民党议员帕塔拉蓬·利拉帕特先生担任众议院自然灾害和公共灾难预防与减灾委员会下属的跨界水污染研究小组委员会主席。
政府已下令采取紧急行动解决郭溪问题,并召集国家环境委员会下属小组委员会开会,推动解决郭溪有毒污染问题。
会后,各方提出了解决国内和国际问题的方案。在国内,方案建议修建泥沙捕集器;在国际上,方案建议成立一个工作组与缅甸进行谈判。
沉淀堰的原理是利用蓄水结构降低水流速度,从而过滤掉沉积物并使污染物沉淀。
水资源部副部长 Vesarat Sophondirekrat。
• “Phumtham”力主在科克河上修建水坝以防止污染。www.thaipbs.or.th/news/content/352390
• 掸邦的采矿信息仍然不明朗;水资源厅和污染控制厅正在推进水坝建设,预算超过76亿泰铢。www.thaipbs.or.th/news/content/352592
• 总理下令紧急处理郭河污染问题。www.thaipbs.or.th/news/content/352339
民间社会和学术团体纷纷站出来,强调解决有毒污染问题需要从采矿作业的根本原因入手。
政府提出的修建泥沙捕集器的解决方案引发了广泛批评。民间团体和学术界都担心该项目可能会加剧问题。
尽管上届政府最终解散了议会,新政府上台执政,但沉积物拦截器的概念以沉积物幕墙项目的形式重新引入,该项目也受到了类似的批评。
在清迈府湄艾县塔通街道和清莱府直辖县分别举行了两次公众听证会,公众一致投票反对该项目,导致该项目被取消,转而进行水资源恢复。
我们从北碧府怀克利提的泥沙拦截坝中了解到,它无法解决有毒物质的问题。
Somkiat Khueanchingsa,生命河流协会主席。
• 深入剖析!“有毒物质拦截坝”并非解决“缅甸掸邦采矿污染”的良方。www.thaipbs.or.th/news/content/353310
• 有人担忧堰坝和沉沙池会加剧科克河有毒物质污染问题;呼吁自然资源与环境部长重新考虑,认为这些设施并非解决之道。www.thaipbs.or.th/news/content/357380
• 为保护环境并治理清迈府湄艾县科克河流域的毒害问题,修复“塔顿沼泽”。www.thaipbs.or.th/news/content/505321
与缅甸政治气候重叠的雷区正在向湄公河流域扩散有毒物质。
掸邦人权基金会的一份报告显示,郭河上游至少有三座稀土矿,还不包括金矿和锡矿等其他矿山。
采矿作业的扩张主要由中国与佤族合作投资推动,这给泰国政府的谈判带来了重大挑战。
尽管泰国和缅甸就解决有毒物质问题进行了谈判并达成了一项协议,但该协议因缺乏在矿山源头管理有毒物质的可行性而受到严厉批评。
此前,泰国公共电视台(Thai PBS)曝光了科克河地区采矿作业的图片和细节,包括许多方面担忧矿场持续向水源排放有毒物质,这可能导致科克河和湄公河流域发生灾难。
湄发銮大学社会创新学院讲师苏布萨库尔·基努孔博士强调,解决问题必须从召开联合工作组会议和开展实地调查以评估实际情况开始。他指出,此前已有信息披露,在塔奇力县塔奇力地区有20家矿业公司在运营。
在最近的TBC会议上,大其力县否认其管辖区域内有任何矿场,声称这些矿场属于武装部队。随后,泰国当局被要求向缅甸当局提供20家公司的矿场信息,并在地图上标明这些已获许可矿场的确切位置。
Suebsakul Kitnuakorn 博士,湄发銮大学社会创新学院讲师。
• 泰国大其力县的20家矿业公司被敦促调查清莱府湄赛县跨境有毒污染事件的原因。(www.thaipbs.or.th/news/content/571731)
• 独家报道!揭秘佤族在采矿业的影响:对湄公河、湄公河谷和湄赛河流域居民的影响。www.thaipbs.or.th/news/content/352045
独家报道!揭露污染源头!中国投资的采矿活动导致湄公河、湄赛河和湄公河受到污染。www.thaipbs.or.th/news/content/352969
• 参议员敦促政府真诚解决“湄公河污染”问题,并与中国和佤族进行谈判,以寻求负责任的商业行为。www.thaipbs.or.th/news/content/352876
• “净化”科克河和赛河:从“法律与国际关系”视角探讨跨界污染问题 www.thaipbs.or.th/news/content/351427
科克河的毒性证据导致湄公河也出现毒性。
科克河汇入湄公河,缅甸和老挝的许多其他河流也汇入湄公河,上游许多地区都有采矿活动。
尽管各方都提出了通过东盟、湄公河委员会、湄公河-澜沧江合作框架等国际机制以及联合国等国际组织,并与日本和澳大利亚等国家合作来解决该问题的方案,但采矿作业向河流排放有毒物质的问题似乎仍然存在。
泰国公共电视台(Thai PBS)对湄公河上游进行了调查,从泰国、老挝和缅甸三国交界的金三角地区一直到靠近中国边境的地方。
研究结果不仅限于泰国境内的支流,例如受毒素污染的科克河和鲁阿克河。缅甸的伦河和黎河也存在类似情况,采矿活动产生的污染物被排放到河流中。
在湄公河中游,靠近缅甸-老挝边境地区进行矿产开采。
由于中国和越南企业的投资,老挝川圹省的采矿业正在扩张。
泰国公共电视台(Thai PBS)还发现,湄公河中游地区,从泰国、缅甸和老挝一直延伸到靠近中国边境的海域,采矿活动十分猖獗。这表明,面临这种困境的并非只有科克河一带,而是整个湄公河流域都面临着类似的问题。
据报道,湄公河中游地区,包括清莱府和泰国东北部,砷含量超标。与此同时,老挝境内湄公河流域及其支流地区的居民也面临着采矿活动带来的有毒污染问题。
泰国公共广播公司(Thai PBS)对老挝的矿区进行了调查,发现矿场零星分布在多个省份,特别是川圹省,该省的涅普河流域分布着稀土矿和金矿。涅普河流域的水最终汇入湄公河。
• 老挝采矿:一场“跨界灾难”,令人担忧其对湄公河流域的影响。www.thaipbs.or.th/news/content/358068
• 湄公河再次出现有毒物质;掸邦的矿场和河中央的一艘挖泥船被怀疑是污染源。www.thaipbs.or.th/news/content/502491
郭氏河的教训:湄公河灾难。
疾病控制厅公布的数据显示,对流经清迈府、清莱府、湄宏顺府、黎府、廊开府、汶干府和那空帕侬府七个府的湄赛河、湄鲁阿河、湄公河和萨尔温江流域居民进行了尿检,以确定高风险地区、确定受影响人群范围并制定公共卫生监测计划。
2025年至2026年间对人群进行的尿砷检测结果显示,2026年共有10711人接受了筛查,并收集了1269份尿液样本。其中,94人的总砷含量超过参考限值。
阅读更多:泰国疾病控制厅透露,由于跨境有毒物质暴露,泰国北部和东北部94人体内砷含量超标。www.thaipbs.or.th/news/content/572085
然而,该报告仅包含有关健康影响的信息,并未包含对清莱府大米和农产品的检测结果,而这些结果可能反映了食物链中存在有毒污染的风险。
与此同时,清莱府自来水公司也在寻找新的原水来源,以取代面临有毒污染的科克河,投资额超过 20 亿泰铢。
科克河和湄公河流域(包括其支流)的有毒污染问题反映出,如果解决问题的方法保持不变,不仅科克河流域的人们将面临风险,湄公河流域和萨尔温江流域的人们也将面临风险。
如果问题的根源得不到遏制,跨境污染得不到有效管理,那么总有一天,生活在这些流域的人们将不可避免地面临采矿作业释放的有毒物质的影响。
这是科克河的教训,现在这种教训正在蔓延到湄公河流域,它提出了一个关键问题:谁将为河流遭受的灾难以及整个流域人民的生命安全负责?
报道人:Kowit Boontham,泰国公共电视台北部新闻中心。