สภาสังคมสงเคราะห์ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ “ปลัดเก่ง-ดร.วันดี” ร่วมแจม!!全国社会福利理事会正在集思广益,制定策略;“常任秘书Keng和Wandee博士”也参与了讨论!
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ การดำเนินงาน ภายใต้หัวข้อ “ต่างบทบาท หนึ่งหัวใจ ร่วมสร้างสังคมไทย ที่เกื้อกูล”

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ การดำเนินงาน ภายใต้หัวข้อ “ต่างบทบาท หนึ่งหัวใจ ร่วมสร้างสังคมไทย ที่เกื้อกูล”
วันที่ 9 กันยายน 2569 วานนี้เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ 3 ชั้น 4 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และมูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน (มพม.) สมัย พ.ศ.2569 - 2573 เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ภายใต้หัวข้อ “ต่างบทบาท หนึ่งหัวใจ ร่วมสร้างสังคมไทย ที่เกื้อกูล” ระหว่างวันที่ 8 - 9 กันยายน 2569 ซึ่งมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานมูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติเพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน เป็นประธาน โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน ร่วมบรรยายพิเศษ โดยมีคณะกรรมการ ภาคีเครือข่าย ร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับผู้มีศีลเสมอกัน เนื่องจากทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ คือผู้มีบุญที่ร่วมกันทำงานจิตอาสาสนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด และรวมทั้งแก้ไขในสิ่งผิด คำว่า 904 เป็นพระนามที่ประชาชนทั่วไปรู้จักกันดี โครงการ จิตอาสา 904 เป็นโครงการแรก ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งขึ้น หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ ส่วนใหญ่ในห้องนี้เกินครึ่งคือผู้มีจิตอาสาทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว วันนี้จึงมาพูดให้พวกเราภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ ความเป็นผู้นำจิตอาสานั้น นอกจากพวกเราสนองเป้าประสงค์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยแล้ว ตอนจบคือ เป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาตินี้ คือพระองค์ทำให้พสกนิกรของพระองค์ให้พ้นทุกข์ มีความสุขมากยิ่งขึ้น ตรงกับคำขวัญของกระทรวงมหาดไทยที่ว่า บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
“เมื่อคนมีสุข แผ่นดินภายใต้ร่มพระบารมีนี้ก็มั่นคง การทำงานจิตอาสาของพวกเราถือว่าเป็นการแบ่งเบาราชภาระให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์มีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการที่สืบสาน รักษา ต่อยอด และปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อพสกนิกรของพระองค์ เมื่อครอบครัวมั่นคง ชุมชนอยู่ดีมีสุข ประเทศชาติก็จะมั่นคงตาม ความเป็นผู้เสียสละของพวกทุกคน อย่าคิดว่า
พวกเราได้บุญอย่างเดียว ถือว่าพวกเราได้สืบทอดเจตนารมณ์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย พวกท่านในที่นี้ถือว่าได้ปฏิบัติธรรมหลักพระพุทธศาสนาคือ ปฏิบัติบูชา คือการลงมือปฏิบัติแล้วในการที่เสียสละเวลา ทรัพย์สินเงินทองช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งที่หายากยิ่งในสังคมที่นับวันคนผู้มีจิตอาสาและเสียสละนับน้อยถอยลงทุกวัน"
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจะประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนสิ่งหนึ่งที่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยควรทำคือ การระดมสรรพกำลังจากภาคีเครือข่าย 7 เครือข่ายมาร่วมด้วยช่วยกันประกอบด้วยเครือข่าย ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน เอกชน ประชาสังคม และเครือข่ายภาคสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่เฉพาะสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยเท่านั้นที่พึงทำ แม้กระทั่งองค์กรอื่น ๆ ก็ควรทำ เพื่อความยั่งยืนต่อไป.
ขณะที่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวว่า วันนี้เป็นการต้อนรับที่ดียิ่ง รู้สึกภูมิใจในการได้เป็นส่วนหนึ่งของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน ความจริงตอนนี้เกษียณแล้ว ขายธุรกิจไปแล้ว นั่นคือ เรื่องโซล่าเซลล์ที่คนขนานนามให้ว่า เจ้าแม่โซล่าเซลล์ เมื่อพูดถึงคำว่าเกษียณเมื่อ 15 ปีที่แล้วตั้งใจเกษียณไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนี้ขายธุรกิจไปแล้ว สาเหตุที่ทำโซล่าเซลล์เมื่อปี พ.ศ.2553 เพราะรักสิ่งแวดล้อม อยากให้ประเทศไทยใช้พลังงานสะอาด อยากให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาโลกใบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยากมากตอนที่เริ่มทำธุรกิจโซล่าเซลล์ต้องหาทุน 280 ล้านบาท ขายทรัพย์สินทุกอย่างทั้งบ้าน ที่ดิน ระดมทุนก็ยาก ยุคนั้นคนไม่ค่อยรู้จักพลังงานสะอาดหรือโซล่าเซลล์ ไปกู้เงินตามธนาคารก็ไม่ได้เพราะอายุมาก ธนาคารแนะนำให้ติดต่อทุนต่างชาติก็ไม่รู้จักใครเลย ใช้เวลา 5 ปี กู้เงิน 28,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ใช้หมดแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเกษียณดังตั้งใจเอาไว้ อยากใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
“คำว่าแม่นั้นเป็นชื่อที่สมเกียรติ แม่ทำอะไรก็ได้เพื่อลูก ชีวิตแม่ไม่มีเงินเดือน มีแต่ใจ คนเป็นแม่เจอหน้าลูกเมื่อไรก็สุขใจเมื่อนั้น ความเป็นแม่ในสายตาของแม่ อาจไม่ได้เก่งที่สุด แต่ในสายตาลูกแม่คือคนเก่งที่สุด การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั่นคือแม่ แม่จึงเป็นผู้เสียสละที่สุด ตามสถิติมีสัดส่วนคนเป็นแม่อยู่มาก จึงขอให้เวทีนี้ส่งใจให้คนเป็นแม่ 1 หมื่นคน ส่งไปให้ถึง 15 ล้านคน พวกเราคนเป็นแม่ ถือว่าเป็นพลังสำคัญในการที่ส่งเสริมให้มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ อยากให้พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมสร้างจิตสำนึกในการแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งตนเองตอนที่เข้ามาทำงานสังคมใหม่ ๆ ยึดบุคคลต้นแบบคือ “สมเด็จพระพันปีหลวง” พระองค์เสียสละมาก
ทรงงานหนัก เพื่อพสกนิกรของพระองค์ และเพื่อผู้หญิงทุกคน ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ เป็นนักจิตอาสา นักสังคมสงเคราะห์ จึงถือว่าทุกคนเป็นผู้มีบุญมาก.”
ด้าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ได้กล่าวขอบคุณผู้บรรยายพิเศษเนื่องจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ถือว่าเป็นแบบอย่างของนักจิตอาสา และเป็นครูประวัติศาสตร์ของตนเองด้วย พร้อมกันนี้ยินดีฟังคำแนะนำจากทั้ง 2 ท่านเพื่อนำไปปรับปรุงองค์กรและกล่าวขอบคุณหัวหน้าภาคสภาสังคมสงเคราะห์จากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน
โดยการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้คณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภารกิจของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมโดยรวมต่อไป.
在皇家赞助下,泰国国家社会福利委员会正在收集意见,以“不同角色,同心协力:共同建设互助的泰国社会”为主题,制定行动策略。
2026年9月9日下午1点,在泰国国家社会福利理事会(由皇家赞助)位于Centara Life政府综合大楼及会议中心Vayupak会议中心四楼的Vayupak 3会议室,召开了国家社会福利理事会和国家杰出母亲基金会(NIMF)2026-2030年度执行委员会会议。会议旨在确定以“不同角色,同心协力:携手共建互助型泰国社会”为主题的各项行动策略,该主题活动将于2026年9月8日至9日举行。国家社会福利理事会主席兼国家杰出母亲基金会主席马纳斯·诺努奇(Manas Nonuch)中校主持了会议。前内政部常务秘书苏提蓬·朱尔查伦先生和泰国国家社会福利委员会名誉顾问、国家杰出母亲基金会名誉顾问万迪·昆乔尼亚孔·朱尔查伦博士发表了专题演讲。委员会成员出席了会议,合作伙伴网络成员也全程聆听了演讲。
苏提蓬·楚加伦先生表示,能与志同道合的人士共同参与此次活动,他深感荣幸。他指出,在场的每一位都是品德高尚之士,他们自愿奉献时间,以实现国王陛下维护、发展和纠正不法行为的皇家愿景。“904”这个名字早已家喻户晓;“904志愿服务项目”是国王陛下登基后设立的首批项目之一。他提到,在场人士中超过半数已是致力于服务社会的志愿者,今天他们齐聚一堂,是为了增强对自身工作的自豪感。他强调,志愿服务的领导力,除了实现泰国国家社会福利理事会的目标外,最终也体现了对国家、宗教和君主制的忠诚。这种对国家的忠诚源于国王陛下为减轻人民的苦难、促进人民的幸福所做的努力,这与内政部的座右铭“减轻苦难,促进福祉”相一致。
“人民安居乐业,陛下仁慈庇佑下的国土方能安宁稳定。我们的志愿服务被视为减轻陛下负担的一种方式。陛下坚定决心继续秉持公正,守护、发展和治理这片土地,造福他的子民。家庭安稳,社区繁荣,国家自然也会安宁稳定。不要以为我们所有人的无私奉献是值得骄傲的。”
“我们唯有如此才能获得功德;我们秉承泰国国家社会福利理事会的精神,展现对王室的忠诚。在座各位都被认为践行了佛教的基本原则,特别是‘修行’,即积极奉献时间、资源和金钱去帮助有需要的人。在当今社会,志愿者和愿意做出牺牲的人日益减少,这种精神也愈发难能可贵。”
苏提蓬·楚加罗恩先生进一步补充道,为了取得可持续的成功,泰国国家社会福利理事会应该做的一件事是调动其七个网络合作伙伴的资源:政府部门、学术界、宗教组织、公共部门、私营部门、民间社会和媒体。这至关重要,不仅泰国国家社会福利理事会应该这样做,其他组织也应该这样做,以实现长期可持续发展。
万迪·昆乔尼亚孔·朱拉查伦博士表示,今天的欢迎仪式非常隆重,她很荣幸能成为泰国国家社会福利理事会(由皇家赞助)和“全民母亲”国家杰出母亲基金会的一员。她透露,她现在已经退休,并出售了她一手创办的太阳能电池公司——正是这家公司让她赢得了“太阳能电池女王”的美誉。她解释说,她原本计划15年前退休,但后来还是决定出售公司。她于2010年创办了这家太阳能电池公司,因为她热爱环境,并希望泰国能够使用清洁能源,为保护地球环境做出贡献。她坦言,创业之路异常艰辛,需要2.8亿泰铢的启动资金。为了筹集资金,她不得不变卖所有资产,包括房屋和土地。当时,清洁能源或太阳能电池对很多人来说还很陌生。由于年龄原因,她无法从银行获得贷款,尽管银行建议她联系外国投资者,但她却不认识任何人。她花了五年时间才获得这笔2800万泰铢的贷款,现在贷款已全部偿还。因此,她现在可以如愿退休,过上简单的生活。
“‘母亲’一词值得尊敬。母亲会为孩子付出一切。母亲的生命没有薪水,只有一颗赤诚之心。母亲的快乐源于看到孩子。在母亲眼中,她或许不是最有能力的,但在孩子眼中,她却是最有能力的。无私奉献是母亲的本质。因此,母亲是最无私的。从统计数据来看,母亲占人口的很大比例,所以我呼吁大家在这个平台上向一万名母亲表达我们最真挚的支持,这份支持将惠及一千五百万人。我们作为母亲,是支持国家杰出母亲基金会的重要力量。我希望我们所有人都能参与其中,共同培养对国家、宗教和君主制的忠诚。当我刚开始从事社会工作时,我视诗丽吉王太后为我的榜样。她做出了巨大的牺牲。”
“他为他的人民和所有妇女不懈努力。在座的每一位都是志愿者,都是社会工作者,因此我们都非常幸运。”
警官马纳斯·诺努奇博士感谢特邀嘉宾苏提蓬·楚尔加伦先生,称其为志愿服务的榜样,也是他的历史老师。他还表示愿意听取两位嘉宾的建议,以改进组织工作,并感谢来自全国各地的区域社会福利委员会负责人出席此次活动。
本次会议的目标是使委员会和利益相关者能够共同制定有效的操作指南,以符合社会福利理事会的使命,并造福公众和社会整体。