หวิดล่ม ขอนับองค์ประชุมกลางดึกหลายรอบ สะพัดรัฐบาลผุดแผนรวบรัดงบฯ กกต. ให้จบเช้ามืด会议几乎崩溃,深夜多次有人要求清点法定人数。有传言称,政府计划加快选举委员会预算的审批,争取在第二天清晨完成。
สภาหวิดล่ม ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมกลางดึกหลายรอบ หลังสะพัดรัฐบาลผุดแผนรวบรัดงบฯ กกต. ให้จบเช้ามืด ป้องกันฝ่ายค้านรุมถล่มฮั้ว สว. ช่วงประชาชนกำลังสนใจ ก่อนลุกประท้วงซัดกันไปมา

สภาหวิดล่ม ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมกลางดึกหลายรอบ หลังสะพัดรัฐบาลผุดแผนรวบรัดงบฯ กกต. ให้จบเช้ามืด ป้องกันฝ่ายค้านรุมถล่มฮั้ว สว. ช่วงประชาชนกำลังสนใจ ก่อนลุกประท้วงซัดกันไปมา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเวลา 23.30 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งพิจารณามาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยแต่ละมาตรายังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลงชื่อร่วมอภิปรายอย่างต่อเนื่อง และประธานในที่ประชุมไม่ได้มีการปิดลงชื่อผู้ประสงค์จะอภิปราย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สส.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดยพรรคภูมิใจไทย ได้มีการหารือและนัดหมาย สส. เพื่อเตรียมความพร้อมในการร่วมประชุมอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพิจารณาถึงมาตรา 32 ว่าด้วยงบประมาณขององค์กรอิสระ หน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ซึ่งเป็นที่จับตาว่าจะมีการอภิปรายพาดพิงถึงงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย
โดย แหล่งข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความตั้งใจจะอภิปรายลากยาวให้มาตรา 32 ดังกล่าวพิจารณาแล้วเสร็จภายในคืนนี้ แม้ว่าจะล่วงเลยไปถึงเวลา 03.00-05.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน เพื่อให้ช่วงเวลาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายถึงสำนักงาน กกต. รวมถึงคดีฮั้ว สว. ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นที่สนใจของประชาชน เพราะหากอภิปรายในช่วงเช้าของวันที่ 10 กันยายน คาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจติดตามการอภิปรายมากกว่า สอดคล้องกับบรรยากาศที่ในช่วงหนึ่ง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ลงจากบัลลังก์มาพูดคุยหารือกับ สส.พรรคภูมิใจไทย บริเวณที่นั่งด้านล่างในช่วงเวลาประมาณ 23.30 น.
อย่างไรก็ตาม แม้ประธานในที่ประชุมจะขอให้คณะกรรมการประสานงานร่วม (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือกันว่าจะมีการกำหนดวาระในวันที่ 10-11 กันยายน อย่างไร ซึ่งเดิมทีมีการหารือด้วยวาจากันว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ให้แล้วเสร็จในวันที่ 10 กันยายน และนัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 11 กันยายน เพื่อพิจารณาญัตติด่วนสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ตามด้วยวาระรับทราบรายงานการปฏิบัติงานในปี 2567 ของสำนักงาน กกต.
ต่อมาเมื่อเวลา 23.43 น. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน แก้สถานการณ์โดยการขอให้นับองค์ประชุมระหว่างการพิจารณาในมาตรา 25 งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ สส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคน ขอให้รอสมาชิกเดินทางกลับเข้ามาเป็นองค์ประชุมก่อน
ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติให้นับองค์ประชุม หากวันนี้มีความชัดเจนว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ให้จบในวันพรุ่งนี้ภายในเวลาเท่าใด เพราะตนเห็นใจเจ้าหน้าที่ อีกทั้งฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือในการถอนชื่อผู้อภิปรายออกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร
ในระหว่างที่ นายปกรณ์วุฒิ กำลังหารือ มี สส.พรรคร่วมรัฐบาลส่งเสียงแทรกเป็นระยะ ทำให้นายปกรณ์วุฒิ กล่าวปรามว่าขอให้มีมารยาทหน่อย ต่อมา นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้หารือว่า เราเหนื่อยล้ามาหลายวัน แต่เราเห็นตรงกันใช่หรือไม่ว่าคืนนี้หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ประธานจะพักการประชุมและนัดประชุมต่อ ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาช้านาน สมัยก่อนประชุม 7 วัน 7 คืนก็เคยมาแล้ว จึงเห็นว่าสมาชิกควรหาทางออกร่วมกัน จนเมื่อเวลา 23.55 น. นายเลิศศักดิ์ ได้ปิดการแสดงตน พบว่ามีองค์ประชุมทั้งหมด 284 คน ถือว่าครบองค์ประชุม ทำให้การประชุมดำเนินต่อไปได้ โดยนายเลิศศักดิ์ กำชับให้สมาชิกหารือร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังอภิปรายไปอีกระยะหนึ่ง กระทั่งเข้าสู่เวลา 00.28 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2569 ได้มีการเสนอให้นับองค์ประชุมอีกครั้ง ซึ่งฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ส่วนฝ่ายรัฐบาลเสนอให้นับองค์ประชุมแบบเสียบบัตร น.ส.มัลลิกา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมได้กดออดเรียกให้สมาชิกเสียบบัตรเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวขึ้นเพียงว่า ไม่อยากให้มีบรรยากาศแบบนี้ ก็เกิดเสียงโห่ร้องขึ้น จนประธานต้องกล่าวปราม ก่อนให้นายปกรณ์วุฒิกล่าวต่อ เจ้าตัวระบุว่า ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือถอนชื่อในการอภิปราย แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับมาเติมชื่ออภิปรายจำนวนมากในวันรุ่งขึ้น อีกทั้งได้ยินว่าจะลากการประชุมต่อโดยไม่มีการพักการประชุม อยากให้จบมาตรา 26 ที่เวลา 00.30 น. อยากได้ความชัดเจนว่าจะจบมาตรา 26 ในวันนี้หรือไม่ จะยอมถอนชื่อ และถอนญัตติในการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ พร้อมหารือพรุ่งนี้อีกครั้ง
เวลา 00.37 น. หลังเสียงบัตรตรวจสอบองค์ประชุมได้ 279 คน ถือว่าครบองค์ประชุม ประธานจึงถามต่อไปว่า หากต้องการให้ “ขานชื่อ” กดเห็นด้วย หากต้องการให้ “เสียบบัตร” กดไม่เห็นด้วย ผลออกมาให้เสียงบัตร ด้วยคะแนน เห็นด้วย 1 ไม่เห็นด้วย 274 และงดออกเสียง 1 โดยประธานกล่าวเข้าสู่การแสดงตนนับองค์ประชุมด้วยการเสียบบัตรอีกครั้ง พบว่ายังมีองค์ประชุมอยู่ 275 คน คือเกินกึ่งหนึ่งของ สส.ทั้งหมด ถือว่าครบองค์ประชุม จึงดำเนินการประชุมต่อไป
เวลา 00.49 น. นายปกรณ์วุฒิ ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้ง โดยประธานกล่าวขึ้นว่าแล้วจะจบกันอย่างไร ทำให้มีเสียงที่คาดว่าเป็น สส.ฝ่ายรัฐบาล กล่าวแทรกเหน็บขึ้น ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นคุณกับใครเลย สาเหตุของความวุ่นวายพูดตามความจริงเถอะว่าเพราะไม่อยากให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับ กกต. อย่าหลอกตัวเอง ไม่ต้องมาหลอกพวกผม ไม่มีอะไรน่ากลัว พร้อมเสนอแนะว่าให้การประชุมดำเนินการให้จบในช่วงเวลา 20.00-21.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน ไม่เช่นนั้นบรรยากาศก็จะเป็นแบบนี้เรื่อยๆ เพราะเอกสิทธิ์นับองค์ประชุมก็มีอยู่
ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา สังกัดพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สมาชิกมีสิทธิ์นับองค์ประชุมจริง แต่การอภิปรายงบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ขออย่าเล่นเกม พร้อมโต้เรื่องกล่าวหาว่ายื้อและปกป้อง กกต. ไม่จริง ขอให้สภาฯ เดินต่อ อย่าไปนับองค์ประชุม อายเขา อย่าไปเล่นแบบเด็กๆ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ตอบกลับนายบุญจง ว่า ถ้าไม่กลัวบรรยากาศแบบนี้คงไม่เกิด การพิจารณางบประมาณวาระ 2 ถ้าไม่อะลุ่มอล่วยไม่มีทางเสร็จ ทุกคนมีสิทธิอภิปราย ไม่ควรจำกัดเวลา แต่เราต้องตกลงกติกากัน จะให้ตนลำดับให้ฟังหรือไม่ว่ามีความผิดปกติอย่างไร และที่นายบุญจง กล่าวหาว่าตนนั้น คนขี้ขลาดควรจะอายมากกว่า ก่อนจะมีเสียงปรบมือดังขึ้น
ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ด้วยความอดทน เชื่อว่านายปกรณ์วุฒิ และฝ่ายค้านคงจะเป็นพยานให้ได้ว่าในการประสานกับฝ่ายค้าน ตนอะลุ่มอล่วย ยอมกัดเนื้อตัวเองเพื่อให้ผ่านไปได้ ยอมโดนพรรครัฐบาลต่อว่ามีถอนชื่อในการอภิปราย มีแต่พวกตนที่ถูกกล่าวหา บอกว่าตั้งใจที่จะยื้อเวลา ถ่วงเวลา เชื่อว่าทุกคนในนี้เห็นตรงกันว่า พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 มีความสำคัญ เพราะเป็นงบประมาณของคนไทยทั้งประเทศ พวกเราอยากเห็นการพิจารณาเป็นไปตามปกติ ขออภัยที่ไม่สามารถควบคุมเวลาได้ วันนี้ตั้งแต่งบประมาณกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ยื้อเวลา แต่มีปัญหาและความเดือดร้อนจึงต้องอภิปราย
พร้อมกล่าวต่อถึงถึงช่วงที่ นายปกรณ์วุฒิ บอกว่าไม่ต้องมาขอให้ลดคนอภิปราย “ยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลไม่มีการยื้อ ในค่ำคืนนี้พวกผมมีภารกิจที่จะต้องพิจารณาและทำให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปได้ ไม่ใช่เพื่อผม เพื่อนายกรัฐมนตรี เพื่อคณะรัฐมนตรี แต่เพื่อประเทศไทย พยายามอดทนคืนนี้ถ้าจะต้องดึก ต้องผ่าน มีภารกิจเดียวคือทำให้เสร็จ ขอให้ปล่อยเป็นไปตามธรรมชาติ ตามระบบ ถ้าจะไปถึงเช้าก็ไปถึง เพื่อให้ภารกิจสภาฯ ลุล่วงไปได้”
นายปกรณ์วุฒิ ใช้สิทธิ์พาดพิงกล่าวว่า ตนเป็น สส. 6-7 ปี ดึกที่สุดคือ 03.00 น. ไม่เคยลากถึงเช้า ถ้าตกลงกันได้จะได้ ให้เจ้าหน้าที่และเพื่อนสมาชิกกลับไปพัก ขอให้มีการให้คำมั่นในเรื่องกรอบเวลาว่าจะจบเมื่อใด แต่การจะพูดไปเรื่อยๆ จนถึงเช้า ประชาชนก็ไม่ได้ติดตาม ไม่อยากให้ปาหี่ อยากให้เจ้าหน้าที่พักผ่อน อยากให้เดินมาตกลงเจรจากัน ขณะนั้นประธานจึงขอให้ไปคุยกัน เพื่อให้จบมาตรา 25 ได้ หรือใครจะถอนชื่อ ก่อนจะเหน็บเสียงที่บอกไม่ถอนว่า มีกุมารทองหรือ ต่อมาประธานในที่ประชุมย้ำว่าขอให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปคุยกัน โดยไม่ได้มีการนับองค์ประชุมใหม่ พร้อมวินิจฉัยว่ามีการนับองค์ประชุมไปแล้ว ขอให้ดำเนินการอภิปรายต่อ โดย นายปกรณ์วุฒิ ขอถอนญัตติการนับองค์ประชุม ก่อนที่จะมีการอภิปรายต่อ
由于有传言称政府计划加快选举委员会预算的审批,力争在清晨完成,反对党多次在深夜提议进行法定人数清点,导致议会几乎瘫痪。此举旨在防止反对党在公众高度关注之际指责参议院串通舞弊,从而避免引发激烈的抗议和争论。
记者们描述了2026年9月9日晚11点30分众议院会议的气氛,当时众议院正在审议2027财年预算草案(二读)。众议院第二副议长勒萨克·帕塔纳猜库尔先生主持了会议。这是连续第三天进行审议,议员们不断登记发言,主持人没有关闭发言登记时间。
报道显示,由泰自豪党领导的执政联盟的议员们已举行讨论并安排了与各自议员的会议,为审议宪法第32条做准备。该条款涉及独立组织、其下属机构以及总检察长办公室的预算。预计辩论还将涉及选举委员会的预算。
据反对派联盟消息人士透露,执政联盟计划延长今晚关于宪法第32条的辩论,即便辩论会持续到9月10日凌晨3点至5点。此举旨在确保反对派就选举委员会办公室和参议院串谋案进行辩论的时间不会与公众的关注重合。预计公众会在9月10日上午更关注辩论。这与辩论期间的气氛相符:众议院第一副议长玛丽卡·奇拉潘瓦尼奇女士在晚上11点30分左右离开议长席,与泰自豪党议员在席位上讨论相关事宜。
然而,尽管会议主席要求双方联合协调委员会(党鞭)讨论如何安排 9 月 10 日至 11 日的议程,而最初口头讨论的议程是在 9 月 10 日最终审议 2027 年预算案,并在 9 月 11 日安排议会会议审议关于南部边境省份局势的紧急动议,随后议程项目是确认选举委员会办公室提交的 2024 年绩效报告。
随后,晚上11点43分,人民党暖武里府议员农·派桑林查伦吉特先生在审议公共卫生部预算第25条时,要求进行法定人数清点,从而解决了这一局面。这导致一些联合政府议员要求等待议员们返回以达到法定人数后再继续审议。
与此同时,人民党议员帕空武·乌东皮帕库尔表示,如果今天能明确2027年预算案的审议工作何时才能在明天完成,反对党准备撤回关于法定人数的动议。他表示理解工作人员的处境,反对党也愿意配合撤回发言人提名,但目前尚不清楚具体如何操作。
在帕空武先生的发言过程中,一些联合政府的议员多次打断,帕空武先生因此斥责他们缺乏礼貌。随后,为泰党议员巴育·西里帕尼先生提议,鉴于大家已连续数日疲惫不堪,一致同意议长在午夜后休会,稍后再继续开会。这种做法由来已久,过去甚至曾持续七天七夜。他认为议员们应该共同寻找解决方案。晚上11点55分,勒萨克先生关闭了签到簿,确认284名议员达到法定人数,会议得以继续进行。勒萨克先生随后指示议员们继续讨论。
然而,经过进一步讨论,2026年9月10日凌晨0点28分,有人提议重新清点法定人数。反对党要求进行唱名计票,而政府则提议采用投票计票方式。代理主席马利卡女士摇铃,示意议员们插入卡以核实法定人数。
帕科恩武特先生只是简单地表示他不希望出现这种气氛,这引发了嘘声,迫使主席介入,之后帕科恩武特先生才得以继续发言。他指出,反对派已经配合撤回了他们的参会申请,但执政党第二天又增加了大量参会申请。此外,他还听说他们打算拖延会议,不休会。他希望在凌晨0点30分之前结束对第26条的讨论,并询问今天是否能够完成。他还表示,他将撤回自己关于进行唱名表决的动议,并将在明天进一步讨论此事。
凌晨0点37分,在确认有279名议员出席后,主席询问议员们是否需要进行唱名表决(按“同意”键)或唱名表决(按“反对”键)。表决结果为:1票赞成,274票反对,1票弃权。随后,主席再次通过插卡清点人数,确认仍有275名议员在场,超过议员总数的一半,达到法定人数。会议继续进行。
凌晨0点49分,帕空武先生要求进行法定人数核查。主席随后询问会议将如何结束,一位看似执政党议员的人士随即讽刺地插话。之后,民主党领袖、名单议员阿披实·维乍集瓦先生表示,这些事件对任何人都没有好处。他说,混乱的真相是,有人想回避有关选举委员会的辩论。他敦促人们不要自欺欺人,也不要欺骗他的团队,并补充说,没有什么可担心的。他建议会议应在9月10日晚上8点至9点之间结束,否则,由于存在核查法定人数的特权,这种混乱局面将持续下去。
来自泰自豪党的呵叻府议员汶宗·翁泰拉特先生表示,议员们有权清点法定人数,但预算辩论至关重要,并敦促大家不要玩弄花招。他驳斥了有关他拖延进程和包庇选举委员会的指控,称其不实。他要求议会继续进行辩论,不要进行法定人数清点,称这种做法既尴尬又幼稚。随后,阿披实先生行使了回应权,他回应汶宗先生说,如果他不畏惧当前的气氛,就不会发生这种事。他表示,如果没有妥协,预算案的二读永远无法完成。每个人都有辩论的权利,不应该有时间限制,但他们需要就规则达成一致。他询问是否可以列举程序中的违规行为。他还补充说,汶宗先生对他的指责是懦夫的行为,懦夫应该更感到羞耻。此言一出,现场响起热烈的掌声。
与此同时,来自泰自豪党的安通府议员兼政府党鞭科拉维·普里斯南塔库尔先生表示,他相信只要有耐心,帕空武先生和反对党就能证明,在与反对党协调的过程中,他一直保持着配合,甚至“咬牙坚持”以促成法案通过。他接受了执政党对他退出辩论的批评,并表示只有他和他的团队被指控故意拖延进程。他相信在场的所有人都认同2027年预算案至关重要,因为它关系到整个泰国。他们希望看到审议过程正常进行。他为未能控制时间表示歉意,并表示今天的辩论,从内政部预算开始,并非为了拖延,而是为了解决引发辩论的问题和迫切需求。
随后,他谈到了帕空武先生表示无需要求减少发言人数的那句话,说道:“我确认政府方面并没有拖延进程。今晚,我们的任务是审议并通过这项法律。这并非为了我个人、总理或内阁,而是为了泰国。今晚我们努力保持耐心。即便需要延时,也必须通过。我们只有一个目标:完成它。让它按照既定程序自然进行。如果要持续到明天早上,那就这样吧,以便完成议会的使命。”
帕科恩武特先生行使发言权,表示他担任议员六七年来,最晚在议会开会的时间是凌晨三点,从未将讨论拖到早上。他说,如果能达成协议,工作人员和其他议员就可以休息。他要求就讨论结束的时间做出承诺,但补充说,持续到早上对公众没有好处。他不想看到一场闹剧,希望工作人员休息,并敦促通过对话达成协议。这时,主席要求他们讨论此事,以最终确定第25条,或者允许任何人撤回他们的提名,然后讽刺地对那些表示不会撤回提名的人说:“你们是不是有邪灵附身(指恶灵)?”主席随后重申,两位党鞭应该自行讨论此事,无需重新清点法定人数,并裁定法定人数已经清点完毕。之后,他允许辩论继续进行。帕科恩武特先生请求撤回他关于进行法定人数统计的动议,辩论才能继续进行。