“หมวดโอ๋” ยังไม่มีทีท่ามอบตัว ลูกชายร่ำไห้เกลี้ยกล่อม ไร้เสียงตอบ เชื่อยังมีชีวิตอยู่“吴中士”没有丝毫投降的迹象。他的儿子哭着试图劝说他,但毫无反应。他们相信他还活着。
ลูกชายกล่อมพ่อรอบ 2 “หมวดโอ๋” ไม่สนเสียงลูก ปิดบ้านเงียบ ไร้เสียงตอบรับ ตำรวจยันยังมีสัญญาณชีพ เตรียมปรับแผนเจรจา ยังไม่มีทีท่ามอบตัว

ลูกชายกล่อมพ่อรอบ 2 “หมวดโอ๋” ไม่สนเสียงลูก ปิดบ้านเงียบ ไร้เสียงตอบรับ ตำรวจยันยังมีสัญญาณชีพ เตรียมปรับแผนเจรจา ยังไม่มีทีท่ามอบตัว
ความคืบหน้ากรณี ตำรวจกว่า 50 นาย ปิดล้อมบ้านพักของ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือหมวดโอ๋ อายุ 55 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.บางละมุง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ใช้อาวุธปืนยิงจ่อ ครูเปิ้ล หรือ นางไพลิน ทองธัช อายุ 48 ปี ผู้เป็นภรรยา จนเสียชีวิตคาหน้าห้องเรียน ภายในโรงเรียนอนุบาล เทศบาลหนองปลาไหล โดยตำรวจมีการปิดล้อมและเจรจาเกลี้ยกล่อม ซึ่งในขณะนี้ก้าวเข้าสู่ 9 ชั่วโมงเต็ม แต่ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือหมวดโอ๋ ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะออกมามอบตัว ขณะที่ หมู่โฟล์ค ลูกชายของผู้ก่อเหตุ มีการขอร้องตำรวจที่กำลังปิดล้อมบ้านของพ่อ ให้ชะลอการบุกเข้าไปด้านใน โดยขอเจรจากับผู้เป็นพ่อด้วยตัวเอง
ต่อมาเวลา 22.40 น. ( 9 กันยายน 2569 ) ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี มีการคุ้มกัน “หมู่โฟล์ค” ลูกชายของ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือหมวดโอ๋ อายุ 55 ปี ผู้ก่อเหตุ อีกครั้ง ( รอบ 2 ) โดยลูกชายพยายามเกลี้ยกล่อมให้พ่อออกมามอบตัว ซึ่งในขณะที่ลูกชายเกลี้ยกล่อมพ่อ พูดผ่านลำโพง พร้อมทั้งร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมทั้งพูดบอกรักพ่อ อยากกอดพ่อ อยากให้พ่อจบเรื่องนี้ และถ้าหากพ่อยังมีชีวิตอยู่ ให้เปิดไฟดวงใดดวงหนึ่ง ภายในบ้าน แต่ปรากฏว่าก็ไร้เสียงสัญญาณตอบรับจากหมวดโอ๋ โดยใช้เวลาเกลี้ยกล่อมร่วม 30 นาที ตำรวจจึงยกเลิกภารกิจนี้
ระหว่างที่มีการให้ลูกชายเข้าเกลี้ยกล่อมในรอบ 2 ตำรวจอีกชุดหนึ่งก็พยายามจับพฤติกรรมของ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือหมวดโอ๋ จากทางด้านหลังบ้าน และมีการใช้เครื่องมือพิเศษจับสัญญาณคลื่นความร้อน (อินฟราเรด) จากภายในตัวบ้าน โดยพบว่า ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือหมวดโอ๋ ยังมีการเดินขึ้นลงบันได ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 จึงทำให้เชื่อว่าในขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ตำรวจเตรียมปรับแผน โดยยังคงเน้นดำเนินการยุทธวิธีอย่างเหมาะสม และคำนึงถึงความปลอดภัยและลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้ยกเลิกภารกิจการลงพื้นที่มาเกาะติดสถานการณ์การเจรจาเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุ โดยกล่าวว่าในขณะนี้ญาติและครอบครัวของผู้ก่อเหตุอยู่ในภาวะอ่อนไหว (เซนซิทีฟ) โดยเฉพาะบุตรชายที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการเห็นคลิปเหตุการณ์ที่ถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำบนสื่อสังคมออนไลน์
นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ หลีกเลี่ยงการนำคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวมาเผยแพร่หรือฉายซ้ำ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของบุตรชายผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้บอกกับครอบครัวว่ารู้สึกสะเทือนใจอย่างมากเมื่อเห็นภาพดังกล่าว พร้อมฝากถึงประชาชนให้เปลี่ยนจากการเผยแพร่คลิป มาเป็นการส่งกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันภาวนาไม่ให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม
ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ นายเจเศรษฐ์ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่และพยายามทุกวิถีทาง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก รวมถึงความปลอดภัยของผู้ก่อเหตุและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังบุตรชายเข้าเจรจากับผู้ก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 มีท่าทีอ่อนลงหรือมีแนวโน้มจะยอมมอบตัวหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยกล่าวเพียงว่า “เดี๋ยวปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์ดีกว่าครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน เวลา 00.30 น. พบว่าเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า เนื่องจากมีการปฏิบัติภารกิจลากยาวมานานกว่า 13 ชั่วโมง ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีท่าทีที่จะออกมามอบตัว โดยตำรวจจะมีการปรับแผนยุทธวิธี โดยให้ภารกิจเสร็จสิ้น ในช่วงเที่ยงของวันพรุ่งนี้
儿子第二次试图劝说父亲,但“吴警官”置之不理,锁上了房门,没有得到任何回应。警方证实他仍然有生命迹象,并准备调整谈判方案。目前仍没有任何迹象表明他会投降。
案件最新进展:超过50名警员包围了春武里府邦拉蒙县农普拉莱街道1村一处村庄,住所位于邦拉蒙警察局副督察塔萨蓬·通塔奇(Thasapong Thongthach,又名“O警长”)的住所。他被控在农普拉莱市立幼儿园教室前枪杀了48岁的妻子佩普尔(Phailin Thongthach,又名“佩普尔老师”)。警方已包围住所并与其谈判,但九个小时过去了,塔萨蓬·通塔奇仍未表现出任何投降的迹象。与此同时,他的儿子“Moo Folk”恳求包围其父住所的警察推迟推进,让他有机会与父亲亲自谈判。
随后,在2026年9月9日晚上10点40分,春武里府警察特勤队第二次为嫌犯塔萨蓬·通塔奇中尉(又名“吴警官”)的儿子“福克警官”提供安保。福克警官现年55岁。他试图劝说父亲投降。他通过扩音器不断哭泣,表达对父亲的爱,想要拥抱父亲,希望这一切尽快结束,并恳求父亲如果还活着,至少打开家里的一盏灯。然而,吴警官没有任何回应。经过大约30分钟的劝说,警方取消了行动。
在第二轮劝说过程中,儿子仍在试图说服他,与此同时,另一支警队从房屋后方监视着警官塔萨蓬·通塔奇(Thasapong Thongthach,又称“O警长”)的动向。他们使用特殊设备探测屋内的热源,发现塔萨蓬·通塔奇警长仍在二楼和一楼之间的楼梯间上下走动,由此推断他仍然活着。警方正准备调整计划,重点采取适当的战术,优先保障安全,并尽可能减少伤亡。
内政部副部长(M.3)杰塞斯·泰塞斯先生取消了原定前往该地区监督与肇事者谈判的行程,他表示,肇事者的亲属和家人目前处于敏感状态,尤其是肇事者的儿子,由于在社交媒体上反复看到事件视频,受到了心理上的影响。
杰特塞斯先生表示,他请求各方,特别是社交媒体用户,不要分享或转发事发视频,因为这会影响到肇事者儿子的精神状态。他的儿子曾告诉家人,这些画面让他感到非常痛苦。他还呼吁公众不要转发视频,而是向所有相关人员表达支持,并共同祈祷不再发生更多悲剧。
关于警员们的履职情况,杰特塞斯先生表示,所有警员都在竭尽全力,将公众安全放在首位,包括犯罪嫌疑人和执勤警员的安全。因此,必须谨慎行事,循序渐进。
当记者问及他儿子在与肇事者进行第二次谈判后的行为是否表明态度软化或有可能投降时,杰特塞斯先生拒绝透露细节,只是说:“让我们顺其自然吧。”
记者称,自事件发生至今(凌晨0点30分)一直执勤的警员,由于行动持续超过13个小时,已开始出现疲劳迹象。嫌犯也未表现出任何投降的迹象。警方将调整策略,力争在明日中午前完成任务。