75 ปี ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ为庆祝成立 75 周年,泰国 Vivat 保险公司推出“碰撞检测”系统,这是一款自动事故检测系统。
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ฉลอง 75 ปี ชูนวัตกรรม Crash Detection ระบบตรวจจับอุบัติเหตุรถยนต์อัตโนมัติ แจ้งเตือนและช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “THAIVIVAT NEXT MOVE – Driving the Future of Motor Insurance” เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี พร้อมประกาศวิสัยทัศน์การพัฒนาประกันภัยยุคใหม่ที่มุ่งยกระดับบทบาทของประกันภัยจากการดูแลเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน และเปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ ที่ช่วยตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุขณะขับรถ และเชื่อมต่อการขอความช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ขับขี่ในช่วงเวลาสำคัญขณะเกิดอุบัติเหตุ
จาก “Peace of Mind” สู่ “Quality of Life”
นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมื่อพูดถึงประกันภัย สิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “Peace of Mind” หรือความอุ่นใจจากการมีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ซึ่งยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจประกันภัย ขณะเดียวกัน ประกันภัยไทยวิวัฒน์มองว่าบทบาทของประกันภัยสามารถก้าวไปได้มากกว่าการดูแลเมื่อเกิดเหตุ จึงมุ่งพัฒนาประกันภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในหลากหลายด้าน ทั้งสุขภาพ การเดินทาง ที่อยู่อาศัย และการใช้รถยนต์
แนวคิดนี้นำมาสู่ทิศทาง “Beyond Peace of Mind สู่ Quality of Life” จากการสร้างความอุ่นใจเมื่อเกิดความเสี่ยง ไปสู่การช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในทุกวัน โดยมี “คิดเผื่อ เพื่อทุกชีวิต” เป็นแนวคิดสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และมีเป้าหมายที่แท้จริงคือ การช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-Motor ในปี 2569 ที่มุ่งให้ประกันภัยเข้ามาดูแลเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันมากขึ้น เริ่มจากประกันสุขภาพ “Active Health” ที่ส่งเสริมให้ผู้เอาประกันดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Garmin, Decathlon และศูนย์เวลเนสชั้นนำ โดยนำกิจกรรมการดูแลสุขภาพมาต่อยอดเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันทุกเดือนสูงสุดถึง 40%
ด้านที่อยู่อาศัย “TVI Homie Care” ประกันภัยบ้าน รูปแบบใหม่ ออกแบบความคุ้มครองให้ครอบคลุมสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในบ้านยุคปัจจุบัน รวมถึงความต้องการรูปแบบใหม่อย่าง สัตว์เลี้ยงและแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้ความคุ้มครองสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ด้านการเดินทาง “TVI Smart Delay” สิทธิประโยชน์จาก ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศพลัส ช่วยดูแลผู้เดินทางเมื่อเที่ยวบินล่าช้า โดยหากเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที ลูกค้าสามารถใช้บริการห้องรับรองสนามบินในเครือข่าย LoungeKey เพื่อพักผ่อนระหว่างรอเที่ยวบินได้ทันที ลดความกังวลและเพิ่มความสะดวกในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
10 ปี “ประกันรถเปิดปิด” จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องประกันรถยนต์
สำหรับประกันภัยรถยนต์ ไทยวิวัฒน์เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี “ประกันรถเปิดปิด” เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาประกันภัยให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง เปิดตัวและพัฒนามานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 400,000 กรมธรรม์ ครอบคลุมการใช้งานทั่วทั้ง 77 จังหวัด ประกันรถเปิดปิดช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยรถยนต์ได้มากขึ้น ด้วยแนวคิด จ่ายค่าเบี้ยตามที่ขับรถจริง สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล และช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้สูงสุดถึง 80%
นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยฟีเจอร์ “รถติดไม่คิดเบี้ย” ซึ่งได้คืนเวลาการใช้งานให้ลูกค้าแล้วกว่า 30 ล้านนาที ช่วยให้การคิดค่าเบี้ยประกันสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานรถมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนา Motor Insurance Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่บริการดิจิทัล การตรวจสภาพรถ การนำ AI มาช่วยประเมินความเสียหาย การยกระดับมาตรฐานอู่ซ่อมผ่าน “Thaivivat Guarantee” การจัดตั้ง Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพอะไหล่ รวมถึง “รถทดแทนระหว่างซ่อม” ที่ลูกค้าสามารถเลือกรับรถได้ที่อู่พาร์ทเนอร์ จุดเดียวกันกับที่นำรถเข้าซ่อม เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องระหว่างรอรถซ่อม
เปิดตัว “Crash Detection” คิดเผื่อในวินาทีที่คุณไม่มีเวลาคิด
ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้ คือการเปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ ที่เข้ามาช่วยในช่วงเวลาขณะที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เมื่อผู้ขับขี่อาจอยู่ในภาวะตกใจ ได้รับบาดเจ็บ หรือไม่สามารถโทรแจ้งเหตุและระบุตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง
แนวคิดของ Crash Detection จึงเป็นการพัฒนาให้ช่วยลดขั้นตอนในสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตั้งแต่การตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุ ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลเพื่อประสานความช่วยเหลือลูกค้าประกันภัยเชิงรุกแบบเรียลไทม์
ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Crash Detection ออกแบบให้ใช้งานง่าย โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เพียงใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ระบบจะใช้เซ็นเซอร์ในสมาร์ตโฟนร่วมกับอัลกอริทึม เพื่อตรวจจับแรงกระแทกและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อระบบตรวจพบเหตุผิดปกติที่เข้าเงื่อนไข จะแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานเพื่อยืนยันสถานการณ์และขอความช่วยเหลือได้ทันที”
“เมื่อผู้ใช้งานกดขอความช่วยเหลือ ระบบจะส่งพิกัด GPS และข้อมูลที่จำเป็นไปยังศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อประสานทีมช่วยเหลือไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมให้ลูกค้าติดตามสถานะการช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การประสานงานในช่วงเวลาฉุกเฉินทำได้รวดเร็วขึ้น และลูกค้าสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง”
เบื้องหลังการทำงานของ Crash Detection จึงเป็นการเชื่อมต่อเทคโนโลยีหลายส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่เซ็นเซอร์บนสมาร์ตโฟน การประมวลผลข้อมูลด้วยอัลกอริทึมการตรวจจับเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไข การระบุตำแหน่งด้วย GPS ไปจนถึงการส่งข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อให้ข้อมูลจากจุดเกิดเหตุสามารถถูกส่งต่อไปยังทีมช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง
Crash Detection จึงเป็นอีกก้าวของประกันภัยรถยนต์ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์ เพิ่มความรวดเร็วในการประสานความช่วยเหลือ และลดภาระของผู้ขับขี่ในช่วงเวลาที่อาจไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง
จากการดูแลผู้เอาประกันภัย สู่การสร้างคุณค่าให้สังคม
นอกจากการพัฒนานวัตกรรมด้านประกันภัยแล้ว ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังเดินหน้าโครงการ “Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อ เพื่อสังคม” เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยเลือกมูลนิธิที่ต้องการช่วยเหลือ โดยเมื่อครบปีกรมธรรม์และไม่มีการเคลมกรณีฝ่ายผิด นอกจากลูกค้าจะได้ส่วนลดเบี้ยประวัติดีในปีต่ออายุแล้ว บริษัทฯ จะนำเบี้ยประกันปีปัจจุบันส่วนหนึ่ง บริจาคให้มูลนิธิที่ลูกค้าเลือกสนับสนุน และให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการบริจาคได้อีกด้วย ซึ่งในปี 2569 นี้ ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเลือกช่วยเหลือหน่วยงานการกุศล ผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ได้แก่ สภากาชาดไทย, โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ, กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก, มูลนิธิยุวพัฒน์, มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) และมูลนิธิรามาธิบดีฯ
ในโอกาสครบรอบ 75 ปี บริษัทฯ ยังมอบเงินจำนวน 10 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี รองรับการรักษาพยาบาล การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต โดยมี ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ เป็นผู้แทนรับมอบเงินบริจาคในครั้งนี้
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โอกาสครบรอบ 75 ปีนี้ ได้พัฒนา Crash Detection ซึ่งสะท้อนทิศทางของไทยวิวัฒน์ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าในช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประกันภัยให้ตอบโจทย์ชีวิตผู้คนมากขึ้น และยังคงมุ่งมั่นเป็นพลังร่วมดูแลสังคมไปพร้อมกันด้วยกับโครงการ Thaivivat Caring Forward”
“ก้าวต่อไปของไทยวิวัฒน์ คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาการประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายขึ้น และได้รับการดูแลในมิติต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งในวันที่เกิดเหตุและในทุกวันที่ใช้ชีวิต”
ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตรวจสอบข้อมูลการบริการได้ที่ www.thaivivat.co.th แอปพลิเคชัน Thaivivat หรือ Call Center โทร. 1231
泰国维瓦特保险有限公司举办了“THAIVIVAT NEXT MOVE——引领汽车保险的未来”活动,庆祝公司成立75周年,并发布了其开启保险新时代的愿景。该愿景旨在提升保险的作用,使其不再仅仅局限于赔偿损失,而是成为日常生活不可或缺的一部分。公司同时推出了“碰撞检测”系统,这是一款自动事故检测系统,可在驾驶过程中检测事故,并提供实时援助请求,从而在事故发生后的关键时刻为驾驶员提供更强大的支持。
从“安心”到“生活质量”
泰国维瓦特保险有限公司副总经理特潘·阿萨瓦塔纳库尔先生表示:“人们想到保险,大多会想到‘安心’,即在发生意外情况时获得保险保障所带来的安全感。这仍然是保险业务的基本要素。与此同时,泰国维瓦特保险认为,保险的作用远不止于事故发生后的保障。因此,我们致力于通过在健康、旅游、住房和汽车等各个领域的技术和创新,将保险发展成为日常生活不可或缺的一部分。”
这一理念引领我们走向“超越安心,迈向生活品质”的方向,从在风险面前提供安心感,到帮助人们每天过上更美好的生活。“着眼未来,关爱生命”是产品和服务开发的核心理念,其最终目标是帮助泰国人民实现可持续的高品质生活。
这一理念体现在2026年非机动车保险产品的开发中,旨在使保险与日常生活更加紧密地联系在一起。这首先体现在“活力健康”健康保险产品中,该产品通过与Garmin、迪卡侬和领先的健康中心合作,鼓励投保人关注自身健康并定期锻炼。参与健康活动可享受高达40%的月度保费折扣。
在住宅领域,“TVI Homie Care”是一种新型家庭保险,旨在涵盖现代家庭生活的基本方面,包括不断变化的需求,例如宠物和电动汽车 (EV) 充电站,确保保险范围与不断变化的生活方式保持一致。
在旅行方面,“TVI智能延误保障”是国际旅行保险Plus提供的一项福利,可在航班延误时为旅客提供帮助。如果航班延误超过90分钟,旅客可以使用LoungeKey网络中的机场贵宾休息室放松身心,等待航班,从而减轻焦虑,并在不可控的情况下提升便利性。
“按需付费汽车保险”10年:汽车保险观念转变的开始。
在汽车保险领域,泰国维瓦特保险公司(Thai Vivat)不断创新,“按里程付费汽车保险”是其开发满足实际使用需求的保险产品的关键起点。该产品于十多年前推出并发展至今,已赢得超过40万客户的信赖,覆盖泰国全部77个府。“按里程付费汽车保险”让泰国人能够更便捷地获得汽车保险,其理念是仅按实际行驶里程支付保费,并根据个人驾驶习惯量身定制,最高可节省80%的保费。
此外,它还扩展了“交通拥堵免保费”功能,该功能已为客户节省了超过 3000 万分钟的使用时间,有助于更有效地将保险费计算与驾驶行为联系起来。
与此同时,该公司继续发展其汽车保险生态系统,涵盖数字服务、车辆检查、利用人工智能评估损坏、通过“Thaivivat 保证”提升维修店标准、建立质量控制中心监督备件质量,以及提供“维修期间提供代步车”选项,客户可以在原车维修的同一家合作维修店取车,从而在等待维修期间继续正常生活。
推出“碰撞检测”功能——在您来不及思考的几秒钟内提前做出判断。
本次活动的亮点之一是推出了“碰撞检测”系统,这是一个自动事故检测系统,旨在事故发生时最关键的时刻提供帮助,例如驾驶员可能处于惊恐状态、受伤或无法呼救或自行确定位置。
因此,碰撞检测的概念旨在通过利用技术手段简化此类情况下的流程,从事故检测到信息传输,从而主动、实时地为保险客户提供帮助。
泰国维瓦特保险有限公司助理总经理查勒姆波尔·赛普拉瑟特博士表示:“碰撞检测系统设计简洁易用,无需安装任何额外设备。用户只需通过泰维瓦特应用程序即可访问该系统。该系统利用智能手机传感器结合算法,检测事故可能造成的冲击和运动模式。当系统检测到符合条件的异常事件时,会立即提醒用户确认情况并请求帮助。”
“当用户请求援助时,系统会将 GPS 坐标和必要信息发送到行动中心,以便协调救援队前往现场。客户还可以实时跟踪救援状态,从而在紧急情况下更快地进行协调,并使他们无需自行处理所有事情即可获得援助。”
碰撞检测流程涉及多种技术的集成,包括利用智能手机上的传感器和算法进行数据处理以检测特定事件状况,以及通过GPS定位并将数据传输至运营中心。这确保了事故现场的信息能够持续不断地发送给救援队。
碰撞检测是汽车保险领域的又一进步,它利用科技从事故发生初期就为客户提供帮助。这项技术能够加快救援协调速度,并在驾驶员无法自行处理所有事情时减轻他们的负担。
从关爱保单持有人到为社会创造价值。
除了致力于保险创新,泰维瓦保险公司(Thaivivat Insurance)还持续推进其“泰维瓦关爱前行:为社会着想”项目,让安全驾驶的车主有机会选择他们希望支持的慈善机构。在保单年度结束后,如果客户无任何责任事故,不仅可以享受续保保费的良好驾驶记录折扣,公司还会将部分保费捐赠给其选择的慈善机构。客户还可以就此捐款申请税收减免。2026年,客户可以通过泰维瓦应用程序注册支持多家慈善机构,包括:泰国红十字会、曼谷盲人学校、儿童医院基金会、Yuwaphat基金会、Mirror基金会、The Voice基金会和Ramathibodi基金会。
值此公司成立75周年之际,该公司还向拉玛提波迪基金会捐赠了1000万泰铢,用于支持拉玛提波迪医院大楼和尤提创新区的建设项目。尤提创新区未来将用于医疗服务、研究和医疗创新开发。拉玛提波迪医院医学院院长兼拉玛提波迪基金会执行委员会主席阿提·昂卡农教授代表基金会接受了捐赠。
泰国维瓦特保险股份有限公司首席执行官吉拉潘·阿萨瓦塔纳库尔先生表示:“值此75周年之际,我们开发了碰撞检测系统,这体现了泰维瓦特致力于运用科技在客户需要帮助时提供关怀的理念。这是我们致力于开发更能满足人们需求的保险产品的一部分,也是我们通过‘泰维瓦特关爱前行’项目继续为社会提供重要支持的重要举措。”
“Thai Vivat 的下一步计划是通过技术和创新不断开发保险产品,让泰国人更容易获得保险,并提供与其日常生活相契合的全面保障,无论是在事故发生当天还是在日常生活中。”
有兴趣者可访问 www.thaivivat.co.th、Thaivivat 应用程序或致电 1231 联系呼叫中心,了解更多详情或查询服务信息。