สรุปไทม์ไลน์ 20 ชั่วโมง ภารกิจปิดล้อมจับ "หมวดโอ๋" เจรจาข้ามคืน ก่อนยอมมอบตัว20 小时时间线概要:围捕和逮捕“吴中士”的行动,包括他投降前的通宵谈判。
สรุปไทม์ไลน์ 20 ชั่วโมง ภารกิจปิดล้อม "หมวดโอ๋" หลังก่อเหตุยิงครูสาวซึ่งเป็นภรรยาเสียชีวิตในโรงเรียน สุดท้ายยอมมอบตัว หลังลูกชายมาช่วยเกลี้ยกล่อมเจรจาข้ามคืน ถูกตำรวจคุมตัวส่ง สภ.บางละมุง

สรุปไทม์ไลน์ 20 ชั่วโมง ภารกิจปิดล้อม "หมวดโอ๋" หลังก่อเหตุยิงครูสาวซึ่งเป็นภรรยาเสียชีวิตในโรงเรียน สุดท้ายยอมมอบตัว หลังลูกชายมาช่วยเกลี้ยกล่อมเจรจาข้ามคืน ถูกตำรวจคุมตัวส่ง สภ.บางละมุง
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุสะเทือนขวัญในโรงเรียน สำหรับคดี ร.ต.ต.ทัศพงษ์ หรือ "หมวดโอ๋" รอง สวป.สภ.บางละมุง ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง "ครูเปิ้ล" ซึ่งเป็นภรรยา เสียชีวิตภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งต่อมาตำรวจมีการปิดล้อมบ้านเจรจาเนิ่นนานหลายชั่วโมง โดยมีลูกชายที่เป็นตำรวจมาช่วยเกลี้ยกล่อมจนสุดท้ายยอมมอบตัว จบภารกิจลงใน 20 ชั่วโมง โดยสามารถสรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์ได้ดังนี้
แจ้งเตือนเกิดเหตุด่วนใน "โรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล"
เวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.ย. 69 ตำรวจ สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส อยู่ภายในอาคารโรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบครูและนักเรียนชั้นอนุบาลประมาณ 50 คน อยู่ในอาการตกใจกลัว เจ้าหน้าที่จึงมีการตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนจะทำการอพยพเด็กนักเรียนออกจากอาคารชั้นเรียนทั้งหมด ตรวจสอบบริเวณทางเดินหน้าห้องชั้นล่าง พบศพนางไพลิน ทองธัช อายุ 48 ปี หรือ "ครูเปิ้ล" ครูประจำชั้นอนุบาลของโรงเรียนดังกล่าว ถูกยิงเข้าที่บริเวณด้านหลังท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.ย. 69 ตำรวจ สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส อยู่ภายในอาคารโรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบครูและนักเรียนชั้นอนุบาลประมาณ 50 คน อยู่ในอาการตกใจกลัว
เจ้าหน้าที่จึงมีการตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนจะทำการอพยพเด็กนักเรียนออกจากอาคารชั้นเรียนทั้งหมด
ตรวจสอบบริเวณทางเดินหน้าห้องชั้นล่าง พบศพนางไพลิน ทองธัช อายุ 48 ปี หรือ "ครูเปิ้ล" ครูประจำชั้นอนุบาลของโรงเรียนดังกล่าว ถูกยิงเข้าที่บริเวณด้านหลังท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ปิดล้อมบ้านพัก "หมวดโอ๋" คนก่อเหตุ พร้อมประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราว
ต่อมาทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือ "หมวดโอ๋" อายุ 55 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.บางละมุง ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้าไปอยู่ในบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม. เวลา 11.30 น. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง จึงนำทีมตำรวจพร้อมอาวุธครบมือทำการปิดล้อม เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ให้ยอมวางอาวุธและมอบตัว แต่ยังไม่เป็นผล ด้าน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ประกาศปิดสถานศึกษาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเหตุฉุกเฉินและเพื่อความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 10-11 ก.ย. 69 ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สั่งจัดทีมเยียวยาสภาพจิตใจเด็กและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
ต่อมาทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช หรือ "หมวดโอ๋" อายุ 55 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.บางละมุง ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้าไปอยู่ในบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม.
เวลา 11.30 น. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง จึงนำทีมตำรวจพร้อมอาวุธครบมือทำการปิดล้อม เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ให้ยอมวางอาวุธและมอบตัว แต่ยังไม่เป็นผล
ด้าน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ประกาศปิดสถานศึกษาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเหตุฉุกเฉินและเพื่อความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 10-11 ก.ย. 69
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สั่งจัดทีมเยียวยาสภาพจิตใจเด็กและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
เกลี้ยกล่อมเจรจา "หมวดโอ๋" ต่อเนื่อง ยังไม่มีท่าทีมอบตัว
หลังปิดล้อมบ้าน "หมวดโอ๋" พบว่าเจ้าตัวยังอยู่ภายในบ้าน ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมต่อเนื่อง พร้อมโทรติดต่อลูกชาย ซึ่งเป็นตำรวจประจำอยู่ภาคใต้ ให้มาช่วยเจรจา ซึ่งลูกชายยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เสียใจกับสิ่งที่พ่อไปทำ ทั้งที่พ่อกับแม่เพิ่งจัดงานแต่งงานให้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจมีการกั้นพื้นที่หมู่บ้าน พร้อมทั้งประสานตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษของกองบังคับการสืบสวนจังหวัดชลบุรี นำกำลังตำรวจชุดคอมมานโด เข้าทำการเคลียร์พื้นที่ พาชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้บ้านของหมวดโอ๋ ออกจากบ้านทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย กระทั่งเวลา 18.30 น. หรือผ่านไปกว่า 6 ชม. เจ้าหน้าที่พาพ่อแม่ของ "หมวดโอ๋" มาช่วยเจรจา แต่ไม่มีเสียงตอบรับ หรือท่าทีที่จะยอมมอบตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงขอสนับสนุนไฟส่องสว่าง รถดับเพลิง และรถพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการเจรจาที่คาดว่าจะยืดเยื้อจนถึงค่ำมืด พร้อมรอให้ลูกชายของ "หมวดโอ๋" เดินทางมาขึ้นเครื่องบินช่วยเกลี้ยกล่อมพ่ออีกแรง เวลา 21.47 น. "หมู่โฟล์ค" ลูกชายหมวดโอ๋ เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เพื่อเข้าพูดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้พ่อยอมมอบตัว แต่ยังไม่เป็นผล ส่งผลให้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเวลา 22.40 น. ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี มีการคุ้มกัน "หมู่โฟล์ค" เกลี้ยกล่อมให้พ่อออกมามอบตัวอีกครั้งใช้เวลาร่วม 30 นาที ซึ่งในขณะที่พูดผ่านลำโพง ลูกชายมีการร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมพูดบอกรักพ่อ อยากกอดพ่อ อยากให้พ่อจบเรื่องนี้ และถ้าหากพ่อยังมีชีวิตอยู่ ให้เปิดไฟดวงใดดวงหนึ่ง ภายในบ้าน แต่ปรากฏว่าก็ไร้เสียงสัญญาณตอบรับจากหมวดโอ๋ เวลา 00.30 น. ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีท่าทีที่จะออกมามอบตัว ส่วนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ พบว่าเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า เนื่องจากมีการปฏิบัติภารกิจลากยาวมานานกว่า 13 ชั่วโมง โดยตำรวจจะมีการปรับแผนยุทธวิธี โดยให้ภารกิจเสร็จสิ้นในช่วงเที่ยงของวันพรุ่งนี้
หลังปิดล้อมบ้าน "หมวดโอ๋" พบว่าเจ้าตัวยังอยู่ภายในบ้าน ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมต่อเนื่อง พร้อมโทรติดต่อลูกชาย ซึ่งเป็นตำรวจประจำอยู่ภาคใต้ ให้มาช่วยเจรจา ซึ่งลูกชายยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เสียใจกับสิ่งที่พ่อไปทำ ทั้งที่พ่อกับแม่เพิ่งจัดงานแต่งงานให้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ต่อมาตำรวจมีการกั้นพื้นที่หมู่บ้าน พร้อมทั้งประสานตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษของกองบังคับการสืบสวนจังหวัดชลบุรี นำกำลังตำรวจชุดคอมมานโด เข้าทำการเคลียร์พื้นที่ พาชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้บ้านของหมวดโอ๋ ออกจากบ้านทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
กระทั่งเวลา 18.30 น. หรือผ่านไปกว่า 6 ชม. เจ้าหน้าที่พาพ่อแม่ของ "หมวดโอ๋" มาช่วยเจรจา แต่ไม่มีเสียงตอบรับ หรือท่าทีที่จะยอมมอบตัวแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงขอสนับสนุนไฟส่องสว่าง รถดับเพลิง และรถพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการเจรจาที่คาดว่าจะยืดเยื้อจนถึงค่ำมืด พร้อมรอให้ลูกชายของ "หมวดโอ๋" เดินทางมาขึ้นเครื่องบินช่วยเกลี้ยกล่อมพ่ออีกแรง
เวลา 21.47 น. "หมู่โฟล์ค" ลูกชายหมวดโอ๋ เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เพื่อเข้าพูดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้พ่อยอมมอบตัว แต่ยังไม่เป็นผล ส่งผลให้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเวลา 22.40 น. ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี มีการคุ้มกัน "หมู่โฟล์ค" เกลี้ยกล่อมให้พ่อออกมามอบตัวอีกครั้งใช้เวลาร่วม 30 นาที
ซึ่งในขณะที่พูดผ่านลำโพง ลูกชายมีการร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมพูดบอกรักพ่อ อยากกอดพ่อ อยากให้พ่อจบเรื่องนี้ และถ้าหากพ่อยังมีชีวิตอยู่ ให้เปิดไฟดวงใดดวงหนึ่ง ภายในบ้าน แต่ปรากฏว่าก็ไร้เสียงสัญญาณตอบรับจากหมวดโอ๋
เวลา 00.30 น. ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีท่าทีที่จะออกมามอบตัว ส่วนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ พบว่าเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า เนื่องจากมีการปฏิบัติภารกิจลากยาวมานานกว่า 13 ชั่วโมง โดยตำรวจจะมีการปรับแผนยุทธวิธี โดยให้ภารกิจเสร็จสิ้นในช่วงเที่ยงของวันพรุ่งนี้
บทสรุปภารกิจ 20 ชม. "หมวดโอ๋" ยอมมอบตัว หลังลูกชายช่วยเกลี้ยกล่อมข้ามคืน
เวลา 05.00 น. วันที่ 10 ก.ย.69 "หมู่โฟล์ค" ลูกชายของ "หมวดโอ๋" ได้เริ่มเจรจาอีกครั้ง โดยมีการเดินไปเจรจาเข้าใกล้ตัวบ้านมากขึ้น บอกให้พ่อออกมามอบตัวด้วยดี โดยยืนยันว่าจะปลอดภัย สลับกับโทรศัพท์เข้าไปหา ซึ่ง "หมวดโอ๋" ก็รับสายและพูดคุยด้วย ทำให้เริ่มมีการส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ตำรวจจึงเริ่มปฏิบัติการกระจายกำลังปิดล้อมบ้าน ต่อมาเวลา 06.10 น. "หมู่โฟล์ค" เริ่มมีการขอเข้าไปเจรจากับพ่อเพียงลำพัง โดยเริ่มเดินเข้าไปชิดตัวบ้านมากขึ้น และมีการตะโกนส่งเสียงพูดกับพ่อตลอดเวลา กระทั่ง 06.20 น. "หมวดโอ๋" ได้ออกมานั่งที่บริเวณหน้าบ้าน ลูกชายจึงเข้าไปประชิดตัวพ่อ ก่อนจะเข้าสวมกอดและพากันร้องไห้ทั้งพ่อทั้งลูก ก่อนที่ตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์ จากนั้นควบคุมตัว "หมวดโอ๋" ขึ้นรถไปสอบสวนต่อที่โรงพัก สภ.บางละมุง ซึ่งรวมเวลาภารกิจการปิดล้อมจับกุม "หมวดโอ๋" หลังก่อเหตุยิงเมียเสียชีวิต รวมเวลาทั้งสิ้นกว่า 20 ชม. พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุยอมเข้ามอบตัวแต่โดยดี ไม่มีการต่อสู้ หรือการสูญเสียใดๆ โดยลูกชายเป็นผู้กล่อมจนสำเร็จโดยใช้เหตุและผลคุยกัน การสอบถามข้อมูลผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการใช้สาร หรืออาการป่วยทางจิต แต่เป็นปัญหาภายในครอบครัว.
เวลา 05.00 น. วันที่ 10 ก.ย.69 "หมู่โฟล์ค" ลูกชายของ "หมวดโอ๋" ได้เริ่มเจรจาอีกครั้ง โดยมีการเดินไปเจรจาเข้าใกล้ตัวบ้านมากขึ้น บอกให้พ่อออกมามอบตัวด้วยดี โดยยืนยันว่าจะปลอดภัย สลับกับโทรศัพท์เข้าไปหา
ซึ่ง "หมวดโอ๋" ก็รับสายและพูดคุยด้วย ทำให้เริ่มมีการส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ตำรวจจึงเริ่มปฏิบัติการกระจายกำลังปิดล้อมบ้าน
ต่อมาเวลา 06.10 น. "หมู่โฟล์ค" เริ่มมีการขอเข้าไปเจรจากับพ่อเพียงลำพัง โดยเริ่มเดินเข้าไปชิดตัวบ้านมากขึ้น และมีการตะโกนส่งเสียงพูดกับพ่อตลอดเวลา
กระทั่ง 06.20 น. "หมวดโอ๋" ได้ออกมานั่งที่บริเวณหน้าบ้าน ลูกชายจึงเข้าไปประชิดตัวพ่อ ก่อนจะเข้าสวมกอดและพากันร้องไห้ทั้งพ่อทั้งลูก ก่อนที่ตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์
จากนั้นควบคุมตัว "หมวดโอ๋" ขึ้นรถไปสอบสวนต่อที่โรงพัก สภ.บางละมุง ซึ่งรวมเวลาภารกิจการปิดล้อมจับกุม "หมวดโอ๋" หลังก่อเหตุยิงเมียเสียชีวิต รวมเวลาทั้งสิ้นกว่า 20 ชม.
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุยอมเข้ามอบตัวแต่โดยดี ไม่มีการต่อสู้ หรือการสูญเสียใดๆ โดยลูกชายเป็นผู้กล่อมจนสำเร็จโดยใช้เหตุและผลคุยกัน
การสอบถามข้อมูลผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการใช้สาร หรืออาการป่วยทางจิต แต่เป็นปัญหาภายในครอบครัว.
在“吴中士”枪杀其身为女教师的妻子后,警方对其展开了长达20小时的围捕行动。在其子彻夜斡旋下,他最终投降。随后,他被警方逮捕并移送至邦拉蒙警察局。
春武里府邦拉蒙县农普拉莱市立幼儿园内,警官塔萨蓬(绰号“O警长”)枪杀妻子普莱老师的案件震惊了学校。警方包围了他的住所,与其谈判数小时,他的儿子(也是一名警察)协助劝说他投降。行动持续了20个小时。事件时间线概述如下:
“农普拉莱市立幼儿园”发布紧急警报。
2026年9月9日上午10点30分,春武里府邦拉蒙县农普拉莱街道农普拉莱市立幼儿园发生枪击事件,有人身受重伤。警方赶到现场后,发现约50名幼儿园师生惊魂未定。警方立即进行安全检查,随后疏散所有学生。在一楼走廊,警方发现48岁的幼儿园教师帕琳·通塔奇(Phailin Thongthach,昵称“普莱老师”)的遗体,她头部后方中弹,当场死亡。
2026年9月9日上午10点30分,邦拉蒙警察局接到报案称,春武里府邦拉蒙县农普拉莱街道农普拉莱市立幼儿园内有人被枪击重伤。
到达现场后,发现约有 50 名幼儿园教师和学生处于惊恐状态。
随后,工作人员进行了安全检查,之后将所有学生从教学楼疏散。
在检查一楼房间前的走廊时,发现了48岁的佩琳·通塔奇女士(又名“普老师”)的遗体,她是这所学校的幼儿园老师。她头部后方中弹,当场死亡。
警方包围了肇事者“吴警官”的住所,并宣布暂时关闭学校。
事后查明,行凶者是55岁的警官塔萨蓬·通塔奇(Thasapong Thongthach),绰号“O警长”,是邦拉蒙警察局的副督察,也是死者的丈夫。事发后,他逃回了位于距离事发学校约3公里处的住所。上午11点30分,他的上级率领一支全副武装的警察队伍包围了他的住所,试图与他谈判,劝其投降并放下武器,但未能成功。农普拉莱市幼儿园宣布,由于紧急情况和安全原因,学校将于2026年9月10日至11日暂时关闭。春武里府府尹已下令成立一个小组,为受事件影响的儿童和教职员工提供心理支持,并继续追捕行凶者。
后来证实,行凶者是55岁的警官塔萨蓬·通塔奇(Thasapong Thongthach),绰号“O警长”,是邦拉蒙警察局巡逻副督察,也是死者的丈夫。事发后,他逃回了距离事发学校约3公里的住所。
上午 11:30,直属上级警官带领一支全副武装的警察队伍包围了该区域,试图与嫌疑人谈判,让他放下武器投降,但没有成功。
与此同时,农普莱莱街道市立幼儿园宣布,由于紧急情况和安全原因,学校将于 2026 年 9 月 10 日至 11 日暂时关闭。
春武里府府尹已下令成立一个小组,为现场的儿童和工作人员提供心理支持,并追查肇事者。
对“吴中士”的谈判和劝说仍在继续,但他没有丝毫投降的迹象。
包围房屋后,警方发现“吴警官”仍在屋内。警方持续劝说他投降,并联系了他驻扎在南部的一名警官儿子,请求协助谈判。儿子无法接受父亲的行为,对父亲的行为感到悲痛,尤其因为父母几天前刚刚举行了婚礼。随后,警方封锁了村庄,并与春武里府调查局特勤队协调,调集突击队清理该区域,疏散吴警官住所附近的所有居民,以确保他们的安全。下午6点30分,经过六个多小时的谈判,警方将吴警官的父母带到现场协助谈判,但他仍然没有回应,也没有表现出任何投降的迹象。当局随后请求各部门提供照明、消防车和救护车等支援,以准备持续到夜幕降临的谈判,同时也在等待吴警官的儿子乘飞机抵达,协助劝说父亲投降。晚上9点47分,吴警官的儿子“福克警官”抵达现场,试图劝说父亲投降,但无济于事。这导致现场气氛持续紧张。随后,晚上10点40分,春武里府警察特勤队护送“福克警官”再次尝试劝说其父投降,持续约30分钟。福克警官通过扩音器不断哭泣,表达对父亲的爱,想要拥抱父亲,希望父亲结束这一切,并恳求父亲如果还活着,至少打开家里的一盏灯。然而,吴警官没有任何回应。截至凌晨12点30分,嫌疑人仍未表现出投降的迹象。由于行动已持续超过13个小时,自事件发生以来一直参与行动的警员开始出现疲劳迹象。警方将调整策略,力争在明天中午前完成任务。
警方包围了“吴警官”的住所后,发现他仍在屋内,并继续劝说他下来。他们还联系了他驻扎在南部的一名警官儿子,请求他协助谈判。儿子无法接受发生的一切,并为父亲的行为感到心碎,尤其是父母几天前才刚刚举行婚礼。
随后,警方封锁了该村庄,并与春武里府调查局特别行动队协调,调集突击队清理该地区,并疏散了所有居住在 O 警官家附近的居民,以确保他们的安全。
下午 6 点 30 分,也就是六个多小时后,官员们带来了“吴中士”的父母来协助谈判,但他没有任何回应,也没有任何迹象表明他会投降。
当局请求各机构提供照明、消防车和救护车等支援,以准备预计将持续到深夜的谈判,同时等待“吴警官”的儿子乘飞机抵达,帮助说服他的父亲。
晚上9点47分,吴中尉的儿子“福克中士”赶到现场,试图劝说父亲投降,但无济于事。这导致局势持续紧张。
后来,晚上 10 点 40 分,春武里府警察的一个特警队在“福克中士”的保护下,再次试图说服他的父亲投降,这一过程持续了大约 30 分钟。
儿子通过扬声器哭着,不停地说着他爱他的父亲,想抱抱他,希望这一切快点结束,如果父亲还活着,就求他打开屋里的一盏灯。然而,吴警官没有任何回应。
截至凌晨0点30分,嫌犯仍未表现出投降迹象。与此同时,自事件发生以来一直执勤的警员因行动持续超过13个小时而开始出现疲劳迹象。警方将调整策略,力争于明日中午前完成任务。
20 小时任务概要:“吴中士”在儿子劝说他留宿一晚后投降。
2026年9月10日凌晨5点,“O警官”的儿子“Moo Folk”再次开始谈判。他来到“O警官”的家门口,劝说父亲和平投降,并保证自身安全。他还拨打了电话,“O警官”接听并进行了交谈,这表明谈判出现了积极的信号。随后,警方开始包围“O警官”的家。早上6点10分,“Moo Folk”要求单独与父亲谈话,他来到“O警官”的家门口,不停地向他喊叫。早上6点20分,“O警官”走了出来,坐在房子前面。他的儿子走上前去,拥抱了他,两人都哭了起来。随后,警方介入,将“O警官”带到邦拉蒙警察局接受讯问。至此,警方结束了对“O警官”的包围和逮捕行动,此前他枪杀了妻子。经过20多个小时的行动,警方……春武里府警察总长蓬潘·翁马尼特少将透露,嫌犯和平投降,没有抵抗,也没有人员伤亡。他的儿子通过理性沟通成功劝服了他。审讯显示,嫌犯没有吸毒史,也没有精神疾病;这起事件源于家庭纠纷。
2069年9月10日凌晨5点,“O中士”的儿子“哞福克”再次开始谈判。他走近房子,劝说父亲和平投降,并向他保证自身安全,期间还穿插着打电话。
警官吴接听了电话并与报警人交谈,这表明案件有了积极的进展。随后,警方开始部署警力包围房屋。
后来,早上6点10分,“哞民”(当地一个团体)开始要求单独与孩子的父亲谈判。他们开始靠近房子,并不断地对他大喊大叫。
早上6点20分,“吴警官”走出家门,坐在自家门前。他的儿子走上前去,拥抱了他,父子俩都哭了起来,之后警察介入控制了局面。
随后,“O警官”被警方拘留,并被押送至邦拉蒙警察局接受进一步讯问。整个围捕行动持续了20多个小时,最终将“O警官”抓获,此前他已枪杀了自己的妻子。
春武里府警察总长蓬潘·翁马尼特少将透露,嫌犯和平投降,没有抵抗,也没有人员伤亡。他的儿子通过讲道理和逻辑推理成功劝服了他。
收集到的有关犯罪者的信息表明,他没有药物滥用或精神疾病,而是因为家庭纠纷。