ประชุม World Bank-IMF เงินสะพัด 1 หมื่นล้าน ดึงทุน AI-EV-Data Center เข้าไทย世界银行和国际货币基金组织会议预计将带来 100 亿泰铢的收入,吸引人工智能、电动汽车和数据中心领域的投资到泰国。
หอการค้าไทยชี้ประชุม World Bank - IMF ระหว่าง 12-18 ต.ค. คาดมีผู้เข้าร่วมงาน 15,000-20,000 คน เงินสะพัด5,000-10,000ล้านบาท กระตุ้นท่งเที่ยวคึกคัก เชื่อเป็นเวทีดึงดูดทุนต่างชาติกลุ่ม AI, EV และ Data Center เข้าไทย หนุนเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง

วันนี้ ( 10 ก.ย.2569 ) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 12-18 ต.ค.2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (World Bank) และ IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในระดับสากล เนื่องจากการประชุม World Bank จะจัดนอกสำนักงานใหญ่เพียงทุกๆ 3 ปี และมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ได้รับเลือกให้จัดเป็นครั้งที่สอง ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เป็นการสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของไทยในการรองรับงานประชุมระดับโลก หนุนอุตสาหกรรม MICE (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition) ตลอดจนการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ คาดว่าการจัดประชุมดังกล่าวจะมีผู้เข้าร่วมราว 15,000–20,000 คน หากมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 30,000–50,000 บาทต่อคน จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระยะสั้นประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท พร้อมทั้งเป็นเวทีสำคัญให้ผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แสดงทัศนะและทิศทางเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ
ประชุม World Bank-IMF เงินสะพัด 1 หมื่นล้าน ดึงทุน AI-EV-Data Center เข้าไทย
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยหลังการประชุม จะเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น (High Value) โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนของต่างชาติในกลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ อาทิ Digital & AI รวมถึง Data Center อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี Humanoid และนวัตกรรมดิจิทัล
การเติบโตของอุตสาหกรรมเหล่านี้จะดึงดูดกลุ่มบุคลากรศักยภาพสูง (Expat) และกลุ่ม Digital Nomad เข้ามาในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องไปยังธุรกิจท่องเที่ยว การบริการ และนวัตกรรมการเงินดิจิทัล (Digital Finance / Virtual Banking) ในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า
"เอกนิติ" ถก IMF เตรียมพร้อมไทยเจ้าภาพประชุมIMF-WB ต.ค.นี้
กกร.ผนึก World Bank ดัน กรอ. 4 เสา ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
การประชุมใหญ่สถาบันการเงิน
ประชุม IMF–World Bank
ประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026
การประชุม IMF–World Bank
เศรษฐกิจแบบ “K-shape
2026年9月10日,泰国商会大学经济与商业预测中心总裁兼顾问委员会主席塔纳瓦·波尔维猜先生宣布,泰国将于2026年10月12日至18日主办世界银行和国际货币基金组织(IMF)峰会。这对提升泰国的国际形象而言是一个重要契机,因为世界银行峰会每三年才在其总部以外举行一次,而只有三个国家第二次获得主办权:韩国、日本和泰国。
Thanawat Pholvichai 先生,泰国商会大学经济与商业预测中心总裁兼首席顾问。
这反映了泰国具备举办世界级会议、支持会展产业(会议、奖励旅游、大会、展览)以及将自身打造为东盟地区会议展览中心的准备和潜力。
预计此次会议将吸引约15,000至20,000名与会者。若按每人平均支出30,000至50,000泰铢计算,则短期内将产生约50亿至100亿泰铢的经济效益。此外,此次会议还将成为政府领导人、财政部长和泰国银行行长发表意见、探讨泰国经济发展方向的重要平台,从而提振外国投资者的信心。
世界银行和国际货币基金组织会议预计将带来 100 亿泰铢的收入,吸引人工智能、电动汽车和数据中心领域的投资到泰国。
对于计划在会后投资泰国的企业而言,重点将放在高价值产业上,这些产业由外国投资驱动,涉及现代技术和基础设施,例如数字和人工智能、数据中心、电动汽车、电子元件、人形机器人技术和数字创新。
这些行业的增长将吸引更多高技能人才(外籍人士)和数字游民来到该国,这将在未来 3-5 年内对旅游业、服务业和数字金融/虚拟银行业务产生积极影响。
Ekniti 与国际货币基金组织讨论泰国主办 10 月份国际货币基金组织-世界银行会议的准备工作。
商务、工业和银行联合常设委员会(JSCCIB)与世界银行携手合作,从四大支柱加强经济发展委员会(EDB),打造经济发展的新引擎。
金融机构年度股东大会
国际货币基金组织-世界银行会议
2026年国际货币基金组织-世界银行集团年会
国际货币基金组织-世界银行会议
“K型”经济