บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับภาษีรถ EV นำเข้าไม่มีโรงงานจ่ายแพงขึ้น หนุนค่ายรถผลิต–ใช้ชิ้นส่วนไทย电动汽车委员会已批准调整电动汽车进口税,使没有工厂的汽车制造商支付更多税款,以鼓励汽车制造商在泰国生产和使用零部件。
บอร์ดอีวีเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ยึดแนวคิด "สร้างประโยชน์ให้ประเทศมาก จ่ายภาษีน้อยลง" รถ EV นำเข้าที่ไม่มีโรงงานในไทยเตรียมเสียภาษีสูงขึ้น

บอร์ดอีวีเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ยึดแนวคิด "สร้างประโยชน์ให้ประเทศมาก จ่ายภาษีน้อยลง" รถ EV นำเข้าที่ไม่มีโรงงานในไทยเตรียมเสียภาษีสูงขึ้น ขณะที่รถผลิตในประเทศจะได้อัตราภาษีลดหลั่นตามการลงทุน การจ้างงาน และสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนไทย หวังสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม พร้อมรักษาไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์โลก
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 69 นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวีซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีมติเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า
เป้าหมายสำคัญคือการใช้มาตรการภาษีเป็นกลไกสร้างสมดุลระหว่างรถยนต์นำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมผลักดันให้ค่ายรถเพิ่มการลงทุน การผลิต การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ และการจ้างงานคนไทย เพื่อรักษาสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ระดับโลก
รถยนต์นำเข้าอย่างเดียว ไม่มีโรงงานในไทย เสียภาษีสูงขึ้น
แนวทางใหม่จะกำหนดอัตราภาษีให้แตกต่างกันตามระดับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตแต่ละรายสร้างให้ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าการลงทุน ปริมาณการผลิต สัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ ตลอดจนการจ้างงานและการพัฒนาทักษะแรงงานไทย
รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยผู้นำเข้าไม่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย จะถูกกำหนดให้มีอัตราภาษีสูงขึ้น เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการซึ่งลงทุนตั้งฐานการผลิตและสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
ส่วนผู้ผลิตที่มีโรงงานในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องนำเข้ารถยนต์บางรุ่นเข้ามาทดลองตลาด จะมีการกำหนดปริมาณนำเข้า โดยพิจารณาเชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตรายนั้นสร้างขึ้นในประเทศไทย
แนวทางดังกล่าวสะท้อนหลักการนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว หรือ Investment-Driven Import ซึ่งไม่ได้ปิดกั้นการนำเข้ารถยนต์ แต่ต้องการให้การนำเข้าผูกโยงกับแผนการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ
รถยนต์ผลิตในไทย–ใช้ชิ้นส่วนไทยมาก ภาษียิ่งลด
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทย อัตราภาษีจะลดหลั่นตามระดับการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ โดยเฉพาะการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญและวัตถุดิบที่ผลิตในไทย
รถยนต์ที่ผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนไทยในระดับสูง จะได้รับอัตราภาษีที่แตกต่างจากรถยนต์ซึ่งใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในระดับปานกลาง หรือยังไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญที่ผลิตในไทยได้
อย่างไรก็ตาม รถยนต์บางกลุ่มที่มีปริมาณการผลิตไม่สูง แต่มีศักยภาพเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในอนาคต เช่น รถยนต์พรีเมียม จะได้รับการพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้โครงสร้างภาษีเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
หลักการปรับภาษีครั้งนี้ประกอบด้วย 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การผูกการนำเข้ากับการลงทุนจริง การผลักดันไทยเป็นฐานผลิตและส่งออก EV การเพิ่มมูลค่าชิ้นส่วนภายในประเทศ การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้แข็งแกร่งขึ้น
ตั้ง 2 คณะอนุกรรมการ ดูแล EV ครบวงจร
ที่ประชุมยังเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร
คณะแรกคือ คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ทำหน้าที่พัฒนาห่วงโซ่การผลิต ดูแลการบริหารจัดการแบตเตอรี่ EV ใช้แล้ว รวมถึงการกำจัดซากรถยนต์อย่างเป็นระบบ
คณะที่สองคือ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ทำหน้าที่ผลักดันสถานีและระบบอัดประจุไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ บอร์ดอีวียังมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังศึกษามาตรการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม
รถกลุ่ม xEV ครองยอดจดทะเบียนใหม่ 55%
ข้อมูลในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า รถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดจดทะเบียน 126,950 คัน เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่รถยนต์กลุ่ม xEV ซึ่งรวม BEV, HEV และ PHEV มีสัดส่วนรวมกันถึง 55% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นอย่างชัดเจน
ด้านการลงทุน ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ระบุว่า บีโอไอให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและกิจการที่เกี่ยวข้องรวม 189 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 151,372 ล้านบาท หรือกว่า 1.51 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ กิจการผลิตแบตเตอรี่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 87,073 ล้านบาท รองลงมาคือการผลิตรถยนต์ BEV มูลค่า 38,563 ล้านบาท และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอีก 12,558 ล้านบาท
สถานีชาร์จเตรียมติดตั้งกว่า 2.3 หมื่นหัวจ่าย
โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน มีแผนติดตั้งหัวจ่ายรวม 23,135 หัวจ่าย โดยเป็นหัวจ่ายแบบ Quick Charge จำนวน 10,249 หัวจ่าย คิดเป็นประมาณ 85% ของเป้าหมายหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว 12,000 หัวจ่ายในปี 2573
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย ได้แก่ Mitsubishi, Honda, Mazda และ Isuzu ยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมรวมกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ปรับปรุงสายการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ตลอดจนรองรับรถยนต์ HEV, MHEV และยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ
นายนฤตม์ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตในระยะยาว
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้จึงเป็นจังหวะสำคัญในการปรับสมดุลระหว่างการนำเข้ากับการลงทุนในประเทศ โดยเปิดกว้างต่อเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในไทย ทั้งการผลิต การพัฒนาเทคโนโลยี การใช้ชิ้นส่วน และการสร้างงานที่มีคุณภาพ
电动汽车委员会已批准一项电动汽车消费税重组原则,其核心理念是“为国家创造更多利益,同时减少税收支出”。在泰国没有工厂的进口电动汽车将面临更高的税率,而国产电动汽车将根据投资额、就业人数以及泰国零部件的使用比例适用分级税率。此举旨在创造公平竞争环境,同时巩固泰国作为全球汽车制造中心的地位。
2026 年 9 月 10 日,投资委员会 (BOI) 秘书长 Narut Teodsathirasak 先生以国家电动汽车政策委员会 (EV Board) 成员兼秘书的身份透露,由副总理兼财政部长 Ekniti Nitithanprapas 先生主持的电动汽车委员会会议原则上批准了对电动汽车消费税进行重组。
主要目标是利用税收措施作为平衡进口汽车与国产汽车的机制,同时鼓励汽车制造商增加投资、生产、使用国产零部件以及雇用泰国人民,以保持泰国作为全球汽车制造中心的地位。
仅靠进口、在泰国没有工厂生产的汽车将面临更高的税收。
新方法将根据每个生产商为泰国创造的经济利益水平设定不同的税率,包括投资价值、产量、国产零部件比例以及泰国工人的就业和技能发展等因素。
为了与在泰国投资建立生产基地和供应链的制造商公平竞争,从国外进口且在泰国没有生产设施的电动汽车将被征收更高的关税。
对于已经在泰国拥有工厂但需要进口某些车型进行市场测试的制造商,进口数量将根据制造商在泰国创造的经济价值来确定。
这种方法体现了投资驱动型进口的原则,它不阻止汽车进口,而是旨在将进口与实际的国内投资和生产计划联系起来。
泰国制造的汽车使用许多泰国制造的零部件,因此税收较低。
对于在泰国生产的电动汽车,税率将根据生产水平和国内增加值分级征收,特别是使用在泰国生产的关键电子元件和原材料的情况。
在国内生产且大量使用泰国制造零部件的汽车,将享受与使用中等比例国产零部件或尚无法使用泰国制造的关键电子元件的汽车不同的税率。
然而,对于某些产量较低但未来有潜力增加国产零部件使用量的汽车细分市场,例如高档汽车,将会进行适当考虑,以确保税收结构不会阻碍投资和新产品开发。
这项税收调整基于五项关键措施:将进口与实际投资挂钩,促进泰国成为电动汽车生产和出口基地,提高国内零部件的价值,创造公平竞争,以及加强泰国零部件制造商。
已成立两个小组委员会来监管整个电动汽车市场。
会议还批准成立两个小组委员会,以支持向电动汽车行业的全面转型。
第一个委员会是现代汽车及零部件制造业促进小组委员会,由工业和产业部长担任主席。其职能是发展生产链,监督废旧电动汽车电池的管理,并系统地处置报废车辆。
第二个委员会是支持电动汽车充电的基础设施发展小组委员会,由能源部长担任主席。其职责是促进建设足够的充电站和系统以满足需求,并修订相关法规。
此外,电动汽车委员会已责成财政部常务秘书研究促进电动汽车(包括电动摩托车)商业化生产和使用的措施。
电动汽车占新注册车辆的 55%。
2026 年前七个月的数据显示,共注册了 126,950 辆电池电动汽车 (BEV),比上年同期增长了 88%。
虽然包括纯电动汽车 (BEV)、混合动力汽车 (HEV) 和插电式混合动力汽车 (PHEV) 在内的 xEV 车辆占所有车辆注册量的 55%,但这清楚地反映了泰国汽车市场从内燃机汽车向日益电动化的技术的过渡。
截至2026年8月31日的数据显示,泰国投资促进委员会(BOI)已推动189个电动汽车及相关产业项目,投资额达1513.72亿泰铢,即超过1510亿泰铢。其中,电池制造投资额最高,达870.73亿泰铢;其次是纯电动汽车(BEV)生产,投资额为385.63亿泰铢;关键零部件生产投资额为125.58亿泰铢。
该充电站准备安装超过23000个充电桩。
该投资促进型电动汽车充电站项目计划安装共计23135个充电桩,其中包括10249个快充桩。这约占到2030年建成12000个快充桩目标的85%。
与此同时,在泰国设有生产基地的汽车制造商,包括三菱、本田、马自达和五十铃,计划追加投资 500 亿泰铢,用于开发新车型、升级生产线,引入自动化和机器人技术,并生产混合动力汽车、轻混动力汽车和各种类型的电动汽车。
纳鲁特先生表示,全球汽车行业正在向更多电动技术转型,因此泰国需要做出调整,才能长期保持其制造业基础的实力。
因此,此次消费税重组是平衡进口和国内投资的关键一步,同时对技术持开放态度,但优先考虑在泰国产生的收益,包括生产、技术开发、零部件使用和创造高质量就业机会。