เคาะภาษีอีวีใหม่สกัดรถนำเข้า ผลิตในประเทศจ่ายต่ำ-นำเข้าไร้ลงทุนเจอโขกภาษีสูง新的电动汽车税旨在遏制进口;国产汽车缴纳的税款较低,而没有投资的进口汽车则面临高额税款。
บอร์ดอีวีไฟเขียวงัดมาตรการภาษีสรรพสามิต 3 อัตรา สกัดนำเข้ารถไฟฟ้า ชง ครม. รีดภาษีนำเข้าขั้นสูงสุดนำร่อง หวังปกป้องฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ ด้านบีโอไอมั่นใจค่ายรถญี่ปุ่นเชื่อมั่นศักยภาพไทย

# นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
# คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า
# การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์
# ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ
# นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
# สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
สอนลูกเรื่องเงินยังไง? กับ Sai Money Monster x ออม แม่บ้านสาธุ | Money Issue EP.72
บอร์ดอีวีไฟเขียวงัดมาตรการภาษีสรรพสามิต 3 อัตรา สกัดกั้นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า เตรียมชง ครม. รีดภาษีนำเข้าขั้นสูงสุดนำร่อง หวังปกป้องฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ ด้านบีโอไอมั่นใจค่ายรถญี่ปุ่นเชื่อมั่นศักยภาพไทย เทงบลงทุนเพิ่มกว่า 5 หมื่นล้านบาท
แบงก์ชาติร่วมมือ 11 หน่วยงาน สกัดเครือข่ายเงินเทาให้เป็นระบบทั้งเงินสด-ทองคำ-USDT-ธุรกรรมเสี่ยงสูง
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) นัดแรกของคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบหลักการในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยสู่การเป็นฐานการผลิตระดับโลก โดยพบว่าแม้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้น แต่สัดส่วนที่วิ่งบนท้องถนนส่วนใหญ่กลับมาจากการนำเข้าที่สูงมาก ดังนั้น เพื่อรักษาตำแหน่ง Detroit of Asia และเพิ่มศักยภาพทักษะแรงงานไทยให้สอดรับกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต กรมสรรพสามิตจึงได้นำเสนอมาตรการภาษีแบบ 3 อัตรา ประกอบด้วย อัตราต่ำสุดสำหรับค่ายรถที่ผลิตและใช้ชิ้นส่วนในไทยอย่างเป็นรูปธรรม อัตราปานกลางสำหรับผู้นำเข้าเพื่อทดลองตลาดแต่มีแผนการตั้งโรงงานรองรับ และอัตราสูงสุดสำหรับผู้นำเข้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีแผนการลงทุนในไทย มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 1. การนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว ลดการนำเข้าเพื่อเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว 2. การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา 3. การเพิ่มมูลค่าการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
“สิ่งที่จะทำเร็วที่สุดคือการบังคับใช้อัตราภาษีสูงสุดก่อน เพราะเห็นชัดเจนว่าอัตราการนำเข้ามีจำนวนสูงมาก ต้องการหยุดในส่วนนี้ ที่ไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ โดยจะเร่งทำรายละเอียดตัวเลขภาษีเพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนก.ย.นี้ คาดว่าอัตราใหม่สำหรับกลุ่มที่มุ่งนำเข้าเพียงอย่างเดียวจะต้องปรับให้สูงกว่าฐานภาษีนำเข้าเดิมที่ระดับ 10%”
ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อข้างต้นแล้ว โครงสร้างภาษีใหม่ภายใต้แนวคิดปรับภาษีตามการสร้างประโยชน์ประเทศ มีหลักการสำคัญเพิ่มเติมอีก 2 ข้อ ได้แก่ 4. การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า และ 5. การพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย ภายใต้โครงสร้างภาษีใหม่นี้ จะกำหนดอัตราให้แตกต่างกันตามระดับการลงทุนและการสร้างมูลค่าเพิ่ม แบ่งเป็น 4 รูปแบบหลัก คือ 1. รถนำเข้าโดยผู้นำเข้าไม่มีโรงงานในไทยจะมีอัตราภาษีที่สูงขึ้น 2. รถนำเข้าโดยผู้ผลิตที่มีโรงงานในไทยแล้วเพื่อทดลองตลาด จะกำหนดโควตานำเข้าโดยพิจารณาความเชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างในไทย 3. รถผลิตในประเทศที่ใช้ชิ้นส่วนปานกลาง แต่ยังมีศักยภาพพัฒนาในอนาคต เช่น กลุ่มรถพรีเมียม 4. รถผลิตในประเทศที่สามารถใช้ชิ้นส่วนระดับสูง โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนค่ายรถยนต์ดั้งเดิม ให้สามารถเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ได้อย่างมั่นคง ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในไทย ได้แก่ มิตซูบิชิ ฮอนด้า มาสด้า และอีซูซุ โดยทั้ง 4 ค่ายได้ประกาศแผนการลงทุนร่วมกันมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572-2573 เพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ปรับปรุงสายการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ และรองรับเทคโนโลยี HEV, MHEV ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ”
สำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ล่าสุดบีโอไอให้การส่งเสริมไปแล้ว 189 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 151,372 ล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ที่พุ่งสูงถึง 126,950 คัน เพิ่มขึ้น 88% ส่งผลให้ยอดรวมรถยนต์กลุ่ม xEV ทั้งแบบ BEV, HEV และ PHEV ครองสัดส่วนถึง 55% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ส่วนความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายสถานีชาร์จมีแผนติดตั้ง 23,135 หัวจ่าย ซึ่งเป็นหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) ถึง 10,249 หัวจ่าย หรือคิดเป็น 85% ของเป้าหมายปี 2573 แล้ว
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด นำโดยรมว.อุตสาหกรรม เพื่อดูแลห่วงโซ่การผลิตยานยนต์และแบตเตอรี่ และ รมว.พลังงาน เพื่อดูแลด้านโครงข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุม อีกทั้งยังมอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งศึกษามาตรการส่งเสริมรถยนต์เชิงพาณิชย์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันให้ระบบนิเวศยานยนต์ไทยสมบูรณ์แบบที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# Ekniti Nitithanpraphas 先生
# 电动汽车政策委员会
# 投资汽车行业
# 国内零部件制造商
# 纳鲁特·特奥萨蒂拉萨克先生
# 电动汽车充电站
如何教孩子理财?Sai Money Monster x 贤妻良母 Aom 倾情加盟 | 理财问题 第72期
泰国电动汽车委员会已批准三种消费税率,以遏制电动汽车进口。他们正准备向内阁提交一项试点计划,拟对电动汽车征收最高进口税,以保护国内汽车制造业。与此同时,泰国投资促进委员会(BOI)相信,日本汽车制造商对泰国的市场潜力充满信心,并将追加投资超过500亿泰铢。
央行正与 11 个机构合作,系统性地打击涉及现金、黄金、USDT 和高风险交易的非法资金网络。
泰国消费税厅厅长蓬猜·提拉维奇先生透露,由副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦帕帕斯先生主持的新一届国家电动汽车政策委员会(电动汽车委员会)首次会议批准了电动汽车消费税结构调整的原则。此举旨在推动泰国汽车及零部件产业转型,成为世界一流的生产基地。尽管电动汽车的使用量不断增长,但目前道路上行驶的电动汽车大多依赖进口。因此,为了保持泰国“亚洲底特律”的地位,并提升泰国劳动力的技能以适应未来技术发展,消费税厅提出了三级税率体系。该体系包括:最低税率适用于在泰国实际生产和使用零部件的汽车制造商;中等税率适用于计划在泰国建厂、试探市场需求的进口商;最高税率适用于仅进口但无任何在泰国投资计划的进口商。主要目标如下:1. 吸引长期投资,减少仅出于商业目的的进口; 2. 将泰国打造成为汽车生产和出口中心,特别是右舵汽车;3. 提高国产零部件的价值。
“最快捷的办法是先执行最高关税税率,因为很明显,目前的进口关税税率非常高。我们希望防止这种情况影响国内生产能力。我们将加快制定关税数据细节,以便在9月份的内阁会议上提交讨论。预计仅以进口为主要业务的企业的新税率将高于目前10%的进口关税基数。”
泰国投资促进委员会(BOI)秘书长纳鲁特·特奥萨提拉萨克先生补充道,除了上述三大目标外,基于国家利益调整税收理念的新税收结构还包含两项重要原则:4. 促进国产汽车与进口汽车之间的公平竞争;5. 发展国内零部件制造商,以加强泰国汽车供应链。根据新的税收结构,税率将根据投资水平和增加值而有所不同,分为四大类:1. 来自在泰国没有工厂的进口商的进口汽车将适用更高的税率。2. 来自在泰国设有工厂的制造商的进口汽车,用于市场测试,其进口配额将根据其在泰国创造的经济价值确定。3. 使用中档零部件但具有未来发展潜力的国产汽车,例如高端汽车。4. 可以使用高端零部件,特别是关键电子元件的国产汽车。
“政府优先扶持传统汽车制造商,以确保向现代化汽车实现稳定的技术转型。这一举措受到了在泰国设有生产基地的日本汽车制造商的欢迎,包括三菱、本田、马自达和五十铃。这四家公司已宣布联合投资计划,总额超过500亿泰铢,将持续到2029-2030年,用于开发新车型、升级生产线以实现自动化,并生产混合动力汽车(HEV)、轻混动力汽车(MHEV)以及各种类型的电动汽车。”
在电动汽车产业投资方面,泰国投资促进委员会(BOI)近期推动了189个项目,投资额达1513.72亿泰铢。2026年前七个月,电动汽车保有量激增至126950辆,增幅高达88%。因此,新车注册总量(包括纯电动汽车、混合动力汽车和插电式混合动力汽车在内的xEV)占所有新车注册量的55%。在基础设施建设方面,充电站网络计划安装23135个充电桩,其中10249个为快充桩,占2030年目标的85%。
此外,会议还任命了两个小组委员会,分别由工业部长和能源部长领导,负责监督汽车和电池供应链,以及确保充电站网络全面覆盖。财政部也被责成加快研究促进电动汽车和电动摩托车商业化的措施,以期在东盟地区构建最完善的汽车生态系统。
《泰叻报》编辑部。