เผยเส้นเงิน “ทิดโชติ” ไม่เข้าบัญชีวัด แต่ถูกโอนไปมูลนิธิฯ ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต据透露,“Tid Choti”的资金并没有进入寺庙账户,而是被转移到了一个尚未获得许可的基金会。
ตำรวจเผยเส้นเงิน “ทิดโชติ” พบเงินจัดซื้อวัตถุมงคล ไม่เข้าบัญชีวัด แต่ถูกโอนไปมูลนิธิฯ ที่เพิ่งจัดตั้ง ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาต และยังออกใบอนุโมทนาบัตรไม่ได้

ตำรวจเผยเส้นเงิน “ทิดโชติ” พบเงินจัดซื้อวัตถุมงคล ไม่เข้าบัญชีวัด แต่ถูกโอนไปมูลนิธิฯ ที่เพิ่งจัดตั้ง ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาต และยังออกใบอนุโมทนาบัตรไม่ได้
วันที่ 11 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบจัดแถลงข่าวกรณี “สมีโชติ” หรือ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น “เหนือดวง” ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
และสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
เมื่อถามถึงเส้นทางการเงินที่พบ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. เผยว่า ในเรื่องเงินบริจาค ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะถวายให้สงฆ์ หรือถวายให้หลวงพ่อ ในส่วนของหลวงพ่อเราไม่ก้าวล่วง เพราะท่านก็จำเป็นต้องใช้ปัจจัยในการทำนั่นนี่ แต่ในกรณีที่ญาติโยมตั้งใจบริจาคเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนา ให้นำมาใช้ในกิจการของสงฆ์ การบริจาคก็จะมีทั้งเงินสด และทรัพย์อื่นๆ ซึ่งตรงนี้มีร่องรอยการโอน ทาง ปปง. ได้เข้ามาช่วยดู เคสนี้เราพบเงินที่ถูกโอนเข้า และถอนออก แล้วฝากเข้า แต่เจ้าตัวบอกจดจำไม่ได้ ไม่มีที่มา ซึ่งเขาต้องไปอธิบายกับ ปปง.
ในส่วนของเส้นเงินจำนวน 2 เส้น คือ 89 ล้าน และ 22 ล้าน ไปเข้าบัญชีใครบ้าง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ระบุว่า อย่างที่บอกว่ายังมีซีซั่น 2 ซีซั่น 3 บางคำตอบขออนุญาตสงวนเอาไว้เพราะเราต้องทำต่อ แต่ที่แน่ชัด คือ เงินที่เข้ามาจากผู้มีศรัทธาเช่าวัตถุมงคลส่วนหนึ่ง อีกส่วนโอนให้เพื่อทำนุบำรุงปฏิสังขรณ์วัด 2 ส่วนนี้รวมกัน 90 กว่าล้าน ในเวลาประมาณ 3 เดือน เข้าบัญชีของมูลนิธิแห่งหนึ่ง ที่เจ้าอาวาสตั้งมา แต่มูลนิธินี้ ยังไม่ถูกต้อง ก่อนจะโอนเงินจากมูลนิธิมาเข้าบัญชีตัวเอง ซึ่งนี่เป็นแผนประทุษกรรมที่เจอ
เมื่อถามว่า เงินที่เข้ามาแล้ว ถูกถ่ายออกไปที่ไหนบ้าง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ระบุว่า เท่าที่ตรวจสอบพบมีทั้งสองส่วนคือ อยู่ที่เจ้าอาวาสส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งไปอยู่ที่ผู้หญิง ซึ่งเราต้องแกะต่อว่าไปถึงใครอีก ถ้าพบเราก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) อธิบายถึงเส้นเงินจำนวน 92 ล้านว่า เงินเส้นนี้ไม่ได้เข้าวัดแน่นอน ซึ่งเป็นความผิดชัดเจน แต่เมื่อวานหลังจากจับกุม ตรวจค้น พบทรัพย์สินเกินกว่า 100 ล้านบาท ตรงนี้เราต้องทำงานต่อว่า ทรัพย์สิน เงินสด ที่เราตรวจอายัดได้เบื้องต้น มาจากไหน อย่างไร และหากตรวจพบทรัพย์สินอื่นๆ อีกเพิ่มเติมเข้ามา ก็ต้องดำเนินการต่อว่าได้มาเมื่อไร อย่างไร ซึ่งมีวิธีดำเนินการอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงใบอนุโมทนาบัตรที่ออกมาถือว่าปลอมหรือไม่ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ระบุว่า อยากให้ใช้ว่าหลักฐานการทำบุญ น่าจะเข้าใจง่ายกว่า คุณทำบุญ ก็จะได้หลักฐานการทำบุญ แต่ในกรณีนี้ เงินไม่ได้ไปวัด แม้จะเป็นการสั่งซื้อวัตถุมงคล และโอนเงินไปสู่องค์กรการกุศลแห่งหนึ่ง เรียกว่ามูลนิธิวัดโชติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังจากที่มีเคสสำคัญเกิดขึ้น ที่สำคัญมูลนิธิยังไม่สามารถออกใบอนุโมทนาบัตรได้ นั่นหมายความว่า เงินไม่เข้าวัด แต่วัดกลับออกใบอนุโมทนาบัตรให้
ต่อข้อถาม มูลนิธินี้เป็นที่รู้จักของสังคมหรือไม่ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ระบุว่า ตนก็เพิ่งจะรู้จัก ในช่วงของการตรวจสอบ ประมาณ 1-2 เดือนที่ผ่านมา ถามว่าดังหรือไม่ ไม่ทราบจริงๆ แต่เพิ่งจัดตั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
警方公布了“Tid Choti”的资金流向细节,显示用于购买圣物的资金并没有进入寺庙账户,而是转移到了一个新成立的基金会,该基金会尚未获得许可,也无法开具捐赠收据。
2026年9月11日,记者报道称,泰国犯罪调查局就“萨米·乔蒂”(Sami Choti,又名“蒂德·乔蒂”)一案召开新闻发布会。萨米·乔蒂曾任阿瑜陀耶古城著名寺庙佛塔萨旺寺(Wat Phutthaisawan Royal Temple)住持,也是“努埃·杜昂”(Nuea Duang)泽度堪佛牌的创始人。他被控挪用寺庙捐款超过1亿泰铢。由第一区贪污与渎职法庭签发的逮捕令(编号29/2569,日期为2026年9月8日)指控他犯有“公职人员挪用公款、公职人员渎职、串谋洗钱和共同洗钱”等罪行。
潘雅薇女士(又名“西卡·艾”)根据第一区刑事法院于2026年9月8日签发的第30/2569号逮捕令被捕,罪名包括“教唆公职人员挪用公款”、“教唆公职人员不当或腐败地履行/不履行职责”、“教唆政府官员不当履行/不履行职责”以及“串谋洗钱和共同洗钱”。
当被问及发现的资金流向时,第一分局犯罪打击部门指挥官杰特尼帕特·西里瓦特警中校透露,关于这些捐款,很明显是用于僧团或住持的。我们不会干预住持的行为,因为他需要这些资金用于各种用途。然而,如果捐赠者的目的是为了维护佛教,那么这些钱应该用于寺院活动。捐赠可以包括现金和其他资产。目前已发现资金转移的痕迹,反洗钱办公室(AMLO)正在协助调查。在本案中,我们发现资金被转入、取出,然后又被存入,但当事人声称没有资金来源记录,需要向反洗钱办公室解释此事。
关于总额分别为8900万泰铢和2200万泰铢的两笔款项及其收款人,犯罪打击部门(CSD)指挥官帕塔纳萨克·布帕苏万少将表示,正如之前所述,调查仍在进行第二和第三阶段。由于需要进一步调查,部分细节将暂不公开。但可以确定的是,这两笔款项分别来自信徒租用圣物的收入,以及用于寺庙维护和修缮的费用。这两笔总额超过9000万泰铢的款项,在大约三个月的时间里被转入一个由住持设立的基金会账户,尽管该基金会尚未正式注册。之后,这笔钱又从该基金会转入了住持的个人账户。这就是目前发现的作案手法。
当被问及这笔钱的去向时,帕塔纳萨克少将表示,目前调查显示,这笔钱分两部分:一部分在方丈手中,另一部分给了某位女士。他补充说,他们需要进一步调查以确定还有哪些人涉案,如果查明,将对所有涉案人员采取法律行动。
中央调查局局长纳塔萨克·乔瓦纳赛中将解释了这起9200万泰铢的案件,他表示这笔钱肯定没有流入寺庙,这显然是违法行为。然而,在昨天的逮捕和搜查行动之后,警方发现了超过1亿泰铢的资产。我们需要继续调查这些初步查获的资产和现金的来源和获取方式。如果发现更多资产,我们将调查其获取的时间和方式。处理此类案件有既定的程序。
当被问及开具的捐款收据是否伪造时,警官杰特尼帕特中校表示,使用“捐款证明”一词更容易理解。他解释说,捐款时通常会收到捐款证明。然而,在本案中,这笔钱并没有直接捐给寺庙,尽管它是用于购买宗教用品,而是转给了一个名为“瓦乔蒂基金会”的慈善机构。该基金会是在一起重大案件发生后成立的。重要的是,该基金会一直没有开具捐款收据的资质。这意味着这笔钱并没有到达寺庙,但寺庙却开具了捐款收据。
针对该基金会是否广为人知的问题,警官杰特尼帕特表示,他是在调查过程中才了解到该基金会的,大约在一两个月前。当被问及该基金会是否知名时,他坦言自己并不知情,但该基金会确实是去年年底才成立的。