"รุทธพล" ชี้ "คุกมีไว้ขังคนจน" เป็นคำพูดในอดีต ยันมีกองทุนยุติธรรมช่วยสู้คดี鲁塔普尔表示,“监狱是穷人的监狱”这种说法已经过时了,并确认有司法基金可以帮助打官司。
"รุทธพล" เปิดนโยบายยุติธรรม 7 ข้อ ชี้วลี "คุกมีไว้ขังคนจน" เป็นคำพูดในอดีต ระบุกองทุนยุติธรรมช่วยประกันตัว-ค่าทนายตามหลักเกณฑ์ พร้อมรายงานผลคืนทรัพย์เหยื่อสแกมเมอร์กว่า 130 ล้านบาท และไกล่เกลี่ยหนี้กว่า 40,000 เรื่อง

วันนี้ (12 ก.ย.2569) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยแนวทางขับเคลื่อนงานของกระทรวงยุติธรรม โดยยึดนโยบายหลัก 7 ด้าน ประกอบด้วย
การน้อมนำโครงการพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติ
การปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ
การแก้ไขปัญหายาเสพติด
การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชน
การพัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรม
การฟื้นฟูผู้กระทำผิดกลับคืนสู่สังคม
การบริหารงานอย่างมืออาชีพ
รมว.ยุติธรรมระบุว่า แต่ละนโยบายจะมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน และได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้เร่งนำไปปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายให้กระบวนการยุติธรรมตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้รวดเร็วขึ้น หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เคยให้ความเห็นว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าอาจกลายเป็นความไม่ยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวยังต้องติดตามตัวชี้วัดที่ชัดเจน ทั้งระยะเวลาการดำเนินคดี จำนวนประชาชนที่เข้าถึงบริการ และผลสัมฤทธิ์ของการช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ เพื่อประเมินว่านโยบายสามารถลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมได้จริงหรือไม่
ชูกองทุนยุติธรรมช่วยคนรายได้น้อย
สำหรับวลี "คุกมีไว้ขังคนจน" พล.ต.ท.รุทธพล มองว่าเป็นคำพูดที่มีมานานแล้ว แต่กระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานและมาตรการรองรับปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งการให้คำปรึกษากฎหมาย การช่วยเหลือด้านการประกันตัว การเยียวยาผู้เสียหาย กองทุนยุติธรรม และศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีอยู่ในทุกจังหวัด รวมถึงช่องทางสายด่วนสำหรับขอรับความช่วยเหลือ
กองทุนยุติธรรมมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจนและประสบปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยอาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายในบางกรณี เช่น ค่าประกันตัวหรือค่าจ้างทนายความ แต่การช่วยเหลือไม่ได้ครอบคลุมทุกคดี เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อ คือ ประชาชนรับรู้สิทธิและเข้าถึงกองทุนได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงกระบวนการพิจารณามีความรวดเร็วเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ถูกควบคุมตัวหรือมีข้อจำกัดด้านรายได้และการเดินทาง ซึ่งมักเผชิญอุปสรรคตั้งแต่ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี
รายงานผลปราบยา-สแกมเมอร์ และไกล่เกลี่ยหนี้
ด้านยาเสพติด กระทรวงยุติธรรมระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับ จะทำงานร่วมกับตำรวจและทหาร ครอบคลุมการป้องกัน ปราบปราม บำบัด ฟื้นฟู และเฝ้าระวัง โดยมุ่งสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ปราบปรามผู้ค้าและผู้มีอิทธิพล รวมถึงยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายา
รมว.ยุติธรรมเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถยึดสารตั้งต้นล็อตใหญ่ ซึ่งอาจสกัดกั้นการผลิตยาบ้าได้มากกว่า 1 ล้านเม็ด ขณะเดียวกัน ปัญหาสแกมเมอร์ นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักของกระทรวงที่รับผิดชอบคดีซับซ้อน
สำหรับการติดตามเงินคืนผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ รมว.ยุติธรรมระบุว่า ตำรวจได้ทำงานร่วมกับธนาคารและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC เพื่อเร่งสกัดเส้นทางเงิน โดยมีรายงานว่าสามารถเฉลี่ยคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายเกือบ 600 ราย มูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท ทั้งนี้ การคืนเงินยังขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินที่ยึดได้ในแต่ละคดี
ส่วนการแก้หนี้ครัวเรือน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพร่วมกับกรมบังคับคดี จัดมหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือนทั้งก่อนฟ้องคดีและหลังศาลมีคำสั่งบังคับคดี ในปีงบประมาณ 2569 มีการจัด 23 ครั้งทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 60,000 คน และยื่นขอไกล่เกลี่ยกว่า 40,000 เรื่อง โดยกระทรวงยุติธรรมระบุว่า ไกล่เกลี่ยสำเร็จเกือบทั้งหมด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนได้กว่า 5,000 ล้านบาท
แม้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของปัญหาหนี้และความต้องการความช่วยเหลือ แต่ผลลัพธ์ระยะยาวยังต้องประเมินว่า ลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ต่อเนื่องหรือไม่ และมาตรการไกล่เกลี่ยช่วยลดโอกาสกลับไปเป็นหนี้ซ้ำได้มากน้อยเพียงใด
"เต้ อาชีวะ" พาภรรยาเจ้าของสวนสัตว์สมุย ยื่นอุทธรณ์ มท.ทบทวนคำสั่งเนรเทศ
“พริษฐ์” ชี้ กกต.มีหลักฐานมากพอเอาผิดคดีฮั้ว สว.-แนะจับตามติกล้าเอาผิดหรือไม่
"รักชนก" ลุยสอบสร้าง "แลนด์มาร์กสุวรรณภูมิ" หลังชลประทานไม่อนุญาต
今天(2026年9月12日),司法部长鲁达蓬·瑙瓦拉特上将公布了司法部的工作方向,该方向基于7个主要政策领域,其中包括:
将皇家倡议付诸实践。
取缔一切形式的犯罪。
解决毒品问题。
保护权利,协助公众。
法律和司法体系的发展。
对罪犯进行改造,使其重新融入社会。
专业管理
司法部长表示,每项政策都将设定实施期限,并已指示下属机构加快执行。此举旨在确保司法系统能够更快地回应公众关切,此前总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔曾表示,司法延误可能导致不公正。
然而,此类政策的实施仍需通过明确的指标进行监测,包括法律诉讼的持续时间、获得服务的人数以及每个领域援助的有效性,以便评估该政策是否能够真正减少获得司法救济方面的不平等。
推广司法基金,帮助低收入人群。
关于“监狱是为穷人准备的”这种说法,鲁塔波尔警上将认为这只是一句老生常谈,但他表示,司法部已设立相关机构并采取相应措施,以解决低收入群体遭受不公平待遇的问题。这些措施包括法律咨询、保释协助、受害者赔偿、司法基金、遍布各省的社区司法中心以及求助热线。
正义基金旨在帮助遭受不公正待遇的贫困人士。在某些情况下,这可能包括支付相关费用,例如保释金或律师费。然而,并非所有案件都能获得援助,所有案件都必须由基金委员会根据既定标准和条件进行审核。
其他需要考虑的因素包括公民对自身权利的了解程度以及获得该基金的途径,以及审查程序是否足够迅速,特别是对于那些被拘留或收入和旅行受到限制的人来说,他们往往在审判程序开始之前就面临障碍。
关于打击毒品贩运、诈骗和债务调解的报告。
关于毒品问题,司法部表示,其下属机构禁毒委员会(ONCB)将与警方和军方合作,开展预防、打击、治疗、戒毒和监控等工作。工作重点是查处毒品源头,打击毒贩和有影响力的人物,并缴获与贩毒网络相关的资产。
司法部长透露,当局近期查获了一大批前体化学品,这可能阻止超过100万粒冰毒的生产。与此同时,打击诈骗犯、替罪羊和跨国犯罪需要多个部门的合作,其中特别调查局(DSI)是司法部负责处理复杂案件的关键机构之一。
关于为网络犯罪受害者追回资金,司法部长表示,警方已通过网络反欺诈中心(ACSC)与银行和反洗钱办公室合作,加快资金流向追踪。报告显示,已向近600名受害者追回资产,总额超过1.3亿泰铢。然而,追回过程取决于报案速度、资金流向追踪的进展以及每起案件中查获的资产数量。
在家庭债务解决方面,2016财年期间,权利与自由保护部与法律执行部合作,在全国范围内组织了23场债务解决活动。超过6万人参与,并提交了4万多份调解申请。司法部表示,几乎所有案件都成功调解,为民众节省了超过50亿泰铢。
虽然这些数字反映了债务问题的规模和援助的必要性,但仍需评估长期结果,考虑借款人是否能够持续遵守协议,以及调解在多大程度上能有效降低再次陷入债务的可能性。
“Tae Achiwa”和他的妻子(苏梅岛动物园的主人)向内政部提出上诉,要求复核驱逐令。
“Parit”表示选举委员会掌握了足够的证据来起诉参议院勾结案的涉案人员,并建议密切关注他们是否敢于追究此事。
在灌溉部门拒绝批准后,“Rakchanok”继续对“素万那普地标”的建设进行调查。