“เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ.-โยธาฯ ตรวจโครงสร้างด่วนก่อนเปิดใช้ ชื่นชมแผนอพยพไว“Jaset”命令灾害预防和减灾部以及公共工程部在开放前紧急检查该建筑物,并赞扬了迅速的疏散计划。
“เจเศรษฐ์” ลงพื้นติดตามเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ บ้านแพ้ว สั่ง ปภ.-โยธาฯ ตรวจโครงสร้างด่วนก่อนเปิดใช้ ชื่นชมแผนอพยพไว

“เจเศรษฐ์” ลงพื้นติดตามเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ บ้านแพ้ว สั่ง ปภ.-โยธาฯ ตรวจโครงสร้างด่วนก่อนเปิดใช้ ชื่นชมแผนอพยพไว
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ก.ย.2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) รุดลงพื้นที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ หลังเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันนี้ โดยเพลิงลุกไหม้บริเวณแผนกกายภาพบำบัด ชั้น 1 ของอาคาร
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและ อปพร. ได้เร่งเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุ พร้อมกับโรงพยาบาลดำเนินการอพยพผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ในฐานะที่กำกับดูแล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง มท.3 ได้สั่งการเร่งด่วนให้ทั้งสองหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยให้ ปภ. สนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและระงับเหตุสาธารณภัย ประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังเหตุซ้ำ ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียมเข้าตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนการกลับเข้าใช้พื้นที่
ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้ 100% แล้ว และไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการสำลักควัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการระบายควันที่ตกค้างภายในอาคาร และประเมินความปลอดภัยของพื้นที่อย่างละเอียด
มท.3 กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย โดยขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและ อปพร. และ อส. ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่และปฏิบัติการระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านการอพยพ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
“วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่มีการสูญเสียชีวิตและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อปพร. และบุคลากรของโรงพยาบาลที่ทำงานอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ การตอบสนองในช่วงนาทีแรกมีความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและประชาชน” มท.3 กล่าว
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ มท.3 เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองจะเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคาร เพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยก่อนพิจารณาการกลับเข้าใช้พื้นที่ ขณะเดียวกันได้ประสาน กรมควบคุมมลพิษ เข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศและค่ามลพิษจากควันที่ยังตกค้างอยู่ภายในโรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน
ส่วนการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเก็บหลักฐานและตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด ก่อนสรุปข้อเท็จจริงต่อไป
มท.3 ย้ำว่า หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้ว ภารกิจสำคัญคือการสร้างความมั่นใจว่าพื้นที่มีความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร คุณภาพอากาศ และการป้องกันเหตุซ้ำ โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนโรงพยาบาลอย่างเต็มที่จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ
“ในฐานะที่กำกับดูแลทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้สั่งการให้ทั้งสองหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน เพราะความปลอดภัยต้องดูให้ครบทุกมิติ ทั้งการป้องกันและระงับเหตุ ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร รวมถึงสภาพแวดล้อมภายในอาคาร หลังจากนี้ต้องทำให้มั่นใจว่าอาคารปลอดภัย อากาศปลอดภัย และประชาชนปลอดภัย ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” มท.3 กล่าว
“Jaset”前往 Ban Phaeo 的 Chalerm Phra Kiat 大楼火灾现场,命令防灾减灾部和公共工程部在重新开放前立即检查该建筑,并赞扬了迅速的疏散计划。
2026年9月13日晚上7点,内政部副部长(M.3)杰塞特·泰塞特先生赶往沙没沙空府班帕奥医院,了解查伦帕吉亚特大楼内发生的火灾情况。火灾大约发生在当天下午6点,起火点位于大楼一楼的理疗科。
接到报告后,包括沙没沙空府防灾减灾办公室、事发地及周边地区的地方行政机构、消防员和志愿救灾人员在内的相关部门立即赶赴现场控制局势。医院也迅速疏散了受灾人员。
作为主管机关,内政部已紧急指示防灾减灾司和公共工程及城市规划司密切支持医院的安全管理。防灾减灾司将负责支持防灾减灾工作、评估风险并监测灾害再次发生的情况,而公共工程及城市规划司将检查建筑物的结构完整性,以评估其安全性,之后方可允许医院投入使用。
火势现已完全得到控制,无人死亡。仅有因吸入浓烟造成的轻微伤情报告。目前,相关部门正在努力排出建筑物内残留的烟雾,并对该区域进行全面的安全评估。
内政部副部长(M.3)表示,此次事件最重要的任务是防止人员伤亡。他赞扬了消防员、志愿救援人员和当地自卫志愿者对事件的迅速反应和应对,以及医院工作人员在疏散受影响人员和迅速转移他们方面的准备工作。最终,事件中无人伤亡。
“今天最重要的是没有人员死亡,也没有人员重伤。我赞扬消防员、志愿救援人员和医院工作人员迅速而有条不紊的反应。最初的反应对于保障患者和公众的安全至关重要,”内政部副部长说道。
关于下一步措施,内政部副部长透露,公共工程和城市规划部将于明日对该建筑结构进行检查,评估其稳定性和安全性,然后再考虑是否允许入住。同时,他们已与污染控制部门协调,监测医院内空气质量和残留烟雾造成的污染水平,以确保该区域对患者、员工和公众的安全。
关于火灾原因的调查,法医人员将于明日进入现场收集证据,彻底调查火灾原因,然后得出结论。
内政部副部长(M.3)强调,火势得到控制后,当务之急是确保该区域各方面的安全,包括建筑结构、空气质量以及防止再次发生火灾。他指示相关部门密切监测情况,并为医院提供全力支持,直至其恢复正常运转。
“作为灾害预防与缓解部门以及公共工程与城市规划部门的主管,我已经指示这两个部门紧急支援医院。安全必须从各个方面考虑,包括预防和应对措施、建筑结构安全以及室内环境。在此之后,我们必须确保建筑物安全、空气安全、公众安全,才能恢复正常,”内政部副部长说道。