คลังนัดเคลียร์วัดทั่วประเทศ สรรพากรนัดถก “อี-โดเนชัน” ป้องกันยักยอก财政部计划处理全国各地寺庙的相关问题,而税务部门将就电子捐赠进行讨论,以防止挪用公款。
สรรพากร นัดถก พศ 22 ก.ย.นี้ เร่งเคลียร์วัดทั่วประเทศ เข้าใจระบบภาษี และอี-โดเนชัน ป้องกันยักยอก

# นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์
# การบริหารจัดการเงินบริจาค
# สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
# การใช้งานระบบอี-โดเนชัน
# หน้าที่ทางภาษีของวัด
# ความโปร่งใสในการบริจาค
สุดยอดเกมการเงิน Nvidia - Nebius เมื่อ “ชิป” กลายเป็นหลักประกันเงินกู้ | Digital Frontiers EP.75
กรมสรรพากรนัดหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 22 ก.ย. นี้ เพื่อวางแนวทางภาษีและเพิ่มความรัดกุมในการใช้ระบบ E-donation
มูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับวัดซึ่งไม่ได้เป็นองค์การสาธารณกุศล มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีและเสียภาษีตามกฎหมายหากมีรายได้อื่นนอกเหนือจากเงินบริจาค
กรณีการยักยอกเงินในมูลนิธิ ถือเป็นความรับผิดชอบของมูลนิธิในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ส่วนกรมสรรพากรจะตรวจสอบในมิติของภาษีและงบการเงินเท่านั้น
ปัจจุบันมีวัดทั่วประเทศลงทะเบียนระบบ E-donation แล้วกว่า 43,000 แห่ง จากวัดทั้งหมดประมาณ 45,000 แห่ง
ยอดเงินบริจาคผ่านระบบ E-donation สะสมในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 23,000 ล้านบาท ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้
เปิดกลยุทธ์ "ซีอีโอ" รับมือระเบียบโลกใหม่ ประเทศไทย "ต้องรอด"
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยระหว่างการชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการเงินบริจาคผ่านระบบ อี-โดเนชัน (E-donation) หลังเกิดข่าวพระสงฆ์ของวัดดังยักยอกเงินบริจาคของวัดว่า กรมได้นัดหารือร่วมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) วันที่ 22 ก.ย.นี้ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ทางภาษีของวัด รวมถึงการใช้งานระบบ อี-โดเนชัน เพื่อเพิ่มความรัดกุมและปิดช่องโหว่การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนกรณีการตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านบาทตามที่เป็นข่าวนั้น กรมสรรพากรไม่มีข้อมูลรายละเอียด เนื่องจากเพิ่งเริ่มบังคับใช้ อี-โดเนชัน เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 ม.ค.69
อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมายวัดและมูลนิธิถือเป็นนิติบุคคลที่แยกออกจากกัน แม้จะมีผู้มีอำนาจบริหารเป็นบุคคลเดียวกันก็ตาม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าวัดที่เป็นข่าวได้ลงทะเบียน อี-โดเนชัน เรียบร้อยแล้ว ส่วนมูลนิธิของวัดดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็นองค์การสาธารณกุศล ซึ่งหากมูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่ได้เป็นองค์การสาธารณกุศลมีรายได้ช่องทางอื่นที่ไม่ใช่เงินบริจาค ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.ง.ด.55) และเสียภาษีตามกฎหมาย ซึ่งกรมสรรพากรจะเข้าไปติดตามตรวจสอบรายได้ในส่วนนี้ต่อไป นอกจากนี้ วัดยังมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีการจ่ายเงินค่าก่อสร้างหรือค่าเช่าต่างๆ ที่วัดยังมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ด้วย
อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีการยักยอกเงินภายในมูลนิธิ เนื่องจากมูลนิธิมีฐานะเป็นนิติบุคคล ตัวมูลนิธิเองจะต้องเป็นผู้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด เหมือนกรณีพนักงานกระทำความผิดต่อบริษัท ส่วนกรมสรรพากรจะเข้าไปตรวจสอบในมิติของภาษีว่า รายได้ดังกล่าวเป็นของมูลนิธิหรือเป็นรายได้ส่วนบุคคลเพื่อประเมินการเสียภาษีให้ถูกต้อง รวมถึงการจัดทำงบการเงินนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังได้ฝากถึงพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการทำบุญบริจาคว่า นอกเหนือจากความสบายใจในการทำบุญแล้ว ประชาชนย่อมคาดหวังให้เงินบริจาคถูกนำไปใช้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อศาสนาและสังคม การบริจาคผ่านระบบ อี-โดเนชัน จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความโปร่งใส ว่าเงินได้เข้าสู่ระบบของวัดหรือองค์กรนั้นๆ จริง อีกทั้งยังสามารถนำเงินบริจาคนั้นไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
ทั้งนี้ปัจจุบันมีศาสนสถานทุกศาสนาลงทะเบียนเข้าระบบแล้วประมาณ 46,000 แห่ง โดยเป็นวัดในศาสนาพุทธมากถึง 43,000 แห่ง จากวัดทั่วประเทศที่มีอยู่ราว 45,000 แห่ง นอกจากนี้ ในปี 68 ที่ผ่านมา มียอดเงินบริจาคผ่านระบบ อี-โดเนชัน รวมทุกหน่วยงาน ทั้งวัด โรงเรียน และโรงพยาบาล สูงถึง 34,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 69 ยอดสะสมล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 23,000 ล้านบาท
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# 颂萨·阿南塔瓦先生
# 管理捐赠
# 全国佛教办公室
# 使用电子捐赠系统
寺庙的纳税义务
捐赠透明度。
英伟达终极金融游戏——Nebius——“芯片”成为贷款抵押品 | 数字前沿 第75期
税务部门计划于9月22日与全国佛教办公室会面,讨论税收指导方针并加强电子捐赠系统的使用。
与寺庙相关的非慈善组织基金会,如果除捐款外还有其他收入,则必须依法申报纳税并缴纳税款。
如果基金会内部发生挪用公款事件,基金会有责任起诉肇事者,而税务部门只会调查税务和财务报表方面的问题。
目前,全国已有超过 43,000 座寺庙注册了电子捐赠系统,而全国寺庙总数约为 45,000 座。
2026 年通过电子捐赠系统累计收到的捐款金额约为 230 亿泰铢,这有助于提高透明度并允许税收减免。
揭秘CEO应对新世界秩序的策略:泰国“必须生存下去”。
泰国税务局局长颂萨·阿南塔瓦先生在一次关于电子捐赠系统管理捐款的简报会上透露,在某著名寺庙一名僧侣挪用寺庙捐款的新闻发布会上,税务局已安排于9月22日与国家佛教办公室(NOB)举行会议,以澄清和解释寺庙的纳税义务以及电子捐赠系统的使用方法。此举旨在加强法律的执行力度,并堵塞流程中的漏洞。至于报道中提及的数亿泰铢资产的调查和查封,税务局目前尚无详细信息,因为电子捐赠系统于2026年1月1日才全面投入使用。
然而,从法律角度讲,寺庙和基金会是独立的法人实体,即使它们的管理负责人是同一人。调查显示,涉事寺庙已注册电子捐赠。但该寺庙的基金会并非慈善机构。如果非慈善机构的基金会或协会有除捐赠以外的收入来源,则必须依法申报纳税(55号表格)并缴纳税款。税务部门将对这笔收入进行进一步调查。此外,寺庙有义务遵守税法,尤其是在支付建筑费用或租金方面,寺庙有义务预扣税款。
然而,如果基金会内部发生挪用公款事件,由于基金会是法人实体,它有责任依法追究肇事者的责任,这与员工对公司犯罪的情况类似。税务部门随后将调查税务方面的问题,确定收入是属于基金会还是个人收入,以便评估正确的纳税义务,并按法律要求编制财务报表提交给相关部门。
此外,税务部门还建议佛教徒和公众,除了捐赠带来的安心感之外,人们也期望自己的捐款能最大程度地造福宗教和社会。通过电子捐赠系统进行捐赠将提高信任度和透明度,确保捐款真正到达寺庙或机构。而且,这些捐款还可以享受税收减免。
目前,约有46,000家宗教机构(涵盖所有宗教)在该系统中注册,其中43,000家为佛教寺庙,而全国约有45,000座寺庙。此外,截至2025年,通过电子捐赠系统收到的捐款总额(涵盖寺庙、学校和医院等所有机构)达到340亿泰铢。截至2026年,最新累计捐款总额约为230亿泰铢。
《泰叻报》编辑部。