Toyota ยึดบัลลังก์รถสายอึด วิ่งทะลุ 4 แสนกิโลเมตร ตามด้วย Lexus และ Honda丰田汽车以超过 40 万公里的行驶里程傲视群雄,成为最耐用的汽车,其次是雷克萨斯和本田。
iSeeCars วิเคราะห์ข้อมูลรถยนต์กว่า 395 ล้านคัน พบ Toyota ครองแชมป์แบรนด์รถอายุยืน มีโอกาสวิ่งถึง 250,000 ไมล์ หรือประมาณ 402,000 กิโลเมตร

iSeeCars วิเคราะห์ข้อมูลรถยนต์กว่า 395 ล้านคัน พบ Toyota ครองแชมป์แบรนด์รถอายุยืน มีโอกาสวิ่งถึง 250,000 ไมล์ หรือประมาณ 402,000 กิโลเมตร สูงถึง 19.7% มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 3.7 เท่า ขณะที่ Lexus, Honda และ Acura ตามมาในอันดับ 2–4 ส่วน Subaru รั้งอันดับ 14
ความทนทาน และ อายุการใช้งาน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการซื้อรถหนึ่งคันและใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ล่าสุดผลศึกษาจาก iSeeCars เผยให้เห็นว่า แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นยังคงโดดเด่นในด้านนี้ โดยสามารถครอง 4 อันดับแรกของแบรนด์ที่มีโอกาสใช้งานได้ถึง 250,000 ไมล์
โดย iSeeCars เปิดเผยผลการศึกษา The Longest Lasting Car Brands Most Likely to Reach 250,000 Miles เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2569 หลังวิเคราะห์ข้อมูลรถยนต์มากกว่า 395 ล้านคัน เพื่อประเมินความเป็นไปได้ที่รถยนต์แต่ละแบรนด์จะมีระยะทางสะสมแตะ 250,000 ไมล์ หรือประมาณ 402,000 กิโลเมตร
โดยผลการศึกษาพบว่า Toyota ครองอันดับ 1 ด้วยโอกาส 19.7% สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 5.4% ถึงประมาณ 3.7 เท่า และยังทิ้งห่างแบรนด์อันดับ 2 อย่าง Lexus ซึ่งมีโอกาสอยู่ที่ 14.4% Honda ตามมาในอันดับ 3 ด้วยโอกาส 13.3% ขณะที่ Acura อยู่ในอันดับ 4 ที่ 9.5% ส่งผลให้แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นกวาด 4 ตำแหน่งแรกของตารางไปครองทั้งหมด
Toyota นำโด่ง โอกาสวิ่งถึง 4 แสนกิโลเมตรเกือบ 20%
อันดับแบรนด์รถยนต์ที่มีโอกาสวิ่งถึง 250,000 ไมล์ หรือ 402,000 กิโลเมตรสูงที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย
Toyota โอกาส 19.7% Lexus โอกาส 14.4% Honda โอกาส 13.3% Acura โอกาส 9.5% GMC โอกาส 5.8% Mazda โอกาส 5.3% Lincoln โอกาส 4.7% Ram โอกาส 4.2% Ford โอกาส 4.1% Cadillac โอกาส 3.9%
จากทั้งหมด 33 แบรนด์ที่อยู่ในการศึกษา มีเพียง Toyota, Lexus, Honda, Acura และ GMC รวม 5 แบรนด์เท่านั้นที่ทำคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวม 5.4% ส่วน Mazda ซึ่งอยู่ในอันดับ 6 มีโอกาส 5.3% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย
Karl Brauer นักวิเคราะห์บริหารของ iSeeCars ระบุว่า การวิ่งถึงระยะทาง 402,000 กิโลเมตรถือเป็นมาตรฐานที่สูงอย่างมากสำหรับรถยนต์ทุกประเภท ทำให้ความแตกต่างระหว่าง 4 แบรนด์อันดับแรกมีความหมายอย่างชัดเจน เพราะ Toyota, Lexus, Honda และ Acura ไม่เพียงขึ้นนำในตาราง แต่ยังมีโอกาสไปถึงระยะทางดังกล่าวสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปอย่างมาก
แบรนด์ตลาดทั่วไป Toyota–Honda ทิ้งคู่แข่ง
เมื่อแยกเฉพาะรถยนต์แบรนด์ทั่วไป หรือ Non-luxury brand ซึ่งมีค่าเฉลี่ยการวิ่งถึง 402,000 กิโลเมตรอยู่ที่ 5.8% พบว่า Toyota ยังครองอันดับ 1 ด้วยคะแนน 19.7% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประมาณ 3.4 เท่า
Honda อยู่ในอันดับ 2 ด้วยคะแนน 13.3% หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2.3 เท่า ขณะที่ GMC อยู่ในอันดับ 3 ด้วยคะแนน 5.8% เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และ Mazda อยู่ในอันดับ 4 ที่ 5.3%
ส่วน Subaru ซึ่งมักได้รับการกล่าวถึงในเรื่องความแข็งแกร่งและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อยู่ในอันดับ 9 ของกลุ่มแบรนด์ทั่วไป และอันดับ 14 เมื่อรวมทุกแบรนด์ ด้วยโอกาส 2.8%
สำหรับผู้ผลิตญี่ปุ่นรายอื่น Nissan อยู่ในอันดับ 8 ของกลุ่มรถทั่วไป ด้วยคะแนน 3.4% ส่วน Mitsubishi มีโอกาส 0.8% เท่ากับ Kia และ Hyundai
โดย iSeeCars มองว่า การที่แบรนด์รถยนต์ทั่วไปจำนวนมากทำคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของ Toyota และ Honda ในด้านโอกาสใช้งานระยะยาว
รถหรู Lexus และ Acura ครองหัวตาราง
สำหรับกลุ่มรถยนต์หรู ซึ่งมีค่าเฉลี่ยการวิ่งถึง 402,000 กิโลเมตร อยู่ที่ 3.4% พบว่า Lexus ครองอันดับ 1 ด้วยคะแนน 14.4% หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรถหรูประมาณ 4.2 เท่า
Acura อยู่ในอันดับ 2 ด้วยคะแนน 9.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2.8 เท่า ตามด้วย Lincoln ที่ 4.7% และ Cadillac ที่ 3.9% ขณะที่ Tesla อยู่ในอันดับ 5 ด้วยคะแนน 3.3% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเล็กน้อย
Mercedes-Benz และ Volvo มีโอกาสเท่ากันที่ 2.6% ส่วน Infiniti อยู่ที่ 2.5% ขณะที่ BMW และ Audi มีคะแนนเท่ากันที่ 0.5%
อย่างไรก็ตาม iSeeCars เตือนว่า คะแนนที่ต่ำของแบรนด์รถหรูไม่ได้หมายความว่ารถไม่มีคุณภาพหรือไม่ทนทานเสมอไป เนื่องจากต้องพิจารณารูปแบบการใช้งานร่วมด้วย เจ้าของรถหรูหรือรถสปอร์ตบางประเภทอาจขับรถเป็นระยะทางน้อยกว่าผู้ใช้รถทั่วไป
ตัวอย่างเช่น Porsche มีโอกาสตามแบบจำลองอยู่ที่ 0.3% ซึ่งอาจสะท้อนพฤติกรรมของเจ้าของที่นำรถออกมาใช้งานไม่บ่อย มากกว่าจะเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับคุณภาพหรือความแข็งแรงของตัวรถโดยตรง
วิเคราะห์ข้อมูลรถยนต์กว่า 395 ล้านคัน
สำหรับวิธีการศึกษา iSeeCars นำข้อมูลรถยนต์มากกว่า 395 ล้านคันมาคำนวณระยะทางเฉลี่ยบนมาตรวัดตามอายุรถในแต่ละปี ก่อนพัฒนาแบบจำลองเพื่อประเมินความน่าจะเป็นที่รถแต่ละรุ่นจะสามารถใช้งานถึงระดับระยะทางต่างๆ
จากนั้นจึงคำนวณโอกาสของรถแต่ละรุ่นและแต่ละเจเนอเรชันในการวิ่งถึง 402,000 กิโลเมตร ก่อนนำมาเฉลี่ยเป็นคะแนนระดับแบรนด์ โดยถ่วงน้ำหนักตามจำนวนรถแต่ละรุ่นที่ใช้งานอยู่บนท้องถนน ทั้งนี้ การศึกษาไม่รวมรถตู้แบบ Heavy-duty และรถรุ่นที่มีข้อมูลไม่เพียงพอ
ตัวเลขไม่ใช่คำรับประกันว่ารถทุกคันจะวิ่งถึง
แม้ผลการศึกษาจะชี้ว่า Toyota มีโอกาสวิ่งถึงระยะทางประมาณ 402,000 กิโลเมตรสูงที่สุด แต่ตัวเลข 19.7% เป็นการประเมินความน่าจะเป็นจากข้อมูลและแบบจำลองทางสถิติ ไม่ได้หมายความว่ารถ Toyota ทุกคันจะสามารถวิ่งถึงระยะทางดังกล่าว ในทางกลับกัน รถจากแบรนด์ที่อยู่ในอันดับต่ำก็อาจใช้งานได้เกิน 250,000 ไมล์ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะอายุการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษา พฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน ภูมิอากาศ อุบัติเหตุ และความพร้อมของเจ้าของในการซ่อมบำรุงรถต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่วางแผนซื้อรถเพื่อใช้งานในระยะยาว หรือกำลังพิจารณารถมือสองที่มีระยะทางสะสมสูง ผลการจัดอันดับครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่น่าสนใจ ควบคู่กับราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายในการดูแล ความปลอดภัย อุปกรณ์ และประวัติของรถแต่ละคัน
iSeeCars 分析了超过 3.95 亿辆汽车的数据,发现丰田汽车位居最耐用汽车品牌榜首,其行驶里程达到 25 万英里(约 40.2 万公里)的概率为 19.7%,是行业平均水平的 3.7 倍。雷克萨斯、本田和讴歌紧随其后,位列第二至第四,而斯巴鲁则排名第 14 位。
耐用性和使用寿命仍然是消费者考虑的关键因素,尤其是那些希望购买汽车并长期使用的消费者。iSeeCars 最近的一项研究表明,日本汽车品牌在这方面继续保持领先地位,在行驶里程可达 25 万英里的品牌中,占据了前四名。
iSeeCars 于 2026 年 9 月 9 日发布了题为“最有可能达到 25 万英里的汽车品牌”的研究结果。该研究分析了超过 3.95 亿辆汽车的数据,以估算每个品牌达到累计 25 万英里(约 40.2 万公里)里程的可能性。
研究发现,丰田以19.7%的概率位居榜首,约为行业平均水平5.4%的3.7倍。它也显著领先于概率为14.4%的雷克萨斯,位列第三的本田概率为13.3%,排名第四的讴歌概率为9.5%。这使得日本品牌包揽了排名前四的位置。
丰田领先,有近 20% 的概率达到 40 万公里。
最有可能达到25万英里(40.2万公里)行驶里程的十大汽车品牌是:
丰田:19.7% 的概率;雷克萨斯:14.4% 的概率;本田:13.3% 的概率;讴歌:9.5% 的概率;GMC:5.8% 的概率;马自达:5.3% 的概率;林肯:4.7% 的概率;Ram:4.2% 的概率;福特:4.1% 的概率;凯迪拉克:3.9% 的概率。
在本次研究涵盖的33个品牌中,只有丰田、雷克萨斯、本田、讴歌和GMC这五个品牌——总共五个品牌——的得分高于5.4%的总体平均水平。排名第六的马自达的得分率为5.3%,略低于平均水平。
iSeeCars的首席分析师卡尔·布劳尔表示,40.2万公里的行驶里程对于所有类型的车辆来说都是一个非常高的标准,这使得排名前四的品牌之间的差距非常显著。丰田、雷克萨斯、本田和讴歌不仅在排名中名列前茅,而且达到这一里程数的概率也远高于普通车辆。
大众市场品牌丰田和本田已经将竞争对手远远甩在了后面。
如果只考虑非豪华汽车品牌,其平均里程为 402,000 公里(5.8%),丰田仍然以 19.7% 的占比位居榜首,比该组平均水平高出约 3.4 倍。
本田以 13.3% 的得分排名第二,大约是平均分的 2.3 倍;GMC 以 5.8% 的得分排名第三,与平均分持平;马自达以 5.3% 的得分排名第四。
斯巴鲁经常因其坚固耐用和全轮驱动系统而被提及,在一般品牌中排名第 9,在所有品牌中排名第 14,有 2.8% 的概率。
在其他日本汽车制造商中,日产在一般汽车组中排名第八,得分为 3.4%,而三菱的得分为 0.8%,与起亚和现代的得分相同。
iSeeCars 认为,许多主流汽车品牌得分低于平均水平这一事实,进一步反映了丰田和本田在长期可用性方面的出色表现。
豪华汽车品牌雷克萨斯和讴歌在排行榜上占据主导地位。
在平均行驶里程为 402,000 公里的豪华车中,平均里程为 3.4%,雷克萨斯以 14.4% 的得分位居榜首,约为豪华车平均里程的 4.2 倍。
Acura 以 9.5% 的得分位居第二,约为平均分的 2.8 倍;Lincoln 以 4.7% 的得分位居第三;Cadillac 以 3.9% 的得分位居第四;而 Tesla 以 3.3% 的得分位居第五,略低于平均分。
奔驰和沃尔沃的胜算均为2.6%,英菲尼迪为2.5%。宝马和奥迪的胜算相同,均为0.5%。
然而,iSeeCars提醒说,豪华车品牌的低评分并不总是意味着这些车的质量差或不耐用,因为使用习惯也必须考虑在内。某些类型的豪华车或跑车的车主可能比普通车主驾驶频率更低。
例如,保时捷的车型特定故障概率为 0.3%,这可能反映出车主不经常使用车辆,而不是直接表明车辆的质量或结构完整性。
分析超过 3.95 亿辆汽车的数据。
iSeeCars 的研究方法使用了超过 3.95 亿辆汽车的数据,根据车辆每年的使用年限计算出里程表上的平均里程数。然后,他们利用这些数据建立模型,以估算每款车型达到不同里程数的概率。
随后,计算并平均每款车型和每代车型行驶里程达到40.2万公里的概率,得出品牌层面的得分,并根据每款车型目前在路上行驶的数量进行加权。该研究排除了重型货车和数据不足的车型。
这些数字并不能保证每辆车都能到达目的地。
虽然研究表明丰田汽车行驶里程达到约40.2万公里的概率最高,但19.7%这个数字是基于统计数据和模型得出的概率估计值,并不意味着每辆丰田车都能达到这个里程。相反,排名较低的品牌的汽车如果保养得当,行驶里程也可能超过25万英里,因为实际寿命取决于保养情况、驾驶习惯、路况、气候、事故以及车主是否愿意继续维修。
然而,对于那些计划购买汽车长期使用或考虑购买高里程二手车的人来说,该排名提供了有价值的信息来帮助他们做出决定,同时还考虑了购买价格、维护成本、安全功能和每辆车的历史记录等因素。