กทพ. เดินหน้าชง ครม. ไฟเขียว อุโมงค์ภูเก็ต กะทู้-ป่าตอง วงเงิน 1.67 หมื่นล้าน泰国高速公路管理局 (EAT) 正在推进将价值 167 亿泰铢的普吉岛-加都-芭东隧道项目提交内阁批准。
กทพ. เดินหน้าสร้างทางด่วนภูเก็ต เฟส 1 กะทู้-ป่าตอง ผุดอุโมงค์ลอดภูเขาใหญ่สุดในไทย ช่วยลดเวลาเดินทางเหลือ 5 นาที คาดเปิดใช้ปี 2574 ควบคู่เฟส 2

กทพ. ลุยสร้างทางด่วนภูเก็ต เฟส 1 กะทู้-ป่าตอง ผุดอุโมงค์ลอดเขาใหญ่สุดในไทย ลดเวลาเดินทางเหลือ 5 นาที ชง ครม. ไฟเขียวปลายปีนี้ คาดเปิดใช้ปี 2574 ควบคู่เฟส 2
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และรองรับการขยายตัวของจังหวัดภูเก็ต โดย กทพ.วางแผนพัฒนาออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้
ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง
ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้
เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว และโครงข่ายถนนสายหลักของจังหวัดให้เป็นระบบเดียวกัน
ดันอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ใหญ่สุดในไทย ลดเวลาเดินทางเหลือ 5 นาที
ทั้งนี้ โครงการระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ถือเป็นโครงการสำคัญในการแก้ปัญหาการเดินทางระหว่างพื้นที่กะทู้กับป่าตอง ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีข้อจำกัดด้านสภาพภูมิประเทศ โดยเฉพาะแนวเทือกเขา กทพ. จึงออกแบบให้มีทั้งทางยกระดับและอุโมงค์ลอดภูเขา รวมระยะทาง 3.98 กิโลเมตร (กม.) รวมวงเงินลงทุนทั้งโครงการประมาณ 16,757 ล้านบาท แบ่งเป็น มีค่าจัดกรรมสิทธิ์ประมาณ 5,792 ล้านบาท ค่าก่อสร้างและควบคุมงานประมาณ 10,965 ล้านบาท โดยรูปแบบการลงทุน กทพ.จะเป็นผู้ลงทุนในงานโยธา ขณะที่ภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมลงทุนในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษา หรือ O&M
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กทพ. ได้เสนอโครงการฯ ไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว โดยมีการปรับแบบโครงการฯ โดยเฉพาะการปรับลดขนาดอุโมงค์จาก 17 เมตร เหลือ 14 เมตร และอยู่ระหว่างสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่า จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการได้ประมาณ ธ.ค. 2569 หาก ครม. มีมติเห็นชอบ พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคา (ประมูล) และได้ผู้รับจ้างประมาณ เม.ย. 2570 ส่วนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายใน ม.ค. 2570 คาดว่า จะเริ่มก่อสร้าง ต.ค. 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี หรือแล้วเสร็จ ก.ย. 2574 และตั้งเป้าเปิดให้บริการใน ต.ค. 2574
สำหรับจุดเริ่มต้นอยู่บริเวณจุดตัดถนนพระเมตตา หรือ ภก.4055 ที่ กม.0+350 ฝั่งป่าตอง ก่อนยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์เป็นระยะทางประมาณ 0.90 กม. และเข้าสู่อุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทาง 1.85 กม. โดยอุโมงค์ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างภายใน 14 เมตร โดยถือเป็นอุโมงค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถรองรับ 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง แบ่งเป็นช่องสำหรับรถยนต์ 2 ช่อง และรถจักรยานยนต์ 2 ช่อง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเดินทางของภูเก็ต จากนั้นออกจากอุโมงค์เชื่อมต่อฝั่งกะทู้ด้วยทางยกระดับบริเวณถนนพระบารมี หรือ ทล. 4029 อีกประมาณ 1.23 กม.
ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการดังกล่าว ทำให้การเดินทางระหว่างกะทู้กับป่าตองสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของเส้นทางเดิม โดยโครงการมีทั้งทางแยกต่างระดับป่าตองและทางแยกต่างระดับกะทู้ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนโดยรอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดการพึ่งพาถนนเดิมที่มีข้อจำกัดด้านกายภาพและปริมาณจราจร เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบคมนาคมของจังหวัดภูเก็ต อีกทั้งช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างกะทู้-ป่าตอง จากปัจจุบันต้องใช้ระยะเวลาการเดินทาง 30 นาที และเมื่อมาใช้อุโมงค์ จะเหลือเพียง 5 นาทีเท่านั้น
ปรับลดอัตราค่าผ่านทาง ช่วยลดภาระค่าครองชีพ
ส่วนอัตราค่าผ่านทางนั้น กทพ.ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมีการทบทวนโครงสร้างค่าผ่านทางใหม่ จากเดิมที่เคยพิจารณาไว้ดังนี้
รถจักรยานยนต์จากเดิม 15 บาท เหลือ 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ จากเดิม 40 บาท เหลือ 20 บาท รถยนต์ 6-10 ล้อ จากเดิม 85 บาท เหลือ 40 บาท รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ จากเดิม 125 บาท เหลือ 60 บาท
รถจักรยานยนต์จากเดิม 15 บาท เหลือ 10 บาท
รถยนต์ 4 ล้อ จากเดิม 40 บาท เหลือ 20 บาท
รถยนต์ 6-10 ล้อ จากเดิม 85 บาท เหลือ 40 บาท
รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ จากเดิม 125 บาท เหลือ 60 บาท
โดยคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการโครงการระยะที่ 1 คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณจราจรเฉลี่ยประมาณ 50,000-60,000 คันต่อวัน รวมรถจักรยานยนต์ และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ
นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ เป็นโครงข่ายต่อเนื่องจากระยะที่ 1 และขยายการเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ตอนกลางและฝั่งตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต โดยโครงการมีระยะทางรวม 30.62 กม. แบ่งเป็นทางหลัก (Main Line) ระยะทาง 24.45 กม. และทางร่วมบรรจบ (Spur Line) ระยะทาง 6.17 กม. ด้านวงเงินโครงการอยู่ระหว่างทบทวนกรอบการลงทุนโครงการ เบื้องต้น ประมาณ 67,461.72 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ประมาณ 29,547.80 ล้านบาท ค่าก่อสร้างและควบคุมงานประมาณ 37,913.92 ล้านบาท
สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
เฟส 2 เชื่อมโยงโครงข่ายเมืองใหม่-เกาะแก้ว
สำหรับความคืบหน้าโครงการฯ ระยะที่ 2 นั้น กทพ. อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ คาดว่า จะนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการภายในปี 2570 โดยมีเป้าหมายเริ่มงานก่อสร้าง หรือ NTP ใน ต.ค. 2571 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี และตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการในช่วง ต.ค. 2574 เช่นเดียวกับเป้าหมายการเปิดให้บริการของระยะที่ 1 ขณะที่ในส่วนของพื้นที่ กทพ. อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้กับกรมป่าไม้
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า แนวเส้นทางหลักของโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ เริ่มต้นบริเวณจุดตัดกับ ทล.4026 มุ่งลงทางทิศใต้ ผ่านพื้นที่เมืองใหม่ ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่โครงข่ายทางพิเศษระยะที่ 1 บริเวณ ทล.4029 ขณะที่ Spur Line จะเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับม่าหนิก 2 ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างทางหลักกับทางร่วมบรรจบในลักษณะ System Interchange มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก และสิ้นสุดบริเวณทางแยกต่างระดับบางคู เพื่อเชื่อมต่อกับ ทล.4024 ทำให้โครงข่ายสามารถกระจายการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ ของภูเก็ตได้มากขึ้น
ในส่วนของรูปแบบโครงสร้าง ระยะที่ 2 ระยะทาง 30.62 กม. ผสมผสานโครงสร้าง 3 รูปแบบตามสภาพพื้นที่ ประกอบด้วย
ทางระดับดินระยะทาง 10.42 กม. อุโมงค์ระยะทาง 1.71 กม. ทางยกระดับระยะทาง 18.49 กม. โดยอุโมงค์มีความกว้างประมาณ 11.68 เมตร ซึ่งเป็นการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและข้อจำกัดของพื้นที่ จ.ภูเก็ต
ทางระดับดินระยะทาง 10.42 กม. อุโมงค์ระยะทาง 1.71 กม.
ทางยกระดับระยะทาง 18.49 กม. โดยอุโมงค์มีความกว้างประมาณ 11.68 เมตร ซึ่งเป็นการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและข้อจำกัดของพื้นที่ จ.ภูเก็ต
สำหรับจุดเด่นอีกด้านของระยะที่ 2 คือการออกแบบระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในลักษณะ MTC/ETC ระบบปิด (Closed System) ซึ่งคิดค่าผ่านทางตามระยะทางที่ผู้ใช้บริการเดินทางจริง ขณะเดียวกันยังเตรียมพัฒนาพื้นที่บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้ทาง โดยมี Service Area บริเวณ กม.3+900 ฝั่งขาออกสู่สนามบิน และ Rest Stop บริเวณ กม.16+400 บนแนว Spur Line ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการประมาณ 13 ไร่ รองรับการพักรถและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง สนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศ.
อ่านข่าว " นโยบายรัฐ " เพิ่มเติม
泰国高速公路管理局(EXAT)正在推进普吉岛高速公路一期工程,该工程连接卡图和芭东,其中包括泰国最大的考艾山下隧道,建成后行程时间将缩短至仅5分钟。该项目预计将于今年年底提交内阁审批,并计划于2028年与二期工程同时开通。
泰国高速公路管理局(EXAT)局长苏拉切·劳普苏克先生公布了普吉高速公路项目的进展情况。该项目是一项重要的基础设施建设,旨在解决交通问题,提高出行效率,并适应普吉府的发展。EXAT计划分两个阶段推进该项目:
一期:卡图-巴东段;第二阶段:Muang Mai-Koh Kaew-Kathu 路段。
一期:卡图-巴东段
第二阶段:新城 – Koh Kaew – 卡图
将经济区、旅游景点和省内主要公路网连接成一个统一的系统。
泰国最大的隧道——卡图-芭东隧道,将使旅行时间缩短至5分钟。
该项目一期工程涵盖卡图至芭东路段,是一项至关重要的工程,旨在解决卡图至芭东之间的交通难题。该路段地形复杂,尤其是山区,交通状况堪忧。泰国高速公路管理局(EXAT)设计的该项目包括高架道路和穿山隧道,总长3.98公里。项目总投资约为167.57亿泰铢,其中约57.92亿泰铢用于土地征用,约109.65亿泰铢用于建设和监理。EXAT将负责土建工程,而私营部门将参与运营和维护(O&M)工作。
苏拉切特先生进一步表示,泰国高速公路管理局(EXAT)已将该项目提交交通运输部。项目设计已进行修改,特别是将隧道宽度从17米缩减至14米。目前正在与相关机构进行磋商。预计该项目将于2026年12月左右提交内阁审批。如果获得内阁批准,将启动招标程序,预计将于2027年4月左右选定承包商。土地征用工作预计将于2027年1月完成。隧道建设预计将于2027年10月开工,工期四年,即于2031年9月竣工,目标是在2031年10月开通通车。
该路线从芭东一侧的帕梅塔路(或4055号公路)0+350公里处的交叉路口开始,之后高架跨越皮西科纳尼路,行驶约0.90公里。随后进入考纳克德隧道,全长1.85公里。该隧道内部宽度达14米,是泰国最大的隧道,可容纳双向四车道:两条汽车车道和两条摩托车车道,以适应普吉岛的交通模式。出隧道后,通过帕巴拉米路(或4029号公路)的高架路与卡图一侧相连,全长约1.23公里。
该项目的建设将使卡图和芭东之间的交通绕过现有路线的限制。项目包括芭东和卡图两个立交桥,以加强与周边道路网络的连接。项目建成后,将提供更多出行选择,减少对现有道路的依赖(现有道路存在物理限制和交通流量问题),改善旅游景点和经济区的交通便利性,并提升普吉岛交通系统的安全性和效率。此外,隧道建成后,卡图和芭东之间的通行时间将从目前的30分钟缩短至仅5分钟。
降低通行费有助于降低生活成本。
关于通行费费率,泰国高速公路管理局(EXAT)遵循政府降低公众生活成本的政策,对通行费结构进行了审查,此前的收费结构如下:
摩托车通行费已从15泰铢降至10泰铢。四轮车辆通行费已从40泰铢降至20泰铢。六轮至十轮车辆通行费已从85泰铢降至40泰铢。十轮以上车辆通行费已从125泰铢降至60泰铢。
摩托车票价已从15泰铢降至10泰铢。
四轮车辆的通行费已从 40 泰铢降至 20 泰铢。
6-10轮卡车的票价已从85泰铢降至40泰铢。
超过 10 个车轮的车辆的票价已从 125 泰铢降至 60 泰铢。
预计该项目一期工程开通后,平均日交通量约为 5 万至 6 万辆汽车(包括摩托车),而项目二期工程完工后,交通量将进一步增加。
苏拉切特先生进一步指出,普吉高速公路二期工程(涵盖芒迈-阁乔-卡图段)是第一期工程的延续,并将交通连接延伸至普吉府中部和东部地区。该项目总长30.62公里,其中主线长24.45公里,支线长6.17公里。项目预算目前正在审核中,初步预算为674.6172亿泰铢,其中约295.478亿泰铢用于土地征用,约379.1392亿泰铢用于建设和监理。
泰国高速公路管理局局长苏拉切·劳普苏克。
二期工程将新的城市网络与阁凯岛连接起来。
关于该项目二期工程的进展,泰国高速公路管理局(EXAT)目前正在进行详细设计。预计将于2027年提交内阁审批,目标是在2028年10月开工建设(NTP)。建设工期预计约为3年,项目计划于2031年10月投入使用,与一期工程的目标时间一致。与此同时,EXAT正在向林业厅申请使用林地的许可。
苏拉切特先生进一步解释说,普吉高速公路二期工程的主干线,即芒迈-阁乔-卡图段,从与4026号公路的交汇处开始,向南穿过芒迈地区,最终在4029号公路与一期高速公路网连接。同时,支线将从马尼克2号立交桥开始,作为连接主干线和其他立交桥的系统性立交桥,向东延伸至邦库立交桥,与4024号公路连接。这将有助于更好地将交通流量分配到普吉岛的各个区域。
在结构设计方面,二期工程全长30.62公里,根据地形情况结合了三种结构设计方案,包括:
该项目包括一条10.42公里长的地面道路、一条1.71公里长的隧道和一条18.49公里长的高架道路,其中隧道宽约11.68米。设计充分考虑了普吉府的地形和限制条件。
地面道路长 10.42 公里,隧道长 1.71 公里。
这条高架公路全长18.49公里,隧道宽约11.68米。其设计充分考虑了普吉府的地形和限制条件。
二期工程的另一大亮点是设计了一套封闭式MTC/ETC收费系统,该系统根据实际行驶里程计算通行费。与此同时,为提升用户便利性,相关部门正在规划建设服务区,包括在机场出境方向3公里+900公里处设立服务区,以及在支线16公里+400公里处设立休息站。这片占地约13莱(约2.1公顷)的服务区将为旅客提供休息和便利设施,从而促进国家旅游业的发展。
阅读更多关于“政府政策”的新闻。